ม3-ออกแบบฯ2569(บท3)

Published on Aug 25, 2026

ม3-ออกแบบฯ2569(บท3)

ม3-ออกแบบฯ2569(บท3) - PDF to Flipbook

Published on Aug 25, 2026

Description:

การแก้ปัญหาในชุมชน ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ชวยพัฒนาผลิตภัณฑ ใหมีคุณภาพหรือออกแบบ วิธีการจัดการกับปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ ตัวิชี้วิัด ว 4.1 ม.3/1 วิเค่ราะห์สำาเหตุ หร่อปััจจัยที่่�สำ่งผลำต่อกำารเปัลำ่�ยนแปัลำงข้องเที่ค่โนโลำย่ แลำะค่วามสำัมพิันธ์ข้องเที่ค่โนโลำย่กำับศีาสำตร์อ่�น โดยเฉพิาะ วิที่ยาศีาสำตร์หร่อค่ณิตศีาสำตร์ เพิ่�อเปั็นแนวที่างกำารแกำ้ปััญหาหร่อพิัฒนางาน ว 4.1 ม.3/2 ระบุปััญหาหร่อค่วามต้องกำารข้องชุุมชุนหร่อที่้องถึิ�น เพิ่�อพิัฒนางานอาชุ่พิ สำรุปักำรอบข้องปััญหา รวบรวม วิเค่ราะห์ข้้อม้ลำแลำะแนวค่ิด ที่่�เกำ่�ยวข้้องกำับปััญหา โดยค่ำาน่งถึ่งค่วามถึ้กำต้องด้านที่รัพิย์สำินที่างปััญญา ว 4.1 ม.3/3 ออกำแบบวิธ่กำารแกำ้ปััญหา โดยวิเค่ราะห์ เปัร่ยบเที่่ยบ แลำะตัดสำินใจเลำ่อกำข้้อม้ลำที่่�จำาเปั็นภายใต้เง่�อนไข้แลำะที่รัพิยากำรที่่�ม่อย้่ นำาเสำนอ แนวที่างกำารแกำ้ปััญหาให้ผ้้อ่�นเข้้าใจด้วยเที่ค่นิค่หร่อวิธ่กำารที่่่�หลำากำหลำาย วางแผนข้ั�นตอนกำารที่ำางานแลำะดำาเนินกำารแกำ้ปััญหาอย่างเปั็น ข้ั�นตอน ว 4.1 ม.3/4 ที่ดสำอบ ปัระเมินผลำ วิเค่ราะห์ แลำะให้เหตุผลำข้องปััญหาหร่อข้้อบกำพิร่องที่่�เกำิดข้่�นภายใต้กำรอบเง่�อนไข้ พิร้อมที่ั�งหาแนวที่างกำารปัรับปัรุง แกำ้ไข้ แลำะนำาเสำนอผลำกำารแกำ้ปััญหา 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ เปาหมาย ้ การเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนในหนวยการเรียนรูนี้ มุงเนนใหผูเรียนได เขาใจความหมาย ความสำคัญ และขั้นตอนของกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เพื่อนำไปใชในการวิเคราะหและแกปญหาที่พบในชีวิต ประจำวันและชุมชนอยางเปนระบบ การประยุกตใชกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรมไปใชแกปญหาในการสำรวจ สืบคน และใชขอมูลที่นาเชื่อถือ ประกอบการตัดสินใจ วางแผน ออกแบบ และพัฒนาแนวทางการแกปญหา หรือชิ้นงานใหเหมาะสมกับการใชงานจริง พรอมทั้งปรับปรุงแนวคิดหรือ ชิ้นงานจากผลการทดสอบและการประเมินอยางตอเนื่อง จากการประเมิน และเปรียบเทียบผลการแกปญหาหรือชิ้นงาน โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิด ขึ้นตอมนุษย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอม รวมทั้งนำเสนอผลงานและ เรียนรูการทำงานรวมกันอยางมีความรับผิดชอบและสรางสรรค ขั�นนํา 1. ใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียนหนวยการ เรียนรูที่ 2 เรื่อง การแกปญหาในชุมชน เพื่อวัด ความรูเดิมของนักเรียนกอนเริ่มเขาสูบทเรียน 2. ครูถามคำถามกระตุนเกี่ยวกับการใช เทคโนโลยีในชีวิตจริง โดยครูชี้ประเด็น วิเคราะหวา • นักเรียนเคยวางแผนหรือใชเทคโนโลยีเพื่อ แกปญหาในชีวิตจริงไหม ปญหานั้นคืออะไร เทคโนโลยีที่เลือกใชนั้นแกปญหาไดหรือไม และถาไมสำเร็จ นักเรียนคิดวาจะปรับปรุง อยางไร (แนวตอบ คำตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ ครูผูสอน เชน - ปญหา โทรศัพทแบตเตอรี่หมดเร็ว เคย วางแผนใชเพาเวอรแบงกพลังงานแสง อาทิตย เพื่อแกปญหา ชวยไดบางสวน แตชารจชา ปรับปรุงโดย ออกแบบแผงเซลลสุริยะ แบบพับไดเพื่อเพิ่มพื้นที่รับแสง - ปญหา ลืมทำการบาน ใชแอปพลิเคชัน แจงเตือนในสมารตโฟน แตบางครั้งลืม ปดเสียง ปรับปรุงโดย ออกแบบแอปพลิเคชันแจง เตือนเปนพูดเสียงครู เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ ในการทำงาน Problem-Based Learning สื่อ Dig���� Smart PowerPoint อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสำรวจและเลือกปญหาที่ตองการแกไขของชุมชน โดยใชสื่อ Smart PowerPoint เรื่อง ตัวอยางของการคำนวณลำดับความสำคัญ ของแตละปญหา https://www.aksorn.com/qrcode/9db0302 นนํ ํ า า สอน สรุป ประเมนิ T70กิจกรรม สร้างเสริม การแก้ปัญหาในชุมชน ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 1 กระบวินการออกแบบเชิงวิิศวิกรรม กับการแก้ปััญหาในชุมชน ปััญหาข้องแต่ลำะชุุมชุนม่ค่วามแตกำต่างกำัน จ่งต้องตัดสำินใจเลำ่อกำใชุ้วิธ่ กำารแกำ้ปััญหาให้เหมาะสำมกำับค่วามต้องกำารข้องชุุมชุนที่่�แตกำต่างกำัน นอกำจากำน้� ยังต้องอาศีัยกำารระดมค่วามค่ิดข้องค่นในชุุมชุนเพิ่�อแกำ้ปััญหา ชุ่วยเสำริมสำร้าง ค่วามเข้้มแข้็งในกำารจัดกำารตนเอง แลำะสำร้างรายได้ให้กำับชุุมชุนได้อย่างยั�งย่น กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ชวยแกปญหาในชุมชน ไดอยางไร กรัะบวนการัออกแบบเชิง่วิศวกรัรัม เปั็นกำระบวนกำารแกำ้ปััญหาหร่อพิัฒนาชุิ�นงานอย่างเปั็นข้ั�นตอนโดยใชุ้ ที่รัพิยากำรที่่�ม่อย้่ กำารวิเค่ราะห์สำถึานกำารณ์ข้องปััญหาแลำะผลำกำระที่บข้องกำารแกำ้ปััญหา ซึ่่�งนำาไปัสำ้่กำารออกำแบบแนวที่าง กำารแกำ้ปััญหา โดยใชุ้ค่วามร้้ด้านวิที่ยาศีาสำตร์ ค่ณิตศีาสำตร์ แลำะศีาสำตร์อ่�น ๆ ที่ักำษะเกำ่�ยวกำับวัสำดุ อุปักำรณ์ เค่ร่�องม่อ แลำะกำลำไกำต่าง ๆ รวมที่ั�งค่วามค่ิดสำร้างสำรรค่์ ซึ่่�งกำารแกำ้ปััญหาในชุุมชุน จะต้องปัระยุกำต์ใชุ้กำระบวนกำารออกำแบบเชุิง วิศีวกำรรมในกำารแกำ้ปััญหาชุุมชุน เพิ่�อให้ได้ผลำลำัพิธ์ที่่�ด่ที่่�สำุด ซึ่่�งม่ข้ั�นตอน ดังน้� ภาพที่่� 3.1 แผนภาพิแสำดงข้ั�นตอนกำารแกำ้ปััญหาตามกำระบวนกำารออกำแบบเชุิงวิศีวกำรรม 6 ข้ั�นตอน กรุะบวนการุ ออกแบบ เชุิงวิศวกรุรุม รุะบุปััญหา (Problem Identif ication) นำเสนอวิธีการุแก้ปััญหา ผัลการุแก้ปััญหา หรุือชุิ้นงาน (Presentation) ทดสอบ ปัรุะเมินผัล และปัรุับปัรุุงแก้ไข วิธีการุแก้ปััญหา หรุือชุิ้นงาน (Testing, Evaluation and Design Improvement) รุวบรุวมข้อมูลและ แนวคิดที่เกี่ยวข้อง กับปััญหา (Related Information Search) ออกแบบวิธีการุแก้ปััญหา (Solution Design) วางแผันและดำเนินการุแก้ปััญหา (Planning and Development) 5 2 4 3 6 1 61 การุแก้ปััญหาในชุุมชุน ด้วยกรุะบวนการุออกแบบเชุิงวิศวกรุรุม ขั�นสอน เลอกและก ื าหนดประเด าหนดประเด ํ นป็ �ญหา 1. ครูถามคำถามกระตุนความคิดของนักเรียน เกี่ยวกับปญหาที่นักเรียนพบเจอภายในชุมชน โดยครูชี้ประเด็นวิเคราะหวาปญหาเกิดจาก อะไร และถานักเรียนตองพบเจอปญหา เดียวกันจะแกไขอยางไร พรอมยกตัวอยาง 1 ปญหาและเขียนวิธีการแกปญหา แลวรวมกัน สรุปลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มสังเกตนักเรียน โดยใช แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 2. นักเรียนศึกษาเนื้อหา เรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมกับการแกปญหาใน ชุมชน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เทคโนโลยี (การ ออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หนวยการเรียนรู ที่ 3 ของ อจท. เกร็ดแนะครู ครูทบทวนความรูเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 เนนการนำไปใชแกปญหาในชุมชน ซึ่งมีความใกลตัวนักเรียน ชวยใหครูจัดกิจกรรมโครงงานที่สอดคลองกับเนื้อหาไดสะดวกมากขึ้นและ ตอยอดความรูเดิมของนักเรียนไดอยางตอเนื่อง แนวตอบ คำาถามประจำาหัวข้อ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมชวยแกปญหาในชุมชนได โดยเปน กระบวนการคิดอยางเปนระบบ เริ่มจากการสำรวจและระบุปญหาที่เกิดขึ้น จริงในชุมชน จากนั้นเก็บรวบรวมขอมูล วิเคราะหสาเหตุ ออกแบบแนวทาง การแกปญหา เลือกใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทดลอง ประเมินผล และปรับปรุง อยางตอเนื่อง กระบวนการนี้ชวยใหการแกปญหามีเหตุผล สอดคลองกับบริบท ของชุมชน ใชทรัพยากรอยางคุมคา และนำไปสูการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ คนในชุมชนอยางยั่งยืน ขั�นนํา 3. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวขอ กระบวน การออกแบบเชิงวิศวกรรมชวยแกปญหาใน ชุมชนไดอยางไร ใหนักเรียนรวมกันวิเคราะห เพื่อหาคำตอบ 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้น ภายในชุมชนสามารถแกไขไดโดยใชกระบวน การออกแบบเชิงวิศวกรรมที่อาศัยความรู ดานตางๆ เขามาจัดการ เชน วิทยาศาสตร คณิตศาสตร และศาสตรอื่นๆ รวมถึงความคิด สรางสรรค เพื่อใหไดผลลัพธที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมที่สุดแกชุมชนหรือทองถิ่น นักเรียนศึกษาบทความโครงการสิ่งประดิษฐสมองกลฝงตัว จากเว็บไซต https://www.nstda.or.th/home/news_post/prkidbright-2022/ แลวเขียนวิเคราะหขอมูลตามขั้นตอนการออกแบบ เชิงวิศวกรรมเปนการบานสงในชั่วโมงถัดไป นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T71 นํา1.1 ระบุปััญหา (Problem Identification) ข้ั�นตอนระบุปััญหาเปั็นกำารที่ำาค่วามเข้้าใจกำับปััญหาหร่อค่วามต้องกำารที่่�เกำิดข้่�นในชุุมชุน รวมถึ่งปััญหาข้อง กำารปัระกำอบอาชุ่พิในชุุมชุน โดยม่กำารวิเค่ราะห์สำถึานกำารณ์เพิ่�อชุ่วยให้เข้้าใจเง่�อนไข้แลำะกำรอบข้องปััญหาได้อย่าง ชุัดเจน เพิ่�อนำาไปัสำ้่กำารสำร้างชุิ�นงานหร่อกำารพิัฒนาวิธ่กำารแกำ้ปััญหาได้อย่างถึ้กำต้อง ซึ่่�งกำารระบุปััญหาที่่�เกำิดข้่�นจากำ กำารสำำารวจปััญหาแลำะค่วามต้องกำารภายในชุุมชุน โดยใชุ้เที่ค่นิค่กำารระดมค่วามค่ิด (Brainstorming) เพิ่�อให้ค่นใน ชุุมชุนนำาปััญหาที่่�พิบเจอมาสำรุปัร่วมกำันม่ข้ั�นตอน ดังน้� 1. สรัุปรัายการัปญห้าที่่�เกิด้ขั้ึ�นในชุมชน เปั็นกำารระบุปััญหาที่่�เกำิดข้่�นในชุุมชุนด้วยวิธ่กำารศี่กำษาแลำะสำำารวจ ปััญหาจากำเอกำสำาร ตำารา ฐานข้้อม้ลำ กำารสำังเกำต กำารสำัมภาษณ์ หร่อกำารใชุ้แบบสำอบถึาม 2. จำัด้ลำาด้ับความสำาคัญขั้อง่ปญห้า เปั็นกำารพิิจารณาแต่ลำะปััญหาว่าม่ค่วามสำำาค่ัญมากำน้อยเพิ่ยงใด โดยใชุ้ เกำณฑ์์กำารจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญข้องปััญหา (R) ซึ่่�งเปั็นวิธ่ขั้อง่ภาควิชาบรัิห้ารัสาธารัณสุขั้ คณะสาธารัณสุขั้ศาสตรั มห้าวิที่ยาลัยมห้ิด้ล เน่�องจากำม่หลำักำเกำณฑ์์ที่่�ง่ายแลำะค่ำานวณเปั็นค่ะแนนได้ไม่ซึ่ับซึ่้อน ดังน้� ตัวิอยาง การระบุปััญหา จากำกำารสำำารวจปััญหาในชุุมชุนด้วยวิธ่กำารสำัมภาษณ์ค่นในชุุมชุน พิบปััญหา ดังน้� ความยากง่ายในการุ แก้ปััญหา (Feasibility) ขนาดของปััญหา (Size or Magnitude) ภาพที่่� 3.2 กำำาหนดหัวข้้อข้องเกำณฑ์์กำารจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญข้องปััญหา ความรุุนแรุงของปััญหา (Severity or Seriousness) ความตรุะหนักในการุแก้ปััญหา ของชุุมชุน (Community Concern) เกณฑการุจัดลำดับ ความสำคัญของปััญหา R R1 R2 R3 R4 ปััญหากำารใชุ้ยาเสำพิติด ปััญหาฝุนค่วันจำานวนมากำในอากำาศี จากำกำารเผาฟางข้้าว ปััญหาแมลำงวันจำานวนมากำ ในชุุมชุน 1 2 3 62 ขั�นสอน เลอกและก ื าหนดประเด าหนดประเด ํ นป็ �ญหา 3. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-5 คน หรือตาม ความเหมาะสม แตละกลุมรวมกันวิเคราะห ขอมูลตัวอยาง การระบุปญหา แลวระดม ความคิดและจัดลำดับความสำคัญของปญหา ภายในกลุม เพื่อเลือกปญหาที่ภายในกลุม คิดวาควรแกปญหามากที่สุด (หมายเหตุ: ครูเริ่มสังเกตนักเรียน โดยใชแบบ ประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุม) 4. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงานของตนเอง หนาชั้นเรียนและรวมกันอภิปรายปญหาและ วิธีการแกปญหากับกลุมอื่น โดยครูชี้ประเด็น ใหวิเคราะหปญหาและวิธีการแกปญหาโดย การใชเทคโนโลยีแกปญหาไดอยางเหมาะสม หรือไม 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา นักเรียนควรลงพื้นที่ เพื่อสำรวจชุมชนรอบดาน โดยเริ่มจากสังเกต พฤติกรรมและสภาพแวดลอมจริงในพื้นที่ที่ ตนเองอาศัยอยู รวมถึงการสัมภาษณผูคน สังเกตกิจกรรมประจำวัน หรือเก็บขอมูลจาก แหลงขาวทองถิ่น เพื่อสืบคนปญหาในชุมชน นั้นวามีปญหาอะไรบางที่สรางความเดือดรอน หรือขัดขวางการใชชีวิตของผูคนในชุมชน เชน ปญหาน้ำทวม ถนนขรุขระ ปญหาการติดตั้ง ระบบไฟฟาผูคนในชุมชนไมทั่วถึง ปญหาขยะ 6. นักเรียนศึกษาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ จัดลำดับความสำคัญของแตละปญหา โดย ใชคลิปสื่อประกอบการสอน เรื่อง ตัวอยาง ของการคำนวณลำดับความสำคัญของแตละ ปญหา หนา 64 กำารสำำารวจปััญหาแลำะค่วามต้องกำารภายในชุุมชุน โดยใชุ้เที่ค่นิค่กำารระดมค่วามค่ิด (Brainstorming) เพิ่�อให้ค่นใน 1 นักเรียนควรรู้ 1 ระดมความคิด (Brainstorming) คือ กระบวนการคิดรวมกันของบุคคล ตั้งแต 2 คนขึ้นไป เพื่อเสนอความคิดเห็น แนวคิด หรือวิธีการแกปญหาโดยไม จำกัดทางความคิด โดยมุงเนนการสรางแนวคิดใหไดปริมาณมากและหลากหลาย ที่สุดในชวงแรก ยังไมตัดสินหรือวิพากษความคิด จากนั้นจึงนำแนวคิดที่ไดมา วิเคราะห คัดเลือก และพัฒนาเปนแนวทางที่เหมาะสมในการแกปญหาหรือ สรางชิ้นงานอยางมีประสิทธิภาพ เกร็ดแนะครู ในขั้นระบุปญหา ครูสามารถกําหนดวิธีการสํารวจปญหาไดตามความ เหมาะสม เชน ใหนักเรียนลงพื้นที่เพื่อสังเกต ใหทําแบบสอบถาม สัมภาษณ คนในชุมชนหรือทองถิ่นที่อาศัยอยูบริเวณรอบๆ โรงเรียน หรือใชวิธีสํารวจขอมูล จากเอกสาร ตํารา งานวิจัยจากแหลงขอมูลที่มีความนาเชื่อถือ กิจกรรม ท้าทาย ครูแบงนักเรียนออกเปน 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม สมมติ สถานการณปญหาที่พบในการปลูกพืชของนักเรียน ดังนี้ 1. ปญหาโรคพืช 2. ปญหาศัตรูพืช 3. ปญหาการขาดแคลนแหลงน้ำ ใหนักเรียนพูดคุยกับเพื่อนในกลุมวา จะมีวิธีการลำดับความ สำคัญของปญหาอยางไร ใหสามารถเลือกปญหาที่สำคัญที่สุด มาแกไขเปนอันดับแรกได นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T72กิจกรรม สร้างเสริม ภาพที่่� 3.3 พิิจารณาปััญหาตามหัวข้้อที่่�กำำาหนด เพิ่�อกำำาหนดเกำณฑ์์ข้องค่่าค่ะแนนในกำารจัดลำำาดับข้องปััญหาที่่�ต้องกำารแกำ้ไข้ ความรุุนแรุงของปััญหา (Severity or Seriousness) ความตรุะหนักในการุแก้ปััญหา ของชุุมชุน (Community Concern) ความยากง่ายในการุแก้ปััญหา (Feasibility) ขนาดของปััญหา (Size or Magnitude) พิิจารณาจำานวนค่นในชุุมชุนที่่�ได้รับผลำกำระที่บ จากำปััญหา ซึ่่�งข้้อเที่็จจริงหาได้จากำกำารสำำารวจชุุมชุน โดยให้ค่่าค่ะแนน ดังน้� พิิจารณากำารดำาเนินกำารแกำ้ปััญหาดังกำลำ่าวว่า จะที่ำาได้หร่อไม่ ภายใต้ค่วามร้้ ที่รัพิยากำร ระยะเวลำา กำฎหมาย แลำะศี่ลำธรรมที่่�ม่อย้่ โดยให้ค่่าค่ะแนน ดังน้� พิิจารณาผลำกำระที่บที่่�เกำิดข้่�นตามค่วามรุนแรง หากำปัลำ่อยไว้อาจเกำิดค่วามเสำ่ยหายในชุุมชุน โดยให้ ค่่าค่ะแนน ดังน้� พิิจารณาจำานวนค่นในชุุมชุนว่าต้องกำารแกำ้ไข้ ปััญหาหร่อไม่ ซึ่่�งค่วามสำนใจหาได้จากำกำารสำำารวจ ชุุมชุนโดยให้ค่่าค่ะแนน ดังน้� จำำานวนคนที่่�ได้้รัับผลกรัะที่บ ความยากง่่าย ความรัุนแรัง่ จำำานวนคนที่่�ให้้ความสนใจำ มากำกำว่า 0-25% 1 26-50% 2 51-75% 3 76-100% 4 ยากำมากำ 1 ยากำ 2 ง่าย 3 ง่ายมากำ 4 น้อย 1 ปัานกำลำาง 2 มากำ 3 มากำที่่�สำุด 4 มากำกำว่า 0-25% 1 26-50% 2 51-75% 3 76-100% 4 ค่าคะแนน (R1) ค่าคะแนน (R3) ค่าคะแนน (R2) ค่าคะแนน (R4) กำารกำำาหนดเกำณฑ์์กำารจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญแลำะค่่าค่ะแนน รวมถึ่งค่่านำ�าหนักำข้องปััญหา ดังน้� R1 R2 R3 R4 63 การแก้ปััญหาในชุุมชุนด้้วยกระบวนการออกแบบเชุิงวิศวกรรม ขั�นสอน วเคราะห ิ ์และหาสาเหตุของป และหาสาเหตุของป�ญหา 7. ครูถามคำถามกระตุนความคิดของนักเรียน เกี่ยวกับความสำคัญในการเก็บรวบรวมขอมูล วา • ทำไมตองสืบคนและเก็บรวบรวมขอมูล (แนวตอบ คำตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ ครูผูสอน เชน - วิเคราะหขอมูลที่เกี่ยวกับปญหาเพื่อ ทำความเขาใจสาเหตุและที่มาของปญหา ไดชัดเจน - รับฟงเหตุผลและมุมมองตางๆ ไมวาจะ เปนของผูไดรับผลกระทบ ผูเชี่ยวชาญ หรือแหลงขอมูลเชิงทฤษฎี - หลีกเลี่ยงการแกไขดำเนินงานผิดจากจุด ประสงคที่ตั้งไว จากการขาดขอมูลหรือ ทำตามสมมติฐานที่ไมถูกตอง) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา การพัฒนาโครงการเพื่อ แกไขปญหาในชุมชน ขั้นตอนการรวบรวม ขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของ ชวยใหการ ออกแบบมีความแมนยำ ครอบคลุม และ สอดคลองกับปญหาของของชุมชน จำเปน ตองเรียนรูวิธีการสืบคนสารสนเทศทั้งจาก แหลงทฤษฎีและการปฏิบัติ จากแหลงขอมูล ที่มีความนาเชื่อถือ เพื่อสรางความเขาใจที่ลึก ซึ้งวาปญหาเกิดขึ้นจากปจจัยใดบาง และมี แนวคิดใดที่เคยนำมาใชแกปญหา คุณครูสุมถามนักเรียน 2-3 คน วา ในขั้นระบุปญหา การเลือก ปญหาที่ตองการแกไขกับการระบุปญหาที่ตองการแกไขมีความ แตกตางกันอยางไร นักเรียนควรรู้ 1 เกณฑการจัดลำดับความสำคัญ เปนการสำรวจความคิดเห็นของผูคนใน ชุมชน เพื่อทำการเก็บรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของมาทำการคำนวณน้ำหนักของ ปญหาเปนคาตัวเลขที่สามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจในการเลือกปญหาที่ ตองการแกไขมากที่สุด โดยถือเปนการตัดสินใจที่มีหลักเกณฑในการอางอิงทาง สถิติ ซึ่งมีความนาเชื่อถือและยอมรับไดจากผูที่มีสวนเกี่ยวของทุกฝาย การแก ปญหาในชุมชนหรือในชีวิตประจำวัน มักจะพบวามีหลายปญหาเกิดขึ้นพรอมกัน แตทรัพยากร เชน เวลา งบประมาณ และกำลังคน มีอยูอยางจำกัด จึงจำเปน ตองใชเกณฑการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อชวยเลือกวาปญหาใดมีความสำคัญ มากที่สุดและควรแกไขกอน หนดเกำณฑ์์กำารจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญแ 1 นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T73 การัให้้นำ�าห้นักเกณฑขั้อง่ปญห้า (W) เปั็นกำารพิิจารณาสำัดสำ่วนค่วามสำำาค่ัญข้องแต่ลำะเกำณฑ์์ (R1 - R4 ) โดยให้ตัวแที่นชุุมชุนเข้้าร่วมเพิ่�อวิเค่ราะห์แลำะลำงค่ะแนนนำ�าหนักำค่วามสำำาค่ัญข้องแต่ลำะเกำณฑ์์ ดังน้� 3. เลือกปญห้าที่่�ต้อง่การัแก้ไขั้ หลำังจากำจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญข้องปััญหา ให้พิิจารณาเลำ่อกำปััญหาที่่�ม่ ค่่าค่ะแนนรวมมากำที่่�สำุดมาแกำ้ไข้กำ่อน 4. รัะบุปญห้าที่่�ต้อง่การัแก้ไขั้ เปั็นกำารระบุปััญหา โดยเข้่ยนเปั็นข้้อค่วามสำั�น ๆ กำะที่ัดรัด ให้มองเห็นแนวที่าง ในกำารแกำ้ปััญหา โดยเลำ่อกำแกำ้ปััญหาจากำรายกำารปััญหาที่่�ม่ค่่าค่ะแนนรวมมากำที่่�สำุด ตัวิอยาง การลงคะแนนและจัดลําดับควิามสําคัญของแตละปััญหา จากำข้้อสำรุปัมติที่่�ปัระชุุมในกำารกำำาหนดค่่านำ�าหนักำข้องเกำณฑ์์แลำะกำารลำงค่ะแนนแต่ลำะปััญหา สำามารถึสำรุปัได้ ดังน้� • กำำาหนดให้ค่่านำ�าหนักำข้องเกำณฑ์์ข้นาดข้องปััญหา (W1) เที่่ากำับ 4 • กำำาหนดให้ค่่านำ�าหนักำข้องเกำณฑ์์ค่วามรุนแรงแลำะค่วามเร่งด่วนข้องปััญหา (W2) เที่่ากำับ 3 • กำำาหนดให้ค่่านำ�าหนักำข้องเกำณฑ์์ค่วามยากำง่ายในกำารแกำ้ปััญหา (W3) เที่่ากำับ 5 • กำำาหนดให้ค่่านำ�าหนักำข้องเกำณฑ์์ค่วามสำนใจต่อปััญหาข้องค่นในชุุมชุน (W4) เที่่ากำับ 5 กำารจัดลำำาดับค่วามสำำาค่ัญข้องแต่ลำะปััญหาพิบว่า ปััญหาฝุนค่วันจำานวนมากำในอากำาศีจากำกำารเผาฟางข้้าวม่ ค่ะแนนรวมเที่่ากำับ 63 ค่ะแนน เปั็นลำำาดับที่่� 1 จ่งต้องเร่งแกำ้ไข้ปััญหาที่่�สำ่งผลำกำระที่บต่อสำุข้ภาพิข้องผ้้ค่นในชุุมชุน เปั็นอันดับแรกำ รัายการัปญห้า ขั้นาด้ (R1) ความรัุนแรัง่ (R2) ความยากง่่าย (R3) ความสนใจำ (R4) ค่าคะแนน รัวม (S) ลำาด้ับ 1. ปััญหากำารใชุ้ยาเสำพิติด 4 3 2 3 50 3 2. ปััญหาฝุนค่วันจำานวนมากำ ในอากำาศีจากำกำารเผาฟางข้้าว 4 4 3 4 63 1 3. ปััญหาแมลำงวันจำานวนมากำ ในชุุมชุน 3 4 3 4 59 2 ที่ำากำารปัระเมินเพิ่�อกำำาหนดนำ�าหนักำข้องแต่ลำะเกำณฑ์์แลำะหาค่ะแนนรวม โดยใชุ้สำ้ตร Matrix Method ดังน้� ค่าคะแนนรัวม (S) = (R1 × W1) + (R2 × W2) + (R3 × W3) + (R4 × W4) กำาห้นด้นำ�าห้นักขั้อง่แต่ละเกณฑ นำ�าห้นัก (W) ความสำาคัญ ตำ�ามาก ค่อนขั้้าง่ตำ�า ปานกลาง่ ค่อนขั้้าง่สูง่ สูง่มาก 1 2 3 5 4 64 ตัวอยางของการคํานวณ ลําดับความสําคัญของ แตละปญหา ขั�นสอน วเคราะห ิ ์และหาสาเหตุของป และหาสาเหตุของป�ญหา 9. นักเรียนแตละกลุม ใบงานที่ 3.1 เรื่อง การระบุ ปญหาและการเก็บรวบรวมขอมูล ใบงาน ดาวนโหลดไดจากแผนการจัดการเรียนรู https://www.aksorn.com/qrcode/TMDTM3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การแก้ปัญหาในชุมชนด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 1 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 3.1 เรื่อง การระบุปัญหาและการเก็บรวบรวมข้อมูล คำชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการลงพื้นที่สำรวจปัญหาและเก็บรวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่พบในชุมชน 1. สรุปรายการปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน 1) 2) 3) 2. จัดลำดับความสำคัญของปัญหา กำหนดเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา 𝑹𝑹𝟏𝟏 คือ ขนาดของปัญหา 𝑹𝑹𝟐𝟐 คือ ความรุนแรงของปัญหา 𝑹𝑹𝟑𝟑 คือ ความยากง่านในการแก้ปัญหา 𝑹𝑹𝟒𝟒 คือ ความตระหนักในการแก้ปัญหาของชุมชน รายการปัญหา 𝑹𝑹𝟏𝟏 𝑹𝑹𝟐𝟐 𝑹𝑹𝟑𝟑 𝑹𝑹𝟒𝟒 3. คะแนนรวมของแต่ละปัญหา รายการปัญหา ค่าคะแนนรวม (S) ลำดับ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การแก้ปัญหาในชุมชนด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 1 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 3.1 เรื่อง การระบุปัญหาและการเก็บรวบรวมข้อมูล คำชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการลงพื้นที่สำรวจปัญหาและเก็บรวบรวมข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่พบในชุมชน 1. สรุปรายการปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน 1) ปัญหาขยะมูลฝอย 2) ปัญหาฝุ่นควัน 3) ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า 2. จัดลำดับความสำคัญของปัญหา กำหนดเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา 𝑹𝑹𝟏𝟏 คือ ขนาดของปัญหา 𝑹𝑹𝟐𝟐 คือ ความรุนแรงของปัญหา 𝑹𝑹𝟑𝟑 คือ ความยากง่านในการแก้ปัญหา 𝑹𝑹𝟒𝟒 คือ ความตระหนักในการแก้ปัญหาของชุมชน รายการปัญหา 𝑹𝑹𝟏𝟏 𝑹𝑹𝟐𝟐 𝑹𝑹𝟑𝟑 𝑹𝑹𝟒𝟒 ปัญหา ขยะมูลฝอย 4 3 2 4 ปัญหาฝุ่นควัน 5 3 3 5 ปัญหาขาดแคลน ไฟฟ้า 3 4 3 3 3. คะแนนรวมของแต่ละปัญหา รายการปัญหา ค่าคะแนนรวม (S) ลำดับ ปัญหาขยะมูลฝอย 53 3 ปัญหาฝุ่นควัน 66 1 ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า 51 2 เฉลย ใบงาน วางแผนและศึกษาคนคว้า้ 10. ครูถามคำถามกระตุนความคิดของนักเรียน วา นักเรียนเคยเขียนผังงานหรือไม และเขียน แสดงขั้นตอนการทำงานเรื่องใด และเปด โอกาสใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นรวมกัน ในชั้นเรียน จากนั้นครูอธิบายกับนักเรียนวา การออกแบบวิธีการแกปญหาสามารถใชวิธี การเขียนผังงานซึ่งสามารถเขียนได 2 แบบ คือ ผังงานระบบ (System Flowchart) และ ผังงานโปรแกรม (Program Flowchart) 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา การออกแบบวิธีการแก ปญหาจะตองเลือกใชเครื่องมือชวยในการ สื่อสารเพื่อใหผูอื่นเขาใจความคิดและ แนวทางการแกปญหาไดชัดเจน เชน - การรางภาพ - แบบจำลอง - แผนภาพ - ผังงาน นักเรียนควรรู้ 1 น้ำหนักเกณฑของปญหา เปนกระบวนการที่มีลักษณะคลายการทำ ขอตกลงรวมกัน ซึ่งจะไดจากการประชุมรวมกันทุกฝายเพื่อกำหนดคาน้ำหนัก ในแตละเกณฑเปนคาตัวเลข ซึ่งไดรับการยอมรับจากที่ประชุมเพื่อนำไปใชใน การคำนวณคาคะแนนรวมของแตละปญหา แลวจึงทำการจัดอันดับความสำคัญ ของปญหา จึงสามารถสรุปไดวาจะตองทำการแกไขปญหาใดเปนอันดับแรกที่ได ผานการลงคะแนนของผูคนในชุมชนทุกคน ตัวอยางเชน ในโรงเรียนมีหลาย ปญหา เชน หองน้ำชำรุด สนามกีฬาไมเพียงพอ และสีอาคารเกา หากพิจารณา น้ำหนักเกณฑของปญหา จะพบวาหองน้ำชำรุดสงผลตอสุขอนามัยและนักเรียน จำนวนมาก จึงมีน้ำหนักเกณฑสูงกวาปญหาเรื่องสีอาคาร ซึ่งเปนเพียงเรื่อง ความสวยงาม ดังนั้น โรงเรียนควรแกไขปญหาหองน้ำกอน การัให้้นำ�าห้นักเกณฑขั้อง่ปญห้า (W) 1 กิจกรรม ท้าทาย ครูแบงนักเรียนออกเปน 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม รวมกันแสดงความคิดเห็นภายในกลุมวา การจัดลำดับความสำคัญ ของปญหามีประโยชนในการสรุปปญหาอยางไร แลวสงตัวแทนกลุม ออกมานำเสนอหนาชั้นเรียน 9. ระหวางทาง นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T74ข้อสอบเนน้ การคิด Design Focus ¡ÒÃà¡çºÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÙÅ เปนการดำเนินการดวยวิธีตาง ๆ เพื่อใหไดขอมูล ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ¡Ó˹´Çѵ¶Ø»ÃÐʧ¤áÅФÇÒÁµŒÍ§¡ÒâͧÊÔè§·Õèʹ㨠ซึ่งเปนการกำหนดขอบขายของขอมูลที่ตองการคนหา 2. ÇÒ§á¼¹áÅоԨÒóÒàÅ×Í¡áËÅ‹§¢ŒÍÁÙÅ โดยจะตองวิเคราะหวา มีแหลงขอมูลที่นาเชื่อถือใดบางที่มีขอมูลที่ตองการอยู 3. ¡Ó˹´ÇÔ¸Õ¡ÒÃà¡çºÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÙÅ เปนการกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลใหเหมาะสมกับแหลงขอมูล 4. ¤Œ¹ËÒáÅÐà¡çºÃǺÃÇÁ¢ŒÍÁÙÅ´ŒÇÂÇÔ¸Õ¡Òõ‹Ò§ æ เชน การสังเกต การจดบันทึก การสัมภาษณ 5. ÊÃØ»¼Å¢ŒÍÁÙÅ โดยการนำขอมูลจากแหลงตาง ๆ มาเปรียบเทียบกัน แลวประมวลผลเปนสารสนเทศ ขั้นตอนการเก็บรวิบรวิมข้อมูล ภาพที่่� 3.4 หน้าหลำักำข้องเว็บไซึ่ต์ ThaiJO เปั็นแหลำ่งข้้อม้ลำที่่�ใชุ้สำ่บค่้นข้้อม้ลำวารสำารที่างวิชุากำาร ที่มา : Thai Journals Online (ThaiJo) (2568) Thai Journals Online (ThaiJO) เปั็นระบบฐานข้้อม้ลำวารสำารอิเลำ็กำที่รอนิกำสำ์ กำลำางข้องปัระเที่ศีไที่ย เปั็นแหลำ่งรวม วารสำารวิชุากำารที่่�ผลำิตในปัระเที่ศีไที่ย ทีุ่กำสำาข้าวิชุา ที่ั�งสำาข้าวิที่ยาศีาสำตร์ เที่ค่โนโ ลำ ย่ มนุษ ยศีา สำตร์ แ ลำะ สำังค่มศีาสำตร์ 1.2 รวิบรวิมข้อมูลและแนวิคิดที่เกี่ยวิข้องกับปััญหา (Related Information Search) ข้ั�นตอนกำารเกำ็บรวบรวมข้้อม้ลำแนวค่ิดที่างวิที่ยาศีาสำตร์ ค่ณิตศีาสำตร์ เที่ค่โนโลำย่ หร่อศีาสำตร์อ่�น ๆ ที่่�เกำ่�ยวข้้อง กำับปััญหา ที่ั�งที่่�เปั็นค่วามค่ิด (Idea) หลำักำกำาร (Principles) ที่ฤษฎ่ (Theories) แลำะผลำงานวิจัยที่่�ผ่านมา (Previous Research) เพิ่�อออกำแบบวิธ่กำารแกำ้ปััญหา ซึ่่�งข้ั�นตอนที่่�ยากำที่่�สำุด ค่่อ กำารปัระเมินค่วามน่าเชุ่�อถึ่อข้องแหลำ่งข้้อม้ลำ บุค่ค่ลำ สำถึาบัน องค่์กำร หน่วยงานที่่�เกำ่�ยวข้้อง 1 แหลำ่งข้้อม้ลำที่่�เปั็นเอกำสำาร เชุ่น หนังสำ่อ ตำารา วารสำาร 2 สำ่�อดิจิที่ัลำในเว็บไซึ่ต์ต่าง ๆ ที่ั�งจากำในปัระเที่ศีแลำะต่าง ปัระเที่ศี 3 65 การุแก้ปััญหาในชุุมชุน ด้วยกรุะบวนการุออกแบบเชุิงวิศวกรุรุม ขั�นสอน แกป้ �ญหา 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา การวางแผนและการ ดำเนินการแกปญหาเปนขั้นตอนสำคัญใน กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมที่ชวยให ทีมงานสามารถจัดการทรัพยากรและจัด ลำดับกิจกรรมตางๆ ไดอยางเปนระบบ เพื่อใหการแกปญหาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในทุกมิติ ทั้งดานคุณภาพ ผลลัพธ และ ตนทุน โดยเริ่มจากการเขาใจปญหาเพื่อ วางแผนแกปญหาใหตรงกับความตองการ กอนจะลงมือพัฒนาเทคโนโลยีหรือสราง นวัตกรรม กอนนำไปใชทดสอบเพื่อแกปญหา สรุปผล และปรับปรุงตอไปไดอยางยั่งยืน 13. นักเรียนแตละกลุม ใบงานที่ 3.2 เรื่อง การ ออกแบบและการวางแผนเพื่อแกปญหา ใบงาน ดาวนโหลดไดจากแผนการจัดการเรียนรู https://www.aksorn.com/qrcode/TMDTM3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การแก้ปัญหาในชุมชนด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 1 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 3.2 เรื่อง การออกแบบและการวางแผนเพื่อแก้ปัญหา คำชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและวางแผนเพื่อดำเนินการแก้ปัญหา ที่พบในชุมชน 1. นักเรียนยกตัวอย่างเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการออกแบบแก้ปัญหาในชีวิตจริง พร้อมอธิบายแนวคิดของการออกแบบพอสังเขป 1) ระบุเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ 2) สร้างแบบจำลอง 3) วัตถุประสงค์ของการสร้าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การแก้ปัญหาในชุมชนด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนฯ ที่ 1 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 3.2 เรื่อง การออกแบบและการวางแผนเพื่อแก้ปัญหา คำชี้แจง : นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและวางแผนเพื่อดำเนินการแก้ปัญหา ที่พบในชุมชน 1. นักเรียนยกตัวอย่างเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการออกแบบแก้ปัญหาในชีวิตจริง พร้อมอธิบายแนวคิดของการออกแบบพอสังเขป 1) ระบุเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ เครื่องกรองอากาศขนาดเล็กจากวัสดุเหลือใช้ 2) สร้างแบบจำลอง 3) วัตถุประสงค์ของการสร้าง • เพื่อสร้างเครื่องกรองอากาศต้นทุนต่ำสำหรับใช้ในบ้านหรือห้องเรียน • เพื่อให้เข้าใจหลักการกรองอากาศเบื้องต้น เช่น การกรองฝุ่นด้วยถ่านกัมมันต์และไส้กรอง • เพื่อส่งเสริมแนวคิดการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ เฉลย • หลักการ การกรอง (Filtration) และ การดูดซับ (Adsorption) ของ ถ่านกัมมันต์ • หลัก การไหลของอากาศ (Air Flow) จากพัดลมเพื่อสร้างแรงดัน ผ่านชั้นกรอง • แนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology) — ใช้ของเหลือใช้ เพื่อลดขยะและช่วยสิ่งแวดล้อม เมื่อนักเรียนไดแฟมเอกสารบทความงานวิจัยที่มีประโยชนตอการ แกปญหาของนักเรียนจากเว็บไซตที่ขาดความนาเชื่อถือ นักเรียน จะมีวิธีการตรวจสอบความนาเชื่อถือของบทความงานวิจัยดังกลาว อยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนตอบตามหลักการและเหตุผลที่ถูกตอง เชน ตรวจสอบแหลงอางอิงในบทความ ตรวจสอบประวัติและผลงาน เจาของบทความ ตรวจสอบขอมูลหนวยงานเจาของบทความ) เกร็ดแนะครู ในขั้นรวบรวมขอมูลและแนวคิดที่เกี่ยวของกับปญหา ครูควรเนนย้ำเรื่อง ความนาเชื่อถือของแหลงขอมูล โดยเฉพาะการหาขอมูลจากแหลงออนไลน และสื่อดิจิทัลในเว็บไซต การตรวจสอบความถูกตองของขอมูล เพื่อใหนักเรียน สามารถนำขอมูลที่รวบรวมแลวมาใชอางอิงไดอยางมีเหตุผล และเหมาะสมกับ ปญหาที่เลือก นักเรียนควรรู้ 1 การประเมินความนาเชื่อถือของแหลงขอมูล เปนกระบวนการพิจารณาและ ตรวจสอบขอมูลกอนนำไปใช โดยพิจารณาจากแหลงที่มา ผูเขียน ความถูกตอง ความทันสมัย และวัตถุประสงคของขอมูล เพื่อใหมั่นใจวาขอมูลมีความถูกตอง เชื่อถือได และเหมาะสมตอการนำไปใชในการเรียน การตัดสินใจ หรือการแก ปญหาอยางมีเหตุผล ่อ กำารปัระเมินค่วามน่าเชุ่�อถึ่อข้องแหลำ่งข้้อม้ลำ 1 ระหวางทาง นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T75ข้อสอบเนน้ การคิด ตัวิอยาง การเก็บรวิบรวิมข้อมูลและสร้างแนวิคิดในการแก้ไขปััญหา เม่�อระบุปััญหาที่่�ต้องกำารแกำ้ไข้ข้องชุุมชุน ค่่อ ปััญหาฝุนค่วันจำานวนมากำในอากำาศีจากำกำารเผาฟางข้้าว ดังนั�น จ่งต้องเกำ็บรวบรวมข้้อม้ลำเกำ่�ยวกำับกำารนำาฟางข้้าวที่่�ม่อย้่ในชุุมชุนไปัพิัฒนาเปั็นผลำิตภัณฑ์์อ่�น ๆ เพิ่�อไม่ให้ เกำิดปััญหาฝุนค่วันจำานวนมากำในอากำาศี โดยเกำ็บรวบรวมข้้อม้ลำจากำแหลำ่งข้้อม้ลำต่าง ๆ ได้ ดังน้� Design Focus โครงการบูรณาการขอมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชประโยชนที่ดินทางการเกษตร ทำใหเกษตรกรไดเขาถึงขอมูล สำคัญทางการเกษตรในเว็บไซต https://www.agri-map-online.moac.go.th ขอมูลที่สามารถสืบคนได เชน • ระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการ เชิงรุกออนไลน (Agri-Map Online) • คลังสารสนเทศดานการเกษตร • สถานีตรวจวัดอากาศ แหลงข้อมูลทางการเกษตร ภาพที่่� 3.5 เว็บไซึ่ต์แลำะแอปัพิลำิเค่ชุันเพิ่�อสำ่บค่้นข้้อม้ลำที่างกำารเกำษตร ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ (ม.ป.