16

Published on Aug 30, 2026

16

16 - PDF to Document

Published on Aug 30, 2026

Description:

วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [68] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 โมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง The Sufficiency Economy Philosophy Model สุพจน์ ประไพเพชร1 , สุดสวาสดิ์ ประไพเพชร2 , วสันต์ แสงเหลา3 , สายสมร ศักดิ์คำดวง4 , และไกศิษฏ์ เปลรินทร์5 นักวิชาการอิสระ1,2,3,4,5 Suphot Praphaiphet1 , Sutsawat Praphaiphet2 , Wasan Sanglao3 ,Saisamorn Sukkhamduang4 , and KaisitPlarin5 Independent scholars 1,2,3,4,5 Received: January 29, 2022 Revised: February 6, 2022, Accepted: February 15, 2022 บทคัดย่อ โมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกระบวนการเชิงระบบโดยเริ่มจากระยะที่ 1 คุณธรรมและ คุณลักษณะเป็นการรู้จักตัวเรา และผนวกกับระยะที่ 2 ความรู้ อะไรที่เป็นความรู้ที่เรามีซึ่งเกี่ยวข้องทั้งในระดับ บุคคลและการแบ่งปันในกลุ่ม ระยะที่ 3 คุณลักษณะที่รอบรู้และความตระหนักรู้ในความพอเพียง เราตัดสินใจ อย่างไร ระยะที่ 4 การลงมือปฏิบัติและพฤติกรรม เป็นการรู้ว่าจะแสดงพฤติกรรมอย่างไร และระยะที่ 5 ผลผลิตและผลลัพธ์เป็นการวัดที่ครอบคลุมทั้งผลิต และผลลัพธ์หรือที่เรียกว่า “โมเดล 2-3-4-5” คำสำคัญ: โมเดล, ปรัชญา, เศรษฐกิจพอเพียง, โมเดล 2-3-4-5 Abstract The Sufficiency Economy Philosophical Model is a systematic process starting from; Stage 1 of model: Virtues and attributes are known as who we are. And add knowledge in Stage 2 of model: Knowledge What is the knowledge that we have that is relevant both individually and shared in groups? Stage 3 of model: Wise attitudes and a sufficiency mindset, how we decide. Stage 4 of model: Actions and behaviors are knowing how we behave. And Stage 5 of model: Outputs and outcomes were measures that covered both measurable outputs and envisaged outcomes, or “2-3-4-5 Model”. Key Words: Model, Philosophy, Sufficiency Economy, 2-3-4-5 Model บทนำ จากสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่ง รัฐ มาตรา 75 รัฐพึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจไปพร้อมกันอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ 1 Corresponding author, Tel. 0818883701, E-mail: [email protected] บทความเทคนิค (Technical Article)วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [69] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 พอเพียง ขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของ ประชาชนและประเทศ สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการศึกษา (conceptual design) ตามแผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ที่ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษา ได้แก่ หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (education for all) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (inclusive education) หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (sufficiency economy) และหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม (all for education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals : SDGs 2030) (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560) และหลักการสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ที่ยึด “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ต่อเนื่องมาตั้งแต่ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 เพื่อให้เกิดบูรณาการการพัฒนาในทุกมิติอย่างสมเหตุสมผล มีความพอประมาณ และมี ระบบภูมิคุ้มกัน เป็นการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ชุมชนวีถีชีวิต ค่านิยม ประเพณีและวัฒนธรรม (ราชกิจจานุเบกษา, 2559) ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดนโยบาย ปีงบประมาณ 2562 ไว้ สอดคล้องกัน กล่าวคือ นโยบายที่ 2 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน กลยุทธ์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมาย โลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง โดยกำหนดตัวชี้วัด คือ ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมแสดงออกถึงการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และร้อยละของสถานศึกษาที่น้อมนำพระบรมรา โชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดแนวทางการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่ ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562) จากแนวนโยบายดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นและสำคัญของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาทุกระดับ สอดคล้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (2559); จิรา ยุ อิศรางกูร ณ อยุธยา และปรียานุช ธรรมปิยา (2557); ปรียานุช ธรรมปิยา (2560) ที่ได้ระบุถึงความสำคัญ ของเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคน 3 ประการ คือ (1) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้มนุษย์อยู่ ร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนเสรีภาพในสังคมได้อย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียน ไม่เอารัดเอาเปรียบ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจิตเมตตา และจิตสาธารณะ (2) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกับ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ทำลาย เห็นคุณค่า และมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และ(3) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้มนุษย์อยู่อย่างมีรากเหง้า ทางวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา ค่านิยม และเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล/ สังคม โดยหลักคิดและหลักปฏิบัติดังกล่าวจะนำไปสู่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคโลกาภิวัตน์ และ นำไปสู่การสร้างผลผลิตและผลลัพธ์ (outputs and outcomes) ที่มีคุณภาพ กล่าวคือ ผลผลิตเป็นความ พอเพียง (sufficiency) ที่เป็นความสมดุลระหว่างมิติของเศรษฐกิจหรือวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ส่วนในกรณีผลลัพธ์นั้น เป็นความยั่งยืนของคุณภาพชีวิตหรือการอยู่ดีกินดี (well-being sustainability) ได้แก่ พึ่งตนเอง (self-reliance) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นผลของการทำทุกอย่างแล้วจึงจะพึ่งตนเองได้ต้องมีความรู้ มีวิธีคิด มีทักษะในการตัดสินใจ และการ ปฏิบัติมีภูมิคุ้มกัน (immunity) เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ และยืดหยุ่นหรือความสามารถในการต้านแรงกระทบต่างๆ (resilience) (เกษม วัฒนชัย และจิรายุ อิศรางกูร วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [70] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 ณ อยุธยา, 2555; Avery and Bergsteiner, 2016) อย่างไรก็ดีคุณลักษณะของความพอเพียง (sufficiency attributes) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะต้องเสริมสร้างให้กับผู้เรียนเพื่อให้เกิดความสมดุลและพร้อมต่อการรองรับ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งทางวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็น อย่างดี โดยยึดหลักการความพอเพียง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน โดยอยู่ ภายใต้เงื่อนไขพื้นฐาน (คุณธรรมนำความรู้) เป็นความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการ นำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน (ปรียานุช ธรรมปิยา, 2560) ดังนั้น การ ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับหน่วยงานทางการศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปสู่ แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปแบบหรือโมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังมีสาระสำคัญต่อไปนี้ โมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง อย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้อง เสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มี สำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ กว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดีความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติดังแสดงในภาพที่ 1(มูลนิธิชัยพัฒนา, 2565) ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [71] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่าง รอบคอบ 3. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะ เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง 2 ประการ ดังนี้ 1. เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความ รอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน การปฏิบัติ 2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ดี การศึกษาถึงแก่นที่มาของปรัชญาพอเพียงหรือหลักการพอเพียงเพื่อนำมาถอดรหัสจนได้ เป็นแนวปฏิบัติใหม่และเรียบเรียงไว้ในหนังสือ “Sufficiency Thinking” ในบทที่ 3 The Sufficiency Economy Philosophy Process โดย ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พัฒนาและพุทธ ศาสตร์ กับ Harald Bergsteiner ศาสตราจารย์เกียรติคุณ The Australian Catholic University และผู้ร่วม ก่อตั้งสถาบันเพื่อผู้นำความยั่งยืน จึงไม่เพียงเป็นประโยชน์กับชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้และยกย่อง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนไทยให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น แนว ปฏิบัติใหม่ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy Model หรือ SEP Model) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก “Virtues and attributes” (คุณธรรมและคุณลักษณะ) ตามระบบการ คิด (system thinking) นั่นคือ คนซึ่งเป็นปัจจัยเข้าสู่กระบวนการ (input) เป็นการพูดถึงการพัฒนาที่มีคนเป็น ศูนย์กลางคือเริ่มต้นที่คุณลักษณะของคนเป็นสำคัญในการพัฒนาทุกเรื่อง ที่ต้องการ “คุณภาพของคน” ตาม หลักพอเพียงกำหนดด้วยสองเงื่อนไขคือ “คุณธรรมกับความรู้” ทั้งนี้ “คุณธรรม” มีสองส่วนคือ ส่วนแรก “Enduring virtues” เป็นคุณลักษณะของตัวเรา ซึ่งมาจากการบ่มเพาะในครอบครัว ความเชื่อที่ฝังมาใน จิตสำนึกของเรา