แนวทางการขับเคลื่อน No Gift Policy - PDF to Flipbook
Published on Sep 03, 2026
Description:
ก
ค ำน ำ
การทุจริตและประพฤติมิชอบยังคงเป็นปัญหาที่ส าคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้าน
เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของประเทศต่อนานาชาติ ซึ่งสะท้อนได้จากค่าคะแนน
ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index : CPI) ในปี 2567 ประเทศไทยได้ 34 คะแนน
จัดอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก โดยปัญหาที่ส าคัญ คือ การทุจริตประพฤติมิชอบโดยใช้
ต าแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ และการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่
๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ ได้เห็นชอบแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
(ฉบับปรับปรุง) ตามที่ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยก าหนดกิจกรรมปฏิรูปที่
ส าคัญ กิจกรรมที่ ๔ พัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ เป้าหมายที่ ๑ ข้อที่ ๑.๑ ให้หน่วยงาน
ของรัฐทุกหน่วยประกาศเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจากการปฏิบัติ
หน้าที่ (No Gift Policy) เพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสในการรับสินบน ผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบต่าง ๆ แก่เจ้าหน้าที่
ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนี
การรับรู้การทุจริต (CPI) อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกในปี 2579 อันจะส่งผลให้ปัญหาการทุจริต การเรียกรับ
สินบนในหน่วยงานภาครัฐลดลง และคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยสูงขึ้น
ส านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ส านักงาน ป.ป.ท.) ในฐานะ
เป็นกลไกของฝ่ายบริหาร และฝ่ายเลขานุการศูนย์อ านวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งได้รับมอบหมาย
ให้เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถน านโยบาย
ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม จึงได้จัดท าแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่
เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐน าไปปรับใช้หรือประยุกต์ให้เหมาะสมตามบทบาทภารกิจของแต่ละ
หน่วยงาน และขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในการป้องกัน หรือลดโอกาส
ในการรับสินบน ผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบต่าง ๆ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐต่อไป
กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ
ส านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
กันยายน 2568ข
สำรบัญ
หน้ำ
ค ำน ำ ก
สำรบัญ ข
1. ความเป็นมา ๑
2. วัตถุประสงค์ ๒
3. นิยามศัพท์เฉพาะ ๒
4. กฎหมาย/ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ๔
5. ตัวอย่างการรับของขวัญและสิ่งตอบแทนในต่างประเทศ 7
6. แนวทางการขับเคลื่อน “นโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่” 13
ภำคผนวก
- แบบรายงานการรับของขวัญและของก านัลตามนโยบาย No Gift Policy ๑๖
จากการปฏิบัติหน้าที่ ส าหรับบุคคล
- แบบรายงานรับของขวัญและของก านัลตามนโยบาย No Gift Policy ๑๗
จากการปฏิบัติหน้าที่ ส าหรับหน่วยงาน
- ค าถาม - ค าตอบ ๑๙
เอกสำรอ้ำงอิง 21๑. ควำมเป็นมำ
การทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นปัญหาส าคัญของสังคมไทยมาอย่างช้านาน สาเหตุและปัจจัยหนึ่ง
ที่ท าให้เกิดการทุจริตในระบบราชการอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือ ระบบอุปถัมภ์และพฤติกรรมการอุปถัมภ์ระหว่างกัน
น ามาซึ่งการให้หรือการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อเป็นสิ่งตอบแทน ส่งผลต่อการใช้ดุลยพินิจหรือ
การตัดสินใจในการปฏิบัติงานในต าแหน่งหน้าที่ที่บุคคลนั้นรับผิดชอบ และส่งผลกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวม
ซึ่งการกระท านั้นอาจเกิดขึ้นอย่างรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม กลายเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันทั่วไป
โดยไม่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดแต่อย่างใด พฤติกรรมเหล่านี้เป็นการกระท าความผิดทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
อันอาจน าไปสู่การเรียกรับ หรือยอมที่จะรับประโยชน์ในการกระท าทุจริตในภาครัฐได้ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐ
จะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบมาโดยตลอดก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงมี
ความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงมีความจ าเป็นที่จะต้องร่วมกันหาแนวทางหรือมาตรการที่จะน าไปสู่
การป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ในการประยุกต์ใช้ ISO 37001 กับประเด็นด้านการให้ และ
รับของขวัญ ด้านการด าเนินการ (Operation) ก าหนดให้องค์กรต้องด าเนินการตามกระบวนการที่ออกแบบขึ้น
เพื่อป้องกันการเสนอ การให้ หรือการรับของขวัญ เครื่องแสดงไมตรีจิต การบริจาค และประโยชน์ในลักษณะ
เดียวกัน เมื่อมีการเสนอ การให้ หรือการรับ คือ สินบน ดังนั้น มาตรการงดให้และรับของขวัญจึงเป็นมาตรการหนึ่ง
ในการลดความเสี่ยงด้านสินบน เนื่องจากการให้และรับของขวัญมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติตาม
อ านาจหน้าที่ของผู้ให้หรือผู้รับ มาตรการที่ดีที่สุดคือการไม่ให้หรือรับของขวัญ หรือประโยชน์อื่นใดโดยสิ้นเชิง
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรก าหนดเกณฑ์การให้ หรือรับที่ชัดเจน ตรวจสอบได้1
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ ได้เห็นชอบแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) ตามที่ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติเสนอ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายโดยรวมให้ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption
Perception Index : CPI) อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกในปี 2579 มีมาตรการควบคุมก ากับ ติดตาม การบริหาร
จัดการของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและ
ตรวจสอบได้ ยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครอง ปรับปรุงประสิทธิภาพการบังคับ
ใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรม และให้มีกลไกที่เหมาะสมในการประสานงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ประพฤติมิชอบในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทย
ปลอดทุจริต โดยแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง)
ได้ให้ความส าคัญกับการด าเนินกิจกรรมที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยยะส าคัญ
(Big Rock) เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้ระยะเวลาการด าเนินการปฏิรูป
ประเทศที่ยังคงเหลือตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ก าหนดว่าการปฏิรูป
ประเทศคาดหวังว่าจะบรรลุผลใน 5 ปี ทั้งนี้ มีกิจกรรมปฏิรูปที่ส าคัญในกิจกรรมปฏิรูปที่ 4 การพัฒนาระบบ
ราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ในเป้าหมายที่ ๑ ข้อ ๑.1 ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยประกาศตน
1
รัฐพร มาลยพันธ์. การประยุกต์ใช้ ISO 370011 กับประเด็นด้านการให้ และรับของขวัญ The Implementation of ISO 37001 with
Gift Giving and Receiving. ที่มา https://drive.google.com/file/d/1IdX3zst-ib6RTZE0d7cWVVO8Ns3th9ZQ/view.