ป.) ชื�อบที่ความห้รัือง่านวิจำัย ปที่่�เผยแพรั่ แห้ล่ง่ขั้้อมูลที่่�น่าเชื�อถือ กำารลำดต้นทีุ่นกำระดาษที่ำาผิวกำลำ่องโดยกำารปัรับปัรุง คุ่ณภาพิเย่�อเศีษกำระดาษพิิมพิ์เข้่ยน 2555 https://cuir.car.chula.ac.th/handle/ 123456789/36632 สำมบัติข้องไซึ่แลำนเนสำจากำ Aureobasidium pullulans PBU109 แลำะกำารปัระยุกำต์ในข้ั�นตอนกำ่อนฟอกำ เย่�อกำระดาษจากำฟางข้้าว 2557 https://cuir.car.chula.ac.th/handle/ 123456789/56118 ค่วามสำามารถึในกำารร่ไซึ่เค่ิลำข้องถึ้วยกำระดาษ จุฬาซึ่่โร่เวสำต์ 2563 http://cuir.car.chula.ac.th/handle/ 123456789/78679 กำารพิัฒนาคุ่ณลำักำษณะกำระดาษฟางข้้าวข้องวิสำาหกำิจ ชุุมชุนกำระดาษฟางข้้าว ตำาบลำกำระแชุง อำาเภอ สำามโค่กำ จังหวัดปัทีุ่มธาน้ 2567 https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/ JRIST/article/view/255709 66 ขั�นสอน สรุปและประเม สรุปและประเมนคิ าของค ่ ําตอบ 14. ครูถามคำถามกระตุนความคิดของนักเรียน โดยครูชี้ประเด็น ดังนี้ • เมื่อนำชิ้นงานหรือแบบจำลองที่ออกแบบ มาทดลองใชงานจริง นักเรียนคิดวาจะวัด หรือทดสอบอะไรบางเพื่อดูวาผลงานนั้น เปนไปตามที่ตองการหรือไม (แนวตอบ สิ่งที่ควรทดสอบ/วัด - ตรวจสอบประสิทธิภาพการกรอง เชน วัดปริมาณฝุนกอน-หลัง - ตรวจสอบความคงทนของวัสดุ เชน ฟองน้ำ ถาน กรอง ไมเสียหาย - ตรวจสอบเสียง การใชพลังงาน ความ ปลอดภัย) • ถาพบวาสวนหนึ่งของชิ้นงานไมทำงาน ตามที่คาดไว เชน กรองฝุนไดไมหมดหรือ อากาศไหลนอยเกินไป นักเรียนคิดวาจะ ปรับปรุงอยางไร (แนวตอบ แนวทางปรับปรุงเมื่อพบจุด บกพรอง - ถาการกรองไมดี จะตองเพิ่มชั้นกรอง หรือปรับวัสดุกรอง - ถาวัสดุเสื่อม เลือกใชวัสดุที่ทนกวาเดิม) • ทำไมการทดสอบและรับฟงขอเสนอแนะ เปนสวนสำคัญของการออกแบบ ไมใชแค ทำใหเสร็จ (แนวตอบ เหตุผลในการทดสอบและรับฟง ขอเสนอแนะ - เพราะการออกแบบเปนการคาดเดา บางสิ่งที่ทำออกมาไดดี สวยงาม แตอาจ นำไปใชงานจริงไมได - ขอเสนอแนะชวยใหเห็นจุดที่ผูใชรูสึก ไมสะดวกหรือไมเขาใจ) นักเรียนควรรู้ 1 ไซแลนเนส (Xylanase) คือ เอนไซมที่ผลิตโดยจุลินทรีย Aureobasidium pullulans สายพันธุ PBU109 ทำหนาที่ยอยสลายไซแลน ซึ่งเปนองคประกอบ สำคัญในผนังเซลลพืช ใหแตกตัวเปนน้ำตาลโมเลกุลเล็ก เอนไซมชนิดนี้มีความ สำคัญทางชีวภาพและสามารถนำไปประยุกตใชในดานอาหาร อาหารสัตว อุตสาหกรรมกระดาษ และกระบวนการชีวภาพอื่นๆ เกร็ดแนะครู ครูสามารถฝกกระบวนการคิดวิเคราะหใหกับนักเรียนไดโดยการสืบคน แหลงขอมูลหลากหลายประเภทมาใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและ ใหเหตุผลในการคัดแยกแหลงขอมูลที่มีความนาเชื่อถือและแหลงขอมูลที่ไมมี ความนาเชื่อถือออกจากกัน กอนที่จะนําไปใชอางอิงในโครงงานของตนเอง เพื่อใหเกิดความถูกตองและนาเชื่อถือตามหลักการและเหตุผล สำมบัติข้องไซึ่แลำนเนสำจากำ Aureobasidium pullulans PBU109 แลำะกำารปัระยุกำต์ในข้ั�นตอนกำ่อนฟอกำ 1 นักเรียนมีวิธีตรวจสอบความนาเชื่อถือของแหลงขอมูลออนไลน ไดอยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง เชน ตรวจ สอบจากขอมูลในเว็บไซตวา เปนเว็บไซตของหนวยงานราชการ หรือองคกรที่มีอยูจริงหรือไม ตรวจสอบแหลงที่มาของเอกสารที่ เผยแพรภายในเว็บไซต ตรวจสอบแหลงอางอิงของขอมูลในเว็บไซต สืบคนประวัติของเว็บไซต) นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T76กิจกรรม สร้างเสริม 1.3 ออกแบบวิธีการแกปญหา (Solution Design) ขั้นตอนการออกแบบวิธีการแกปญหา เปนการนําขอมูลที่ไดมาวิเคราะห เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือก ขอมูลที่จําเปนสําหรับการแกปญหา โดยคํานึงถึงทรัพยสินทางปญญา เงื่อนไขหรือทรัพยากรที่มีอยู เชน งบประมาณ เวลา ขอมูลและสารสนเทศ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ รวมถึงประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใชเทคโนโลยี ชวยสรางทางเลือกในการแกปญหา แลวตัดสินใจเลือกวิธีการแกปญหาที่เหมาะสมเพื่อออกแบบแนวทางการแกปญหา โดยอาจสรางแบบจําลอง การรางภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน ซึ�งมีรายละเอียด ดังน�้ 1. การรางภาพ (Sketch) คือ การเขียนภาพโดยใชมือ (Freehand) เพื่อแสดงโครงสรางชิ้นงานอยางหยาบ ๆ จากความคิดหรือจินตนาการของผูออกแบบ เพื่อนําไปใชเขียนรายละเอียดตาง ๆ ใหสมบูรณตามมาตรฐานตอไป 2. แบบจําลอง (Model) คือ สัญลักษณที่ใชจําลองขอเท็จจริงตาง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ แบบจําลองประกอบ ไปดวยแผนภาพชนิดตาง ๆ เพื่อแสดงใหเห็นแตละมุมมองของระบบแบบจําลอง เปนเครื่องมือที่มีความสําคัญ ที่ชวยใหการสื่อสารระหวางบุคคลเกิดความเขาใจตรงกันมากขึ้น เน��องจากแบบจําลองแสดงใหเห็นการทํางาน ของระบบ หรือแสดงใหเห็นหนาที่ของระบบ รวมถึงโครงสรางและสวนประกอบตาง ๆ สะทอนใหเห็นถึงความตองการ ของระบบในดานตาง ๆ ไดอยางชัดเจนวาทําหนาที่อะไร และอยางไร ดังนั้น ขอกําหนดความตองการหรือรายละเอียด ของระบบ (System Description) แบบจําลองการวิเคราะห (Analysis Model) และแบบจําลองของการออกแบบ (Design Model) จึงมีความสัมพันธกัน การรางภาพชวยแสดงถึงแนวคิดเริ�มตน (Conceptual Design) ที่ตองการความรวดเร็วและ ความยืดหยุน เพื่อเปรียบเทียบหรือทดลองแนวคิดกอน จะลงมือทําโมเดลจริงหรือเขียนแบบดวยคอมพิวเตอร เปนทักษะสําคัญในดานการคิด การสรางสรรค การแกปญหา เปรียบเสมือนการทดลองทางความคิดที่ไมสิ้นเปลือง ทรัพยากรและสามารถเปลี่ยนแปลงไดตลอดเวลา โดย สามารถมองเห็นความเชื่อมโยงขององคประกอบตาง ๆ ขอกําหนดความตองการหรือรายละเอียดของ ระบบ คือ การอธิบายภาพรวมของระบบที่ตองการพัฒนา เริ�มจากวัตถุประสงค ขอบเขตการใชงาน ความตองการ เฉพาะของผูใช ขอจํากัดในการใชงาน เชน ระบบจัดการ หองสมุดออนไลน นักศึกษาสามารถคนหา ยืม คืน หนังสือ ตรวจสอบประวัติการยืม-คืนได ซึ�งจะใชไดเฉพาะ หนังสือและสื่อที่อยูในหองสมุด โดยระบบตองรองรับ ผูใชงานจํานวนมากในเวลาเดียวกัน และสามารถเขาถึง ไดผานเครือขายอินเทอรเน็ต ภาพที่ 3.6 การรางภาพแสดงกระบวนการทํางานของเครื่องจักรเพื่อ สื่อสารแนวคิดและโครงสรางชิ้นงาน ภาพที่ 3.7 การใชระบบยืม-คืนหนังสือดวยตนเองในหองสมุด เพื่อเพิ�ม ความสะดวกและลดเวลาการใหบริการ 67 การแกปญหาในชุมชน ดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ขั�นสอน สรุปและประเม สรุปและประเมนคิ าของค ่ ําตอบ 15. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ขั้นตอนการทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแกไขวิธีการแก ปญหา หรือชิ้นงาน ถือเปนหัวใจสำคัญที่ชวย ใหชิ้นงานหรือวิธีการแกปญหาสามารถนำไป ใชไดจริงและแกปญหาตรงตามที่ตองการ บันทึกขอมูลจากการทดลองใหครบถวน แลว ประเมินผลโดยพิจารณาวาชิ้นงานนั้นทำงาน ไดตามเปาหมาย หากผลลัพธยังไมเปนไป ตามมาตรฐาน จะตองทำการวิเคราะหหา สาเหตุของขอบกพรอง แลวนำขอสังเกต เหลานั้นมาปรับปรุงชิ้นงานอีกครั้งกระบวน การนี้จะวนซ้ำหลายรอบจนไดชิ้นงานสามารถ ตอบโจทยไดอยางเต็มที่ ทำใหเกิดการเรียนรู และพัฒนาตอยอดอยางตอเนื่อง 16. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา เมื่อตองการนำเสนอ ผลงานการแกปญหา ควรตั้งชื่อโครงการให สั้น กระชับ และสะทอนวัตถุประสงคใน การนำไปใชแกปญหา มีการนำเสนอดวยการ อธิบายเปาหมายใหชัดเจนเชน การใช ทรัพยากร ผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ขั้นตอน การดำเนินงานตั้งแตสำรวจปญหา สรางชิ้น งาน วิธีการแกปญหา นำเสนอผลลัพธ และ ขอจำกัดที่ควรปรับปรุงชิ้นงานในอนาคต ซึ่งการนำเสนอดวยภาพถายขณะทำงาน และกราฟผลวิเคราะห จะชวยใหผูฟงเขาใจ งาย เห็นภาพรวมโครงการ และประเมิน ประสิทธิภาพไดอยางรวดเร็ว 17. นักเรียนทำแบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หนวยการ เรียนรูที่ 3 เทคโนโลยีกับการแกปญหา นักเรียนแตละคนออกแบบและรางภาพหนากากปองกันฝุนละออง และสารเคมีแบบมีวาลวคนละ 1 แบบ โดยคำนึงถึงลักษณะการใชงาน ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการระบายอากาศ จากนั้นให นักเรียนอธิบายแนวคิดหรือเหตุผลในการออกแบบหนากากปองกันฝุน ละอองและเคมีของตนเอง นักเรียนควรรู้ 1 โมเดล (Model) คือ แบบจำลองหรือสิ่งแทนของวัตถุ ระบบ กระบวนการ หรือแนวคิดจริง ที่ถูกสรางขึ้นเพื่อใชอธิบาย แสดงโครงสราง ความสัมพันธ หรือ การทำงานของสิ่งนั้นๆ โดยไมจำเปนตองเปนของจริงทั้งหมด โมเดลชวยให ผูเรียนหรือผูศึกษาเขาใจเรื่องที่ซับซอนไดงายขึ้น สามารถมองเห็นภาพรวมและ รายละเอียดสำคัญไดชัดเจนขึ้น โมเดลอาจอยูในรูปแบบของภาพวาด แผนผัง ชิ้นงานจำลอง แบบสามมิติ สูตรคณิตศาสตร หรือการจำลองดวยคอมพิวเตอร และมักถูกนำมาใชเพื่อการเรียนรู การทดลอง การออกแบบ และการแกปญหา กอนนำไปพัฒนาหรือใชงานจริง ชวยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และทรัพยากร อีกทั้งยังเอื้อตอการปรับปรุงและพัฒนาแนวคิดไดอยางเปนระบบ จะลงมือทําโมเดลจริงหรือเขียนแบบดวยคอมพิวเตอร 1 นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T771 แผันภาพลายเส้น 160/60R 17M/C ปัริมาตรกำระบอกำสำ้บ 481.03 ซึ่่ซึ่่. 110/80R 19M/C เปั็นแผนภาพิที่่�ใชุ้ลำายเสำ้น ร้ปัที่รง แลำะข้้อค่วาม ปัระกำอบกำัน เหมาะสำำาหรับแสำดงโค่รงสำร้างที่ั�งภายใน แลำะภายนอกำ พิร้อมกำับเสำ้นโยงแสำดงค่วามสำัมพิันธ์กำัน ที่ั�งลำักำษณะแลำะตำาแหน่ง แลำะแสำดงค่วามสำัมพิันธ์ข้อง องค่์ปัระกำอบต่าง ๆ เชุ่น แผนภาพิรถึจักำรยานยนต์ แสำดงองค่์ปัระกำอบที่่�สำำาค่ัญข้องรถึจักำรยานยนต์ แผนภาพิแสำดงกำลำ้องถึ่ายร้ปั แผนภาพิแสำดงเค่ร่�อง ผสำมเสำ่ยงแลำะเสำ้นโยงตำาแหน่งปัุมกำารใชุ้งานต่าง ๆ แผนภาพิแสำดงสำ่วนปัระกำอบข้องไมโค่รโฟนบันที่่กำเสำ่ยง แลำะวิธ่กำารเชุ่�อมต่อเข้้ากำับอุปักำรณ์ต่อพิ่วงอ่�น ๆ ภาพที่่� 3.10 แผนภาพิที่่�ใชุ้ลำายเสำ้นแสำดงโค่รงสำร้างภายนอกำแลำะ ค่ำาอธิบายองค่์ปัระกำอบข้องรถึจักำรยานยนต์ 3. แผนภาพ (Diagram) ค่่อ ภาพิหร่อเค่้าโค่รงที่่�เข้่ยนข้่�นเพิ่�อชุ่วยในกำารอธิบายเร่�องราว แผนภาพิเปั็น วัสำดุกำราฟกำที่่�ใชุ้ถึ่ายที่อดค่วามร้้ ค่วามเข้้าใจ ค่วามค่ิดเห็น หร่อเร่�องราวต่าง ๆ หร่อแสำดงค่วามสำัมพิันธ์ข้องชุิ�นสำ่วน ข้องวัตถึุหร่อโค่รงสำร้างโดยแสำดงสำ่วนปัระกำอบแลำะระบบกำารที่ำางานที่่�ซึ่ับซึ่้อนข้องสำิ�งต่าง ๆ เพิ่�อให้เข้้าใจชุัดเจนข้่�น ด้วยกำารใชุ้ภาพิเหม่อนหร่อภาพิลำายเสำ้น แลำะสำัญลำักำษณ์อ่�นปัระกำอบ เพิ่�อแสำดงลำักำษณะเฉพิาะหร่อโค่รงสำร้างที่่�สำำาค่ัญ เที่่านั�น โดยไม่ม่รายลำะเอ่ยดอ่�นที่่�ไม่จำาเปั็น แบ่งออกำเปั็น 4 ชุนิด ดังน้� สปอรัตไบก (Sport Bike) นำ�าหนักำสำุที่ธิ 198 กำิโลำกำรัม แบบจำาลำองกำารวิเค่ราะห์ ค่่อ เค่ร่�องม่อที่่� ใชุ้หลำักำกำารที่างค่ณิตศีาสำตร์แลำะสำถึิติ เพิ่�อชุ่วยวิเค่ราะห์ ค่าดกำารณ์ผลำลำัพิธ์ กำารวัดค่วามเสำ่�ยง หร่อกำารปัระเมิน ผลำกำระที่บข้องกำารเปัลำ่�ยนแปัลำงตัวแปัรหน่�งต่ออ่กำตัวแปัร หน่�ง เชุ่น เม่�อนักำศี่กำษาค่้นหาหนังสำ่อที่่�ต้องกำารเจอแลำ้ว แต่ม่บันที่่กำว่าม่ผ้้อ่�นย่มไปัแลำ้ว ม่กำารแสำดงผลำวันแลำะ เวลำาในกำารย่มแลำะต้องค่่นหนังสำ่อดังกำลำ่าวอย่างชุัดเจน นักำศี่กำษาจ่งสำามารถึบันที่่กำข้้อม้ลำกำารจองต่อได้ที่ันที่่ แลำะ สำามารถึตั�งค่่าระบบเพิ่�อที่ำากำารแจ้งเต่อนหนังสำ่อเม่�อม่ กำารค่่นจากำผ้้อ่�นเร่ยบร้อยแลำ้ว แบบจำาลำองข้องกำารออกำแบบ ค่่อ กำารสำร้าง ร้ปัภาพิหร่อเชุิงโค่รงสำร้างชุ่วยลำดค่วามค่ลำาดเค่ลำ่�อน ลำดค่วามเสำ่�ยงในกำารพิัฒนา แลำะที่ำาให้กำารออกำแบบ ม่ค่วามชุัดเจนมากำข้่�น เชุ่น ระบบรับค่ำาสำั�งกำารค่้นหา จากำนักำศี่กำษา จากำนั�นระบบจะสำร้างแปัลำนสำามมิติหร่อ ภาพิเร็นเดอร์ (Render) เพิ่�อชุ่วยให้นักำศี่กำษาเข้้าใจ ได้ที่ันที่่ว่าหนังสำ่ออย้่ที่่�ตำาแหน่งใด โดยแสำดงลำักำษณะ ใกำลำ้เค่่ยงกำับข้องจริง แลำะสำามารถึเปัลำ่�ยนมุมมองด้วย กำารหมุนหร่อข้ยายได้ ภาพที่่� 3.8 กำารย่ม-ค่่นหนังสำ่อผ่านระบบออนไลำน์ในห้องสำมุด ภาพที่่� 3.9 ภาพิจำาลำองชุั�นหนังสำ่อ ใชุ้เปั็นแบบจำาลำองกำารออกำแบบ เพิ่�อบอกำตำาแหน่งแลำะกำารจัดเร่ยงหนังสำ่ออย่างเปั็นระบบ Online Library Services 68 ขั�นสอน สรุปและประเม สรุปและประเมนคิ าของค ่ ําตอบ 18. นักเรียนแบงกลุมใหม กลุมละ 3-5 คน ทำ กิจกรรมฝกทักษะ Design Activity จาก หนังสือเรียน หนา 79 เรื่อง การแกปญหาโดย ใชกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ลงใน สมุดประจำตัว โดยครูพิจารณาคำตอบ เพื่อ ตรวจสอบความถูกตอง 19. นักเรียนทำแบบฝกหัดรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หนวยการ เรียนรูที่ 3 การแกปญหาในชุมชนดวย กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ขั�นสรุป 1. นักเรียนทบทวนความรูโดยใชสื่อดิจิทัล Smart PowerPoint เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมกับการแกปญหาในชุมชน 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมกับการแก ปญหาในชุมชน โดยใหนักเรียนสำรวจตนเอง วาไดเรียนรูเกี่ยวกับเรื่องใดบาง และจะนำไป ใชพัฒนาตนเองอยางไร 18. ระหวางทาง นักเรียนควรรู้ 1 เร็นเดอร (Render) คือ กระบวนการที่คอมพิวเตอรประมวลผลขอมูลจาก แบบหรือโมเดลดิจิทัล เพื่อแปลงใหกลายเปนภาพหรือสื่อที่สามารถมองเห็นได จริง โดยคำนวณรายละเอียดตางๆ เชน รูปราง สี วัสดุ แสง เงา และมุมมอง ผลลัพธที่ไดเรียกวา ภาพเร็นเดอร ซึ่งมักใชเพื่อแสดงแนวคิดหรือผลงานกอน การสรางจริง ชวยใหเขาใจลักษณะของชิ้นงานไดชัดเจนและใกลเคียงกับของ จริงมากขึ้น ตัวอยางเชน การออกแบบบานดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร ซึ่งใน ขั้นแรกอาจเห็นเพียงเสนโครงราง แตเมื่อทำการเร็นเดอร บานจะปรากฏเปนภาพ ที่มีสีสัน แสงเงา และรายละเอียดครบถวน หรือในการตัดตอวิดีโอ เมื่อแกไข เสร็จแลวตองสั่งเร็นเดอรเพื่อสรางไฟลวิดีโอที่สามารถเปดดูและนำไปใชงาน ไดจริง ภาพิเร็นเดอร์ (Render) เพิ่�อชุ่วยให้นักำศี่กำษาเข้้าใจ 1 กิจกรรม ท้าทาย ครูแบงนักเรียนออกเปน 4-6 กลุม แลวใหพิจารณาสถานการณ ปญหาใกลตัวที่พบในชีวิตประจำวัน เชน ปญหาขยะในหองเรียน อุปกรณการเรียนจัดเก็บไมเปนระเบียบ หรือการใชพลังงานไฟฟาอยาง สิ้นเปลือง จากนั้นใหนักเรียนเลือกปญหา 1 เรื่อง และออกแบบวิธีการ แกปญหาอยางงาย โดยเขียนหรือวาดภาพแสดงแนวคิดการแกปญหา ของตนเอง พรอมอธิบายขั้นตอนการทำงานวาจะทำอยางไร ใชอุปกรณ หรือทรัพยากรใด และเหตุใดจึงเลือกวิธีการนั้น นํา สอน สอน สรุป ประเมนิ T78 สรุปข้อสอบเนน้ การคิด Full Half Empty 12v 30A 12v แบตเตอร่� ฟวสำ์ กำลำ่องค่วบคุ่ม กำุญแจสำวิตชุ์ มอเตอร์เบรกำข้วา เบรกำซึ่้าย ค่ันเร่ง มิเตอร์วัดระดับแบตเตอร่� ข้ั�วชุาร์จ เค่ร่�องชุาร์จ เปั็นแผนภาพิที่่�ใชุ้ร้ปัที่รงง่าย ๆ แสำดงให้เห็นถึ่ง องค่์ปัระกำอบอย่างหยาบ ๆ แสำดงค่วามสำัมพิันธ์ ข้องระบบกำารที่ำางานที่่�เกำ่�ยวเน่�องกำันโดยไม่เน้น รายลำะเอ่ยดข้องกำารที่ำางาน เชุ่น แผนภาพิบลำ็อกำ (Block Diagram) ข้องลำำาโพิงอย่างง่าย โดยแสำดง กำารเชุ่�อมต่อกำันตามลำำาดับข้องแต่ลำะอุปักำรณ์ เม่�อ สำวิตชุ์ที่ำากำารปัดวงจรไฟฟ้า กำระแสำไฟฟ้าจะไหลำค่รบ วงจรไฟฟ้า จ่งที่ำาให้ลำำาโพิงที่ำางานได้ แต่ถึ้าเปัดวงจร ไฟฟ้า กำระแสำไฟฟ้าจะหยุดแลำะลำำาโพิงจะไม่ที่ำางาน เปั็นแผนภาพิที่่�ใชุ้ลำายเสำ้นเข้่ยนเปั็นภาพิง่าย ๆ แที่นสำิ�งใดสำิ�งหน่�ง โดยให้ด้เหม่อนหร่อใกำลำ้เค่่ยง เที่่านั�น ซึ่่�งผ้้อ่านจะเกำิดค่วามเข้้าใจได้เอง แผนภาพิ แบบน้�จ่งเหมาะแกำ่กำารแสำดงหลำักำกำารที่ำางาน เชุ่น กำารผลำิตนำ�าปัระปัาแลำะสำ่งไปัยังผ้้บริโภค่ เปั็นแผนภาพิที่่�แสำดงที่ั�งร้ปัภาพิแลำะภาพิลำายเสำ้น ผสำมผสำานเข้้าด้วยกำัน ที่ำาให้เห็นวัตถึุได้ที่ั�งสำ่วนที่่� เปั็นภาพิเหม่อนจริงแลำะภาพิลำายเสำ้น ซึ่่�งที่ำาให้เข้้าใจ ถึ่งรายลำะเอ่ยดข้ององค่์ปัระกำอบแลำะกำระบวนกำาร ที่ำางานข้องวัตถึุชุิ�นนั�นอย่างชุัดเจน เชุ่น กำารที่ำางาน ข้องกำลำ่องค่วบคุ่มในรถึจักำรยานยนต์ ภาพที่่� 3.11 แผนภาพิบลำ็อกำข้องวงจรไฟฟ้า โดยเริ�มจากำแหลำ่ง กำำาเนิดไฟฟ้า ฟวสำ์ปั้องกำัน สำวิตชุ์ค่วบคุ่ม ตัวต้านที่าน ลำำาโพิง ภาพที่่� 3.12 ร้ปัภาพิแสำดงกำระบวนกำารผลำิตนำ�าปัระปัาตั�งแต่กำารสำ้บนำ�า จากำธรรมชุาติจนสำ่งไปัยังผ้้บริโภค่ ภาพที่่� 3.13 แผนภาพิที่่�ม่ร้ปัภาพิเหม่อนจริงแลำะภาพิลำายเสำ้นที่ำาให้ เข้้าใจกำระบวนกำารที่ำางานที่่�สำัมพิันธ์กำันข้องอุปักำรณ์ ต่าง ๆ ได้อย่างชุัดเจน 2 แผันภาพแบบบล็อก 3 แผันภาพแบบรุูปัภาพ 4 แผันภาพแบบผัสม POWER SOURCE FUSE SWITCH RESISTOR 69 การุแก้ปััญหาในชุุมชุน ด้วยกรุะบวนการุออกแบบเชุิงวิศวกรุรุม ดาวนโหลดไดจากแผนการจัดการเรียนรู https://www.aksorn.com/qrcode/TMDTM3 แบบประเมิน ขั�นประเมนิ 1. ครูตรวจแบบทดสอบกอนเรียน 2. ครูตรวจแบบฝกหัด 3. ครูตรวจสมุดประจำตัว จากการทำกิจกรรม ฝกทักษะ Design Activity 4. ครูตรวจใบงานที่ 3.1 เรื่อง การระบุปญหา และการเก็บรวบรวมขอมูล 5. ครูตรวจใบงานที่ 3.2 เรื่อง การออกแบบและ การวางแผนเพื่อแกปญหา 6. ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 7. ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุม 8. ครูประเมินการนำเสนอการวิเคราะหปญหา การจัดลำดับความสำคัญของปญหา และ แนวคิดในการแกปญหา 9. ครูสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงคระหวาง การเรียน 10. ครูสังเกตความสามารถในการสื่อสาร ความ สามารถในการคิด และความสามารถในการ ใชเทคโนโลยี 11. ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุม ถานักเรียนตองการเขียนอธิบายกระบวนการทำงานของระบบการ แยกขยะของเครื่องจักรที่นักเรียนออกแบบขึ้นมา นักเรียนจะเลือกใช แผนภาพแบบใด จงอธิบาย (แนวตอบ แผนภาพแบบรูปภาพ เพราะเหมาะสำหรับอธิบาย กระบวนการทำงานของระบบโดยไมจำเปนตองวาดภาพเหมือนจริง แตเนนใหเขาใจกระบวนการแตละขั้นตอนจากภาพไดชัดเจน) เกร็ดแนะครู เนื้อหาในสวนนี้ ครูสามารถจัดกิจกรรมไดหลากหลายรูปแบบ เชน ครูอาจ จะหาตัวอยางแผนภาพทั้ง 4 ชนิด มาใหนักเรียนชวยกันจำแนกใหถูกประเภท เพื่อทดสอบความเขาใจของนักเรียน หรือสุมเลือกรูปแบบแผนภาพมา 1 ชนิด แลวใหนักเรียนหาแผนภาพที่ตรงตามโจทยของตนเองมา หรือใหนักเรียน เลือกวาดแผนภาพแบบใดแบบหนึ่ง โดยกิจกรรมที่เนนการลงมือทำจะมี ประโยชนมากที่สุด นักเรียนควรรู้ 1 ฟิวสปองกัน (Fuse) คือ อุปกรณนิรภัยที่ติดตั้งอยูในวงจรไฟฟา ทำหนาที่ ตัดกระแสไฟฟาอัตโนมัติเมื่อมีกระแสไฟฟาไหลเกินคาที่กำหนด ลวดฟวสจะขาด ทำใหกระแสไฟฟาหยุดไหลทันที เพื่อปองกันอุปกรณไฟฟา วงจร และผูใชงาน จากความเสียหายหรืออันตราย โดยจะตองเปลี่ยนฟวสใหมจึงจะใชงานวงจรได อีกครั้ง เชน ไฟฟาลัดวงจร ฟวสำ์ปั้องกำัน 1 แบบประเมิน พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการทำงานกลุ่ม แล้วขีด  ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการประเมิน มีการวางแผน ร่วมกัน ทำงาน มีการแสดง ความคิดเห็น ของสมาชิก มีการรับฟัง ความคิดเห็น มีการปฏิบัติ ตามขั้นตอน ที่วางไว้ สามารถ ให้คำแนะนำ กลุ่มอื่นได้ รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ……………………………………………………………ผู้ประเมิน ……….……/………………….……/…………………. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้งหรือน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมนิ T79 ประเมิน