เป็นคุณงามความดีที่อยู่ในตัวเรา กับส่วนที่สอง “Share virtues” หรือ “ethics” (จริยธรรม) เป็นคุณลักษณะของกลุ่ม เป็นสิ่งที่ต้องตกลงร่วมกัน เป็นความเชื่อร่วมกัน เป็นคุณงามความดีของกลุ่ม เช่น corporate ethic ยึดถือการไม่ขายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจริยธรรมขององค์กรเกิดจาก ผู้บริหารและพนักงานบริษัทยึดมั่นในแนวทางนี้ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การถอดบทเรียนและนำเสนอรูปแบบของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) ในตำราดังกล่าว มีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ คือ 1) เพื่อแสดงหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงที่มีความสลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เป็นตรรกะเป็นเหตุเป็นผล และเป็นการบูรณาการ 2) เพื่อใช้ เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย 3) เพื่อเป็นเครื่องมือในกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นภาพรวมและให้โอกาสนำไป ประยุกต์ใช้และ4) เพื่อเป็นกระบวนการขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือSEP อย่างเป็นขั้นตอนให้ นำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ โดยสร้างเป็นโมเดลอย่างง่ายของกระบวนการดำเนินการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เริ่มจากคนที่มีคุณธรรม (virtuous person) ในการใช้ความรู้ (knowledge) เพื่อการตัดสินใจอย่างรอบรู้ วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [72] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 (wise decisions) และนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติตน (acts accordingly) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ (envisioned results) เช่น สังคมที่มีความเอื้ออาทร (compassionate society) เป็นต้น Avery and Bergsteiner (2016) ได้นำเสนอ SEP Model หรือโมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งระบบโดยเริ่มจากระยะที่1คุณธรรมและคุณลักษณะ (virtues and attributes) เป็นการ รู้จักตัวเรา (who we are) และผนวกกับระยะที่ 2 การสร้างความรู้ (knowledge) อะไรที่เป็นองค์ความรู้ที่เรามี (what we know) ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งในระดับบุคคลและการแบ่งปันในกลุ่ม ระยะที่ 3 คุณลักษณะที่รอบรู้และความ ตระหนักรู้ในความพอเพียง (Wise attitudes and a sufficiency mindset) เราตัดสินใจอย่างไร (how we decide) ระยะที่ 4 การลงมือปฏิบัติและพฤติกรรม (actions and behaviors) เป็นการรู้ว่าจะแสดงพฤติกรรมอย่างไร (how we behave) และระยะที่ 5 ผลผลิตและผลลัพธ์ (outputs and outcomes) เป็นการวัดที่ครอบคลุมทั้งผลิต (measurable outputs) และผลลัพธ์(envisaged outcomes) อย่างไรก็ดี“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”ของใน หลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้ให้คนไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 แม้ว่าจะเป็นที่“รับรู้”อย่างกว้างขวาง แต่“ความ เข้าใจ”และ“การนำไปใช้”อย่างถูกต้อง ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงสำหรับคนไทยอาจจะยังไม่มากพอ ดังนั้น การศึกษา ถึงแก่นที่มาของ“ปรัชญาความพอเพียง” หรือ“หลักความพอเพียง”เพื่อนำมาถอดรหัสจนได้เป็นแนวปฏิบัติใหม่ และเรียบเรียงไว้ในหนังสือ“Sufficiency Thinking” ในบทที่ชื่อว่า“The Sufficiency Economy Philosophy Process”ดังเกริ่นแล้วในตอนต้น แนวปฏิบัติใหม่ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy model หรือ SEP model) ประกอบด้วย 5 ระยะดังแสดงในภาพที่2-6 ภาพที่ 2คุณธรรมและคุณลักษณะ (virtues and attributes) ระยะที่ 1คุณธรรมและคุณลักษณะ (virtues and attributes) ตามแนวคิดเชิงระบบ (system thinking) นั่นคือ คนซึ่งเป็นปัจจัยนำเข้า (input) สู่กระบวนการเป็นการพูดถึงการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลางคือเริ่มต้นที่ คุณลักษณะของคนเป็นสำคัญในการพัฒนาทุกเรื่องที่ต้องการ “คุณภาพของคน” ตามหลักพอเพียงกำหนดด้วยวารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [73] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 สองเงื่อนไขคือ “คุณธรรมกับความรู้” ทั้งนี้ “คุณธรรม” มีสองส่วนคือ ส่วนแรก คือ enduring virtues ซึ่งเป็น คุณลักษณะของตัวเราเกิดจากการบ่มเพาะในครอบครัว ความเชื่อที่ฝังมาในจิตสำนึกของเราเป็นคุณงามความดีที่อยู่ ในตัวเรา และส่วนที่สอง คือ Share virtues หรือ ethics (จริยธรรม) ที่เป็นคุณลักษณะของกลุ่ม/สิ่งที่ต้องตกลง ร่วมกัน/ความเชื่อร่วมกัน/คุณงามความดีของกลุ่ม เช่น corporate ethic ยึดถือการไม่ขายสินค้าที่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม ซึ่งจริยธรรมขององค์การเกิดจากผู้บริหารและพนักงานบริษัทยึดมั่นในแนวทางนี้ เป็นต้น ดังนั้น ในขั้น แรกนี้จึงเริ่มด้วยคำถามว่า “Who we are” เมื่อเริ่มด้วยคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา จึงต้องเริ่มต้นว่าเราเป็นคน อย่างไร เพื่อให้ทบทวนตัวเองเพราะแต่ละคนอาจจะมีความเชื่อส่วนบุคคลต่างกัน เช่น จริยธรรม (ethic) ใน สังคมไทยจะตอบแทนผู้มีพระคุณ ในขณะที่คุณธรรม (virtue) คนไทยมีสัมมาคารวะและนอบน้อมถ่อมตน นั่นคือ จะมองในสองมิติทั้งคุณธรรมและคุณลักษณะของตน และมิติกลุ่มที่เป็นเรื่องของจริยธรรม มีงานวิจัยยืนยันว่า ชัดเจนว่าการทำงานเป็นทีมและการร่วมมือกันมีส่วนช่วยสนับสนุนผลงานของแต่ละคน เช่น ในหมู่บ้านพลังงาน ชีวภาพของเยอรมันมีองค์ประกอบแห่งความสำเร็จที่สำคัญคือ การมีผู้นำในท้องถิ่น (local champions) ที่มีความ ตระหนักและความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแรงกล้า ความไว้วางใจ และความร่วมมือจริงจัง การสื่อสารที่ชัดเจนและ สม่ำเสมอ การศึกษาความเป็นไปได้อย่างครอบคลุม ประสิทธิภาพ การวางแผนอย่างจริงจังและโปร่งใส และการ นำไปปฏิบัติ ในทำนองเดียวกันโครงการในพระราชดำริของไทยจะดำเนินการโครงการต่างๆ ต่อเมื่อชุมชนท้องถิ่นมี แรงกระตุ้นให้มีส่วนร่วมด้วยการให้เวลาและมีความพยายามอย่างมุ่งมั่นนั่นเอง ดังนั้น การเริ่มต้นของรูปแบบนี้ด้วย คุณธรรมของคนไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เป็นการสะท้อนว่าองค์การที่ยั่งยืน (sustainable organizations) เริ่มมอง หาคนใหม่เข้ามาในองค์การด้วยการตรวจสอบหรือพิจารณาว่าคนใหม่นั้นมีค่านิยม (values) ตรงกับขององค์การ หรือไม่ก่อนที่จะดูเรื่องความรู้และทักษะ การพัฒนาทักษะของคนเป็นเรื่องที่องค์การที่ยั่งยืนทำตลอดเวลา ซึ่งการ จะเปลี่ยนระบบค่านิยมของคนนั้นเป็นเรื่องยากแต่ถือว่าเป็นเรื่องท้าทาย ภาพที่ 3การสร้างองค์ความรู้ (adding knowledge)วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [74] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 ระยะที่ 2การสร้างความรู้ (adding knowledge) ในขั้นนี้เป็นการเพิ่มเติมความรู้ ก่อนที่คนจะตัดสินใจ ได้อย่างรอบด้านหรืออย่างชาญฉลาดจำเป็นต้องมีความรู้และพัฒนาความรู้ตลอดเวลา ความรู้จะประกอบด้วย ความรู้ส่วนบุคคล (personal knowledge) และความรู้ที่แบ่งปันกันในกลุ่ม (Shared knowledge) เป็นคุณธรรม สำคัญในองค์การ ซึ่งองค์การที่ล้มเหลวนั้นมักจะมีคนที่เก็บข้อมูล (gate-keepers) ไว้ไม่แบ่งปัน ดังนั้น การเก็บ ข้อมูลไว้ไม่แบ่งปันคนอื่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำลายองค์การด้วยดังนั้น ในขั้นตอนนี้จึงต้องถามตัวเราว่า“What we know” ซึ่งเมื่อแต่ละคนมีคุณธรรม (virtue) กับจริยธรรม (ethic) ในสังคมที่มีอยู่ และมีความรู้ส่วนบุคคลที่สามารถ นำมาใช้ได้แล้วกับการแบ่งปันความรู้ และเมื่อมีทั้งสองอย่างนี้แล้วเขาพร้อมทำงานตัดสินใจและเป็นศูนย์กลางการ พัฒนาได้แล้ว นี่คือ ปัจจัยนำเข้าที่เป็นเงื่อนไขคุณภาพ (quality foundations) ของคนก่อนที่จะทำงาน แต่เดิมการ นำหลักการหรือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้ความสำคัญเท่ากันทั้ง “ความรู้” และ“คุณธรรม” โดยมักจะ พูดว่า “ความรู้คู่คุณธรรม” แต่โมเดลใหม่นี้ให้ความสำคัญกับ “คุณธรรม” มาก่อนเพราะถ้าไม่มีคุณธรรมอาจจะ สรรหาความรู้ที่ไม่ดีมาใช้ จึงใช้คำว่า “คุณธรรมกำกับความรู้” ซึ่งเป็นคำที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ หมายถึง “ต้องมีและใช้คุณธรรมกำกับความรู้” สำหรับในเชิงธุรกิจก็นำไปใช้ได้เช่นกัน กล่าวคือ เมื่อสัมภาษณ์หรือเลือกคน เข้าทำงานก็ต้องเลือกจากคนที่มีความเชื่อหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายบริษัทก่อน เพื่อให้มีหลักยึดไป ในทางเดียวกัน แล้วจึงมองเรื่องความสามารถว่ามีมากเพียงพอที่บริษัทต้องการหรือไม่ เมื่อนำไปใช้แบบนี้จะทำให้ เลือกคนได้ดีขึ้น ภาพที่ 4 ทัศนคติที่ดีหรือคุณลักษณะที่รอบรู้และกรอบแนวคิดพอเพียง (wise attitudes and a sufficiency mindset) ระยะที่ 3 ทัศนคติที่ดีหรือคุณลักษณะที่รอบรู้และกรอบแนวคิดพอเพียง (wise attitudes and a sufficiency mindset) เมื่อมีคุณธรรมและความรู้แล้ว เจตคติหรือทัศนคติที่รอบรู้หรือชาญฉลาด คือ ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล และความระมัดระวังหรือมีภูมิคุ้นกันที่ดี (moderateness, reasonableness, วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [75] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 prudence) คือ หลักในการตัดสินใจและปฏิบัติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงดำริว่าเป็นองค์ประกอบ สำคัญของชุดความตระหนักเรื่องความพอเพียง (sufficiency mindset) ในขั้นตอนนี้รูปแบบที่นำเสนอไม่ได้ แยกแยะความแตกต่างระหว่างมิติของบุคคลและมิติของกลุ่มเนื่องจากบูรณาการเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว อย่างไรก็ดี อิทธิพลภายในและอิทธิพลภายนอกมีผลต่อการกำหนดการตัดสินใจของกระบวนการสร้างความตระหนักความ พอเพียง และประเด็นสำคัญคือต้องใช้ทั้งสามหลักการนี้“พร้อมกัน”เสมอ เช่น การสั่งซื้อยาต้องคิดว่าควรซื้อใน จำนวนที่พอเหมาะพอดี โดยมีเหตุผลที่อธิบายได้ และต้องมีการตรวจสอบยาที่มาส่งว่าครบถ้วนและถูกต้อง หรือไม่ หรือแม้แต่คนจัดซื้อยาต้องมีคุณธรรมและความรู้เรื่องการจัดซื้อยา แล้วจึงมาใช้สามหลักการพร้อมกันเสมอ ห้ามขาดอันใดอันหนึ่ง จึงประสบความสำเร็จในการสั่งซื้อยา และเป็นการจัดซื้อยาตามหลักการพอเพียง สำหรับ อิทธิพลภายในและภายนอก (internal influences-external influences) เนื่องจากคนเราจะ ตัดสินใจอะไรไม่ใช่เราอยากทำอะไร แต่ต้องพอเหมาะพอดีกับปัจจัยภายในกับปัจจัยภายนอกที่กำกับอยู่ ยกตัวอย่างเรื่องเดิมคือการจัดซื้อยา ในส่วนของอิทธิพลภายใน เช่น ตัวเรามีข้อจำกัดเรื่องความรู้เกี่ยวกับยาหรือไม่ ฯลฯ หรือบริษัทมีงบประมาณที่กำหนดให้เท่านี้ ส่วนอิทธิพลภายนอกบางครั้งยาชนิดนี้ขาดตลาดหาซื้อไม่ได้ ใช้ยา อื่นแทนได้หรือไม่ หมายความว่า ทั้งสามหลักการมีทั้งสองปัจจัยนี้เกี่ยวข้องที่ต้องคำนึงถึงตลอด ดังนั้น ในขั้นตอน กรอบแนวคิดพอเพียง (sufficiency mindset) ที่บอกว่าเป็นทางสายกลางและตั้งคำถามว่าจะตัดสินใจอย่างไร (How we decide) เพราะกรอบแนวคิดพอเพียงเป็นตัวกำกับการตัดสินใจของเราและเป็นหลักคิดพอเพียง เมื่อใช้ โมเดลนี้ตามพระองค์ท่านจะทำให้เราเป็นคน “คิดก่อนทำ” เสมอไม่ใช่ทำไปคิดไป คือคิดให้“รอบคอบ”ก่อนทำเป็น สิ่งที่เราเรียนรู้จากพระองค์ท่าน เพราะมีพระราชดำรัสหลายครั้งที่บอกไว้ว่า การทำไปคิดไปหรือทำก่อนคิด หาก เกิดข้อผิดพลาดในบางเรื่องกลับมาแก้ไขไม่ได้แล้ว ดั้งนั้น เพื่อไม่ให้สันสนและติดกับมิติทางเศรษฐกิจเนื่องจากใน หลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อปี 2540 ในช่วงเวลานั้นประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือ วิกฤติต้มยำกุ้ง จึงมีคำว่า “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งแท้จริงคือ“หลักคิดพอเพียงหรือปรัชญาพอเพียง”ที่มี ความครอบคลุม สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเรื่องไม่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และในปี 2542 พระองค์ทรงรับสั่งว่า “คิด อย่างพอเพียง พูดอย่างพอเพียง ปฏิบัติอย่างพอเพียง” ทรงก้าวข้ามเรื่องเศรษฐกิจไปแล้ว ภาพที่ 5 การลงมือปฏิบัติและพฤติกรรม (actions and behaviors)วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [76] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 ระยะที่ 4 การลงมือปฏิบัติและพฤติกรรม (actions and behaviors) เมื่อบุคคลได้มีความตระหนัก ถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันหรือความระมัดระวังแล้ว โดยได้คำนึงถึงตัวแปรต่างๆ ที่ เป็นอิทธิพลภายในและภายนอกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินกิจกรรมและการประพฤติตนที่สะท้อนเจตคติ หรือทัศนคติที่รอบรู้ชาญฉลาดเกี่ยวกับความพอเพียง หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ในขั้นนี้เป็นการเพิ่ม หลักการทรงงาน (adding work principles and practices) นอกเหนือจากหลักพอเพียงสามหลักการ ดังกล่าว เพื่อจะบอกว่าเราควรจะประพฤติอย่างไร จึงเป็นคำถามว่า “How we behave” ซึ่งมีมากมายหลาย เรื่อง เช่น ทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ฯลฯ เราจึงนำ “หลักปฏิบัติ” นี้มาใช้กับ “วิธี คิด” ดังนั้น “ทางสายกลาง” คือ การใช้สามหลักการพอเพียงร่วมกับหลักการทรงงาน นั่นเอง นอกจากนี้ “ทางสายกลาง” คือทั้งหมดที่มีการคิด มีการตัดสินใจ และมีการปฏิบัติแล้วผ่านการคิดเชิงระบบ (system thinking) ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า (input) และกระบวนการ (process) ซึ่งในขั้นตอนนี้ได้เพิ่มหลักการทำงานที่ ยั่งยืน (sustainable work principles) คือ หลักการทรงงาน 23 ข้อของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทำงาน 23 ข้อของการปฏิบัติภาวะผู้นำแบบยั่งยืน ภาพที่ 6 ผลผลิตและผลลัพธ์ (outputs and outcomes) ระยะที่ 5 ผลผลิตและผลลัพธ์ (outputs and outcomes) เป็นผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากสี่ ขั้นตอนแรก กล่าวคือ ผลผลิตเป็นความพอเพียง (sufficiency) ที่เป็นความสมดุลระหว่างมิติของเศรษฐกิจหรือ วัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม นอกจากเศรษฐกิจจะดี มีวัตถุให้พอกินพอใช้เป็นขั้นพื้นฐาน สังคมอยู่ เป็นสุข และสิ่งแวดล้อมไม่เป็นพิษ ยังต้องให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมซึ่งเป็นรากเหง้าและความเป็นอยู่แต่ละ ชนชาติจึงจะทำให้เกิดความยั่งยืนที่แท้จริง และเมื่อมีการนำเสนอให้ชาวยุโรปได้เข้าใจในเรื่องนี้อย่างแท้จริง ทำให้ได้รับการชื่นชมและยอมรับอย่างมาก ส่วนในกรณีผลลัพธ์นั้นเป็นความยั่งยืนของคุณภาพชีวิตหรือการอยู่ ดีกินดี (well-being sustainability) ประการแรก คือ พึ่งตนเอง (self-reliance) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของวารสารครุศาสตร์ปัญญา, 1(1), 68-79 [77] วารสารครุศาสตร์ปัญญา ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) หน้า 68-79 Journal of Intellect Education (JIE), Volume 1 No.1 (January–February 2022) Page 68-79 การพัฒนาตามแนวพระราชดำริซึ่งเป็นผลของการทำทุกอย่างแล้วจึงจะพึ่งตนเองได้ต้องมีความรู้ มีวิธีคิด มี ทักษะในการตัดสินใจและการปฏิบัติประการที่สอง มีภูมิคุ้มกัน (immunity) เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อ ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ประการสุดท้าย ยืดหยุ่นหรือความสามารถในการต้านแรงกระทบ ต่างๆ (resilience) ซึ่งทั้งหมดนี้อธิบายกลไกของความยั่งยืนเนื่องจากเมื่อพึ่งตนเองได้ เช่น ประเทศชาติเกิด วิกฤต แต่ชาวนายังอยู่ได้เพราะพึ่งตนเองได้หรือมีภูมิคุ้มกัน เช่น ไปฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคระบาดเป็นความ รอบคอบไม่ประมาทในเรื่องของสุขภาพทำให้ไม่เจ็บป่วย หรือมีความยืดหยุ่นหรือความสามารถต้านทานต่อ แรงกระทบ เช่น การสร้างบ้านโดยออกแบบให้รับมือกับภัยพิบัติภาวะน้ำท่วมและแผ่นดินไหว ซึ่งเมื่อเกิด เหตุการณ์ขึ้นจะพ้นภัย องค์ความรู้ใหม่ จากกรอบแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจะเห็นว่าการนำโมเดลกรอบแนวคิดตาม ปรัชญาพอเพียงหรือหลักการพอเพียงใช้วิธีการจดจำง่ายๆ ได้ว่า “โมเดล 2-3-4” ซึ่งมาจาก 2 เงื่อนไขคือ “คุณธรรมกำกับความรู้” 3 หลักการพร้อมกันคือ “พอประมาณ มีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน” และ4 มิติมีความสมดุล คือ “เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม” เพื่อไปสู่ผลลัพธ์คือการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั่นเอง และเมื่อ พิจารณาถึงขั้นตอนการดำเนินงานตามหลักการพอเพียงที่ได้จากการถอดรหัสจนได้เป็นแนวปฏิบัติใหม่และ เรียบเรียงไว้ในหนังสือ “Sufficiency Thinking” หรือ The Sufficiency Economy Philosophy Process โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พัฒนาและพุทธศาสตร์ กับ Harald Bergsteiner ศาสตราจารย์เกียรติคุณ The Australian Catholic University และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันเพื่อผู้นำความยั่งยืน ได้นำเสนอผลการถอด บทเรียนไว้เป็น 5 ระยะ ดังกล่าว ได้เป็นโมเดลปรัขญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประกอบด้วย 2 เงื่อนไขคือ “คุณธรรมกำกับความรู้” 3 หลักการพร้อมกันคือ “พอประมาณ มีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน” 4 มิติมีความสมดุล และ 5 ขั้นตอนของกระบวนการดำเนินงาน หรือเรียกว่า “โมเดล 2-3-4-5” ดังแสดงในภาพที่ 7 ภาพที่ 7 โมเดลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือ โมเดล 2-3-4-5 กระบวนการ SEP 1. คุณธรรมและคุณลักษณะ 2. การสร้างความรู้ 3. คุณลักษณะที่รอบรู้และ ความตระหนักรู้ 4. การลงมือปฏิบัติและ พฤติกรรม 5. ผลผลิตและผลลัพธ์