แนวทำงกำรขับเคลื่อน
“นโยบำย No Gift Policy จำกกำรปฏิบัติหน้ำที่”๒
เป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)
ดังนั้น หน่วยงานของรัฐต้องด าเนินการให้“เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิด
จากการปฏิบัติหน้าที่”
ส านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ส านักงาน ป.ป.ท.) ในฐานะ
ฝ่ายเลขานุการศูนย์อ านวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงาน
ผู้รับผิดชอบหลัก ในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดท าแนวทางการขับเคลื่อน “นโยบาย No Gift Policy”
ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง)
กิจกรรมปฏิรูปที่ส าคัญ (Big Rock) เพื่อใช้เป็นแนวทางด าเนินการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
(ศปท.) และน าไปสู่การปฏิบัติแก่หน่วยงานภาครัฐให้น าไปปรับใช้หรือประยุกต์ให้เหมาะสม ตามบทบาทภารกิจ
ของแต่ละหน่วยงานและขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของ
แนวทางในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด าเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ( Integrity and
Transparency Assessment : ITA) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงานของ
หน่วยงานภาครัฐต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๑) เพื่อป้องกัน หรือลดโอกาสในการรับสินบน ผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบต่าง ๆ แก่เจ้าหน้าที่
ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ
๒) เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีจิตส านึกในการไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจากการ
ปฏิบัติหน้าที่
3) เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและโปร่งใส (Organization of Integrity) ของระบบ
ราชการให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ (ITA)
4) เพื่อสนับสนุนการด าเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 แผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น (21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และยกระดับค่าคะแนนดัชนี
การรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้น
3. นิยำมศัพท์เฉพำะ
เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ2
หมายถึง ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีต าแหน่งหรือเงินเดือนประจ า
ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐหรือในรัฐ ผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และ
สมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่หรือ
เจ้าพนักงานอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติและให้หมายความรวมถึง กรรมการ อนุกรรมการ ลูกจ้างของส่วนราชการ
หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ และบุคคลหรือคณะบุคคลธรรมดา ซึ่งมีกฎหมายก าหนดให้ใช้อ านาจหรือ
ได้รับมอบให้ใช้อ านาจทางปกครองที่จัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐด้วย
หน่วยงำนของรัฐ3 หมายถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนกลาง
หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงานของอัยการ
องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่น ๆ กองทุน สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่ก าหนด
ในกฎกระทรวง
2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔.
3
กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ ส านักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ.สรุปความหมาย.วันที่ 19 ธันวาคม 2564.๓
ทุจริตต่อหน้ำที่4 หมายถึง ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในต าแหน่งหรือหน้าที่ หรือปฏิบัติ
หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจท าให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีต าแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีต าแหน่ง
หรือหน้าที่นั้น หรือใช้อ านาจในต าแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบส าหรับตนเอง
หรือผู้อื่น หรือกระท าการอันเป็นความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือตามกฎหมายอื่น
กำรปฏิบัติหน้ำที่5 หมายถึง เป็นการกระท าหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในต าแหน่ง
ที่ได้รับการแต่งตั้ง หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง หรือให้รักษาราชการแทนในหน้าที่ใด
หน้าที่หนึ่งทั้งเป็นการทั่วไปและเป็นการเฉพาะในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กฎหมายได้ก าหนดอ านาจหน้าที่ไว้
หรือเป็นการกระท าไปตามอ านาจหน้าที่ที่กฎหมายระบุไว้ให้มีอ านาจหน้าที่ หรืออ านาจหน้าที่ทางปกครอง
ประพฤติมิชอบ6 หมายถึง กระท าการหรือละเว้นการกระท า อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการกระท าอันเป็นความผิด
ทางวินัยตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับที่ใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทุจริตต่อหน้าที่
กำรขัดกันระหว่ำงประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ หรือ
ผลประโยชน์ทับซ้อน7 หมายถึง การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่กฎหมาย
