ENSD+2026-44+Final - PDF to Document
Published on Sep 21, 2026
Description:
แผนฟลมชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติเพื่อยืดอายุผลไม
ศุภกานต พิภูพัชญชา, ชัญญานุช คงมั่น, ตัสบีลา เจะเดะ, จิรกานต วิทยปรีชา, และ สุธี จุงลก*
โรงเรียนเบตง วีระราษฎรประสาน 19 ถนนรวมวิทย ตําบลเบตง อําเภอเบตง จังหวัดยะลา ประเทศไทย
*Corresponding author: [email protected]
บทคัดยอ
ปจจุบันปญหาการสูญเสียอาหารหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะผักและผลไม สงผลกระทบตอเศรษฐกิจและสิ่งแวดลอม
จากการปลอยกาซเรือนกระจก งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนา ฟลมชีวภาพเชิงประกอบรูปแบบใหม จากวัสดุเหลือใช
ทางการเกษตร ไดแก ฝอยขาวโพดและเปลือกกระเทียม เพื่อยืดอายุการเก็บรักษามะเขือเทศและสรางมูลคาเพิ่มตามแนวคิด
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ผลการทดลองพบวา ฟลมชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติทางกายภาพโดดเดน สามารถลดการซึมผานของไอน้ําและกาซ
ไดอยางมีประสิทธิภาพ จึงทําหนาที่เปนเกราะปองกันการสูญเสียความชื้นและการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่ดี ในดานการถนอม
อาหาร พบวาผลไมที่เคลือบฟลมสามารถรักษาคุณภาพผิวและความแนนของเนื้อไดนานกวากลุมควบคุมอยางชัดเจน โดยกลุมที่
ไมเคลือบจะเริ่มเสื่อมสภาพภายใน 2–3 วัน
แผนฟลมนี้ทําหนาที่เปนเยื่อกึ่งซึมผาน (Semi-permeable Membrane) ที่ชวยชะลอกระบวนการหายใจและการสุก
นอกจากนี้ สารสกัดธรรมชาติจากฝอยขาวโพดและเปลือกกระเทียมยังมีฤทธิ์ตานจุลชีพ ชวยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
และลดการเกิดรอยช้ําบนผิวผลไม งานวิจัยนี้จึงเปนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการใชทรัพยากรอยางคุมคา ปลอดภัยตอ
ผูบริโภคและยอยสลายไดตามธรรมชาติ
คําสําคัญ: ฟลมชีวภาพ / ยืดอายุผลไม/ วัสดุธรรมชาติ/ วัสดุเหลือใชทางการเกษตร / สารตานจุลชีพธรรมชาติBiofilm from natural materials to extend the shelf life of fruits
Suphakarn Phiphupatcha, Chanyanut Kongman, Tusbeela Cheadea, Jirakarn wityapreecha,
and Suthee Junglok*
Betong Wiraratprasan School, 19 Ruamwit Road , Betong District, Betong District, Yala Province, Thailand
*Corresponding author: [email protected]
Abstract
Food loss during the post-harvest stage, particularly in fruits and vegetables, poses significant
economic challenges and environmental concerns due to greenhouse gas emissions. This research aims to
develop an innovative bio-composite film derived from agricultural waste—corn silk and garlic skin—to
extend the shelf life of tomatoes. This approach promotes value-added waste utilization aligned with the
Circular Economy and Sustainable Development Goals (SDGs).
The experimental results demonstrated that the developed bio-film possesses superior physical
properties, low water vapor and gas permeability. These characteristics enable the film to function as an
effective barrier against moisture loss and oxygen exchange. In terms of food preservation, