ใบความรู้ประกอบการสอน_เรื่อง_รำวงมาตรฐาน_(1)-09211345 (1) - PDF to Document
Published on Sep 21, 2026
Description:
ประวัติความเป็นมาของรำวงมาตรฐาน
รำวงมาตรฐาน มีวิวัฒนาการจากการเล่นรำโทน โดยรำโทน เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวบ้าน ที่ ผู้เล่นไม่
จำกัดเพศและวัย ลักษณะการรำและร้องเป็นไปตามความสนุกสนาน ไม่มีแบบแผนกำหนดไว้ที่แน่นอน มุ่งเน้นที่
ความสนุกสนานผ่อนคลายเป็นสำคัญ โดยรำเป็นวงกลมล้อมคนตีโทน หรือรำรอบครกตำข้าว
ต่อมาเมื่อสถานการณ์โลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่๒ (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๗) ขณะนั้นผู้ดำรงตำแหน่งเป็น
นายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม ซึ่งไทยได้ร่วมกับญี่ปุ่นทำสงครามกับกลุ่มพันธมิตร-อังกฤษ
และอเมริกา จึงเกิดสภาวะสงครามขึ้น ข้าวยากหมากแพง ยารักษาโรคหายาก เศรษฐกิจตกต่ำ และประชาชนต้อง
เผชิญภัยทางอากาศ รัฐบาลมีคำสั่งให้ประชาชนพรางไฟยามช่วงกลางคืนและงดการจัดมหรสพ ประชาชนมีความ
เป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขณะเดียวกัน การเล่นรำโทน กลับได้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชน เนื่องจากเป็น
การเล่นผ่อนคลายที่เล่นได้ง่าย ไม่ต้องมีทักษะด้านร้องรำ และไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้การปรบมือให้จังหวะการเล่นก็
เพียงพอ นับเป็นการเล่นกันอย่างแพร่หลาย ช่วงที่เกิดสภาวะสงคราม จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงการละเล่นรื่นเริงประจำชาติ และภัยคุกคามด้านวัฒนธรรม จึงมีการปรับเปลี่ยน
วัฒนธรรมไทยให้มีความเป็นไทยอารยะ จึงพัฒนาการเล่น “รำโทน” มาเป็น “รำวง”
พ.ศ. ๒๔๘๗ รัฐบาล จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร ปรับปรุงการเล่นรำโทนให้
มีระเบียบเรียบร้อย เป็นแบบฉบับอันดีงามของนาฏศิลป์ไทยและเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการละเล่นพื้นเมือง โดย
ปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้อง ลีลาท่ารำ และการแต่งกาย การปรับปรุงรำโทนให้เป็น
มาตรฐาน ซึ่งการแต่งเนื้อร้องที่มีพื้นฐานมาจากกระแสชาตินิยมและหน้าที่พลเมือง ทำนองเพลงสามารถบรรเลง
ได้ทั้งวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากล และบรรจุท่ารำจากแม่บท ศิลปะแบบราชสำนัก มากำหนดเป็นท่ารำเฉพาะ
แต่ละเพลงอย่างเป็นแบบแผน
องค์ประกอบของการแสดงรำวงมาตรฐาน
เนื้อร้องและทำนองเพลง กรมศิลปากรแต่งเนื้อร้องจำนวน ๔ เพลง คือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทย
เพลงรำซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย และ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม แต่งเนื้อร้องเพิ่มอีก ๖ เพลง คือ เพลง
ดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงบูชานักรบ เพลงยอด
ชายใจหาญ ส่วนทำนองเพลงทั้ง ๑๐ เพลง กรมศิลปากร และกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้แต่ง
ท่ารำ บรรจุท่ารำจำนวน ๑๔ ท่ารำ โดย นางลมุล ยมะคุปต์ นางมัลลี คงประภัศร์ และนางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก
และ ครูผัน โมรากุล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลป์ เพลงรำวงมาตรฐาน ๑๐ เพลง
ได้รับการบรรจุท่ารำ ดังนี้
ใบความรู้ ที่ ๑ เรื่อง รำวงมาตรฐาน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง รำวงมาตรฐาน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง รำวงมาตรฐาน๑