บัญญัติห้ามและเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นยังได้เข้าไปพิจารณาด าเนินการในกิจการสาธารณะที่เป็นการด าเนินการ
ตามอ านาจหน้าที่ในกิจการของรัฐเพื่อประโยชน์ของรัฐ
กำรประกำศตน8 หมายถึง การประกาศเจตนารมณ์ของผู้บริหารสูงสุดขององค์กร เพื่อแสดงให้บุคคล
หรือหน่วยงาน หรือสาธารณชน รับรู้ว่าผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนในหน่วยงาน
มีเจตนารมณ์ที่จะไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ และการรับนั้นจะส่งผลให้เกิดการทุจริต
และประพฤติมิชอบทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวจะต้องท าการประกาศฯ
เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการและลงนามโดยผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนั้น ๆ (ซึ่งเป็นผู้ประกาศเจตนารมณ์
ดังกล่าว) และในการประกาศฯ อย่างน้อยจะต้องมีข้อความที่แสดงให้เห็นว่า เป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทุกคนไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในประกาศฯ นั้นด้วย
ของขวัญที่ส่งผลต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่9 หมายถึง เงิน ทรัพย์สิน บริการหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่า
และให้รวมถึงทิป โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับนอกเหนือจากเงินเดือน รายได้ ผลประโยชน์จากราชการในกรณีปกติ
และมีผลต่อการตัดสินใจ การอนุมัติ อนุญาต หรือการอื่นใดในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปในลักษณะที่เอื้อประโยชน์
ไปในทางทุจริตต่อผู้ให้ของขวัญทั้งในอดีต หรือในขณะรับ หรือในอนาคต เช่น การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐรับของขวัญ
จากบริษัทเอกชน แล้วมีส่วนช่วยให้บริษัทเอกชนนั้นเป็นผู้ชนะการประมูลงานก่อสร้างของหน่วยงานตนเอง
หรือกรณีเข้าไปเป็นที่ปรึกษาและรับค่าตอบแทนของบริษัทเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุม ตรวจสอบของ
หน่วยงานรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่อยู่ ส่งผลกระทบต่อความมีอิสระในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ผู้นั้นให้เปลี่ยนแปลงไปในทางทุจริต เป็นต้น
4 พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. ๒๕5๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3
5
กลุ่มงานส่งเสริมธรรมาภิบาลในภาครัฐ กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ.สรุปความหมาย.วันที่ 19 ธันวาคม 2564.
6 พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. ๒๕5๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 3
7 คู่มือการปฏิบัติส าหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อมิให้ด าเนินกิจการที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
ตามมาตรา ๑๐๐ แห่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
8
กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ ส านักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ.สรุปความหมาย.วันที่ 1 กันยายน 2568.
9
กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ ส านักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ.สรุปความหมาย.วันที่ 1 เมษายน 2564 ๔
ทิป (Tip)10 หมายถึง เงินที่ผู้มาติดต่อขอใช้บริการกับหน่วยงานของรัฐ หรือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ได้มอบให้หน่วยงานของรัฐ หรือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม เพื่อตอบแทนการให้บริการจากการปฏิบัติหน้าที่
ตามปกตินั้น ซึ่งมิใช่ค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายก าหนดไว้ว่าให้รับได้
สินบน (Bribe)11 หมายถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคล เพื่อจูงใจให้ผู้นั้นกระท า
การหรือไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่ง ไม่ว่าการนั้นชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่
4. กฎหมำย/ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
1) ประมวลกฎหมำยอำญำ พ.ศ. ๒๔๙๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม12
มาตรา ๑๔๙ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภา จังหวัด หรือ
สมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส าหรับ ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
เพื่อกระท าการหรือไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ
จ าคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจ าคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต
2) พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑13
มาตรา ๑๒๘ ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจค านวณ
เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดย
อาศัยอ านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตามธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์
ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุพการี ผู้สืบสันดาน
หรือญาติที่ให้ตามประเพณี หรือตามธรรมจรรยาตามฐานานุรูป
บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ซึ่งพ้นจากการ
เป็นเจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีโดยอนุโลม
มาตรา ๑๗๖ ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ
เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้กระท าการ ไม่กระท าการ
หรือประวิงการกระท าอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ
ทั้งจ าทั้งปรับ
ในกรณีที่ผู้กระท าความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลใดและ
กระท าไปเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น โดยนิติบุคคลดังกล่าวไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันมิให้มีการกระท าความผิดนั้น นิติบุคคลนั้นมีความผิดตามมาตรานี้ และต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่า
แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ
นิติบุคคลตามวรรคสอง ให้หมายความถึงนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและนิติบุคคล
ที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตามวรรคสอง ให้หมายความถึงผู้แทนของนิติบุคคล ลูกจ้าง
ตัวแทน บริษัทในเครือ หรือบุคคลใดซึ่งกระท าการเพื่อหรือในนามของนิติบุคคลนั้น ไม่ว่าจะมีหน้าที่และอ านาจ
ในการนั้นหรือไม่ก็ตาม
10 เรื่องเดียวกัน
11 คู่มือการป้องกันการกระท าความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรา ๑๒๘, ส านักขัดกัน
แห่งผลประโยชน์ ส านักงาน ป.ป.ช., พ.ศ. ๒๕๖๓
12 คู่มือการป้องกันการกระท าความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรา ๑๒๘, ส านักขัดกัน
แห่งผลประโยชน์ ส านักงาน ป.ป.ช., พ.ศ. ๒๕๖๓
13 เรื่องเดียวกัน ๕
3) พระรำชบัญญัติมำตรฐำนทำงจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒14
ได้ก าหนดหลักเกณฑ์ในการ
ประพฤติปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ในหมวดที่ ๑ มาตรฐานทางจริยธรรม
มาตรา ๕ (๔) ก าหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
และมีจิตสาธารณะ (๖) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ
4) ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรให้หรือกำรรับของขวัญของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๖๕15
“ของขวัญ” หมายความว่า เงินหรือทรัพย์สินที่ให้แก่กันเพื่ออัธยาศัยไมตรีให้เป็นรางวัล
ให้โดยเสน่หา ให้เพื่อการสงเคราะห์หรือให้เป็นสินน้ าใจ และให้หมายความรวมถึงประโยชน์อื่นใดอันอาจ
ค านวณเป็นเงินได้เช่น การให้สิทธิพิเศษซึ่งมิใช่เป็นสิทธิที่จัดไว้ส าหรับบุคคลทั่วไปในการได้รับ การลดราคา
ทรัพย์สินหรือการได้รับบริการ หรือการรับการฝึกอบรม หรือการรับความบันเทิง ตลอดจนการออกค่าใช้จ่าย
ในการเดินทาง หรือท่องเที่ยว ค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และไม่ว่าจะให้เป็นบัตร ตั๋ว
หรือหลักฐานอื่นใด การช าระเงินให้ล่วงหน้า หรือการคืนเงินหรือสิ่งของให้ในภายหลัง
“ทรัพย์สิน” หมายความว่าทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และให้หมายความรวมถึง
สินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย
“ปกติประเพณีนิยม” หมายความว่าเทศกาลหรือวันส าคัญซึ่งอาจมีการให้ของขวัญกันและ
ให้หมายความรวมถึงโอกาสในการแสดงความยินดีการแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ การแสดงความเสียใจ
หรือการให้ความช่วยเหลือตามมารยาทที่ถือปฏิบัติกันในสังคมด้วย
ข้อ ๕ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลในครอบครัว จะให้ของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคล
ในครอบครัวของผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันมิได้ เว้นแต่เป็นการให้ตามปกติประเพณีนิยมซึ่งมีราคา
หรือมูลค่าไม่เกินสามพันบาทจากผู้ให้แต่ละคนและแต่ละโอกาส หรือตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตแห่งชาติก าหนดไว้
ข้อ ๖ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะท าการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดเพื่อมอบให้หรือ
จัดหาของขวัญให้ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชามิได้
ข้อ ๗ ผู้บังคับบัญชาจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญจาก
เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้อยู่ในบังคับบัญชามิได้ เว้นแต่เป็นการรับ
ของขวัญตามข้อ ๕ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัวของตนรับของขวัญจาก
เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลในครอบครัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันมิได้ เว้นแต่เป็นการรับของขวัญตามข้อ ๕
ข้อ ๘ ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลในครอบครัว
ของตนรับของขวัญอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่จากผู้ที่เกี่ยวข้อง มิได้เว้นแต่เป็นการรับของขวัญตามข้อ ๕ หรือ
การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอ านาจตามบทบัญญัติ
แห่งกฎหมาย หรือตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก าหนดไว้ส าหรับการรับทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต
ผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามวรรคหนึ่งได้แก่
ผู้มาติดต่องาน ผู้ซึ่งได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องที่อยู่ระหว่าง
การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในลักษณะ ดังต่อไปนี้
14 พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา 5.
15 ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือการรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๕.๖
(๑) ผู้ซึ่งมีค าขอให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น การขอใบรับรอง
การอนุมัติ การอนุญาต การขอให้ออกค าสั่งทางปกครอง หรือการร้องเรียน
(๒) ผู้ซึ่งประกอบธุรกิจหรือมีส่วนได้เสียในธุรกิจที่ท ากับหน่วยงานของรัฐ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง
หรือการได้รับสัมปทาน
(๓) ผู้ซึ่งอยู่ระหว่างด าเนินกิจกรรมใด ๆ ที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ควบคุมหรือก ากับดูแล
เช่น การประกอบกิจการโรงงาน หรือธุรกิจหลักทรัพย์
(๔) ผู้ซึ่งอาจได้รับประโยชน์หรือผลกระทบจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ
5) ระเบียบส ำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยกำรเรี่ยไรของหน่วยงำนของรัฐ พ.ศ. ๒๕6616
ข้อ ๖ หน่วยงานของรัฐจะจัดให้มีการเรี่ยไรหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรมิได้เว้นแต่
เป็นการเรี่ยไรตามข้อ ๑๙ หรือได้รับอนุมัติจาก กคร. หรือ กคร. จังหวัด แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์
ที่ก าหนดไว้ในระเบียบนี้
หน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตในการเรี่ยไรตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไร
นอกจากจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไรแล้ว จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่ก าหนดไว้
ในระเบียบนี้ด้วย ในกรณีนี้ กคร. อาจก าหนดแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว ให้สอดคล้องกับ
กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไรก็ได้
ข้อ ๗ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ควบคุมดูแลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตามระเบียบนี้
โดยเคร่งครัด
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาด าเนินการ
ลงโทษทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นตามควรแก่กรณี และในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าการกระท านั้น
อาจมีเหตุเกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ มีมูลความผิดทางอาญา หรือ อาจเป็นการฝ่าฝืน
กฎหมายอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอ านาจในเรื่องนั้น เพื่อพิจารณาด าเนินการต่อไป
ข้อ ๑๘ การเรี่ยไรหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรที่ กคร. หรือ กคร. จังหวัดแล้วแต่กรณี
จะพิจารณาอนุมัติให้ตามข้อ ๖ ได้นั้นจะต้องมีลักษณะและวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นการเรี่ยไรที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ด าเนินการเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ
นั้นเอง
(๒) เป็นการเรี่ยไรที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ด าเนินการเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือ
พัฒนา ประเทศ
(๓) เป็นการเรี่ยไรที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ด าเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์
(๔) เป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรของบุคคลหรือนิติบุคคล
ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไรแล้ว
ข้อ ๑๙ การเรี่ยไรหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ
อนุมัติจาก กคร. หรือ กคร. จังหวัด แล้วแต่กรณี
(๑) เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และมีมติคณะรัฐมนตรีให้เรี่ยไรได้
(๒) เป็นการเรี่ยไรที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจ าเป็นต้องด าเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย
หรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากสาธารณภัยหรือเหตุการณ์ใดที่ส าคัญ
(๓) เป็นการเรี่ยไรเพื่อร่วมกันท าบุญเนื่องในโอกาสการทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน
16 ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕66.๗
(๔) เป็นการเรี่ยไรตามข้อ ๑๘ (๑) หรือ (๓) เพื่อให้ได้เงินหรือทรัพย์สินไม่เกินจ านวนเงิน
หรือมูลค่าตามที่ กคร. ก าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๕) เป็นการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรตามข้อ ๑๘ (๔) ซึ่ง กคร. ได้ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษายกเว้นให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ
(๖) เป็นการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นของรัฐที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับยกเว้นในการขออนุมัติ
ตามระเบียบนี้แล้ว
6) มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๗ มกรำคม ๒๕๔๐17 ให้ถือปฏิบัติว่าข้าราชการชั้นผู้น้อย พึงงดการ
ให้ของขวัญแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา หรือสมาชิกในครอบครัวของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หากฝ่าฝืน
มติคณะรัฐมนตรีให้ถือว่ามีความผิดวินัย ทั้งผู้ให้และผู้รับ
7) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ธันวำคม 256318 เห็นชอบในการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามที่ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติเสนอ โดยก าหนดให้มีการขับเคลื่อนการด าเนินการตามกิจกรรมปฏิรูปฯ ที่ส าคัญ (Big Rock)
กิจกรรมปฏิรูปที่ 4 พัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ ในเป้าหมายที่ ๑ ข้อ ๑.1 ให้หน่วยงาน
ของรัฐทุกหน่วยประกาศตนเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ไม่รับของขวัญและของก านัลทุกชนิดจาก
การปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)
5. ตัวอย่ำงกำรรับของขวัญและสิ่งตอบแทนในต่ำงประเทศ
การป้องกันการรับของขวัญหรือทรัพย์สินเป็นอีกหนึ่งหลักปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ต้องยึดถือเพื่อป้องกัน
ผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นกัน การรับของขวัญหรือทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นสินบน และน าพาให้เกิด
การสร้างบุญคุณ ช่วยเหลือต้องมีการตอบแทนกันหรือมีความเกรงใจต่อกัน โดยเฉพาะในประเทศที่มีวัฒนธรรม
เรื่องตอบแทนบุญคุณในระดับสูง เนื้อหาในส่วนนี้จึงขอน าเสนอถึงการรับของขวัญและสิ่งตอบแทนในต่างประเทศ
5.1 ประเทศเกำหลีใต้19
เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีกฎหมายว่าด้วยการห้ามเรียกรับผลประโยชน์และการรับสิ่งของมีค่า
ทั้งหลาย หรือเรียกว่า “กฎหมำยคิม ยองรัน”(Kim Young – ran Law) มีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งให้เกิดการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมหรือธรรมเนียมปฏิบัติในสังคมที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมให้เป็นไปทางที่ดีขึ้น โดยมีบทบัญญัติในลักษณะ
เป็นข้อห้ามและแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อควบคุมมิให้เจ้าหน้าที่รัฐ บุคลากรทางการศึกษา
(ครู อาจารย์) รวมถึงบรรดาสื่อมวลชนทุกแขนง ห้ามกระท าการร้องขอหรือเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางตรงหรือ
ทางอ้อมโดยมิชอบ โดยมีบทลงโทษที่ครอบคลุมการกระท าความผิดหลายฐาน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ บุคลากรทางการศึกษา
สื่อมวลชนไปจนกระทั่งบุคคลภายนอกที่มีการกระท าความผิดในลักษณะเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐ
หน่วยงำนที่ถูกบังคับใช้ ได้แก่ องค์กรส่วนกลาง องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยงานราชการ
ทั่วไป องค์กรสาธารณะ โรงเรียนแต่ละระดับ โรงเรียนเอกชน และสื่อมวลชน
กำรห้ำมให้หรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด
1) กรณีให้หรือรับสิ่งของมีค่าจ านวนเกินกว่า 1 ล้านวอน (ประมาณ 3 หมื่นบาท) ต่อครั้ง
หรือจ านวนเกินกว่า 3 ล้านวอน (ประมาณ 9 หมื่นบาท) ต่อปี
2) กรณีให้หรือรับเงินจ านวนไม่เกิน 1 ล้านวอน (ประมาณ 3 หมื่นบาท) ต่อครั้งอันเกี่ยวข้อง
กับงานราชการ
17 มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๐.
18 มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 ธันวาคม ๒๕63.
19 สมใจ ทองกุล ,มิติใหม่กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในสาธารณรัฐเกาหลี, ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.