รายวิชา ศิลปะ (สาระ นาฏศิลป์) รหัสวิชา ศ๒๒๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒๑. เพลงงามแสงเดือน ผู้ชายและผู้หญิงท่าสอดสร้อยมาลา
๒. เพลงชาวไทย ผู้ชายและผู้หญิงท่าชักแป้งผัดหน้า
๓. เพลงรำซิมารำ ผู้ชายและผู้หญิงท่ารำส่าย
๔. เพลงคืนเดือนหงาย ผู้ชายและผู้หญิงท่าสอดสร้อยมาลาแปลง
๕. เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ผู้ชายและผู้หญิงท่าแขกเต้าเข้ารัง และท่าผาลาเพียงไหล่
๖. เพลงดอกไม้ของชาติ ผู้ชายและผู้หญิงท่ารำยั่ว
๗. เพลงหญิงไทยใจงาม ผู้ชายและผู้หญิงท่าพรหมสี่หน้า และท่ายูงฟ้อนหาง
๘. เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า ผู้ชายและผู้หญิงท่าช้างประสานงา ชายท่าจันทร์ทรงกลด
๙. เพลงยอดชายใจหาญ ผู้ชายท่าจ่อเพลิงกาฬ ผู้หญิงท่าชะนีร่ายไม้
๑๐.เพลงบูชานักรบ ผู้ชายท่าจันทร์ทรงกลด และท่าขอแก้ว
ผู้หญิงท่าขัดจางนาง และท่าล่อแก้ว
วงดนตรี บรรเลงเพลงประกอบโดยใช้ทั้งวงปี่พาทย์ไม้นวม ได้แก่ ๑.ขลุ่ย, ๒.ระนาดเอก, ๓.ฆ้องวงใหญ่, ๔.ซอ
อู้, ๕.ตะโพน, ๖.กลองแขก, ๗.ฉิ่ง หรือวงดนตรีสากล ทั้งนี้ต้องมีโทนตีประกอบจังหวะ
รูปแบบและลักษณะการแสดงรำวงมาตรฐาน
๑.ผู้แสดงชายและหญิงเดินออกมาเป็นแถวตรง หันหน้าเข้าหากัน ต่างฝ่ายทำความเคารพด้วยการไหว้
๒.แปลแถวเป็นวงกลม (แบบทวนเข็มนาฬิกา) ทำความเคารพกันอีกครั้ง และเริ่มรำตามบทร้อง
๓. เมื่อรำจบบทร้องในเพลงบูชานักรบ หันหน้าเข้าหาคู่ทำความเคารพด้วยการไหว้ ก่อนออกจากวง
เครื่องแต่งกาย มี ๔ รูปแบบ
๑.แบบพื้นเมือง ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม มีผ้าคาดเอว
หญิง นุ่งผ้าโจงกระเบน ห่มสไบอัดจีบ คาดเข็มขัด
๒. แบบไทยพระราชนิยม ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื้อราชประแตน สวมรองเท้า ถุงเท้ายาว
หญิง แต่งชุดไทยสมัยรัชกาลที่ ๕ เสื้อคอหมูแฮม โจงกระเบน สวมรองเท้า
๓. แบบสากลนิยม ชาย แต่งชุดสูทสากล สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกเนคไท หรือสวมเสื้อพระราชทาน
แขนยาว มีผ้าคาดเอว สวมรองเท้า
หญิง ชุดนุ่งกระโปรงป้ายข้าง ยาวกรอมเท้า ใส่เสื้อคอกลม แขนกระบอก
๔ แบบราตรีสโมสร ชาย นุ่งกางเกง สวมเสื้อพระราชทาน ผ้าคาดเอวห้อยชายด้านหน้า
หญิง นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้านาง ใส่เสื้อจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่าลงไป
ทางด้านหลัง เปิดไหล่ขวา ศีรษะทำผมเกล้า
ทักษะปฏิบัติรำวงมาตรฐาน เพลงคืนเดือนหงาย ใช้ท่ารำ สอดสร้อยมาลาแปลงเนื้อเพลงคืนเดือนหงาย คำร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) ทำนอง อาจารย์มนตรี ตราโมท
ยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพายโบกพริ้วปลิวมา
เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา
เย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย
ความหมาย ในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นคืนเดือนหงาย มีลมพัดมารู้สึกเย็นสบาย ความสบายกายนี้ ยังไม่
เท่ากับความสบายใจจากการที่ได้ผูกมิตรกับผู้อื่น และความสงบร่มเย็นของประเทศไทยที่มีเอกราช เปรียบดังฝนที่
ตกโปรยปรายลงมาทั่วพื้นแผ่นดิน ทำให้ร่มเย็นกันทั่วไป
ชื่อ - สกุล ...................................................................................... ชั้น............... เลขที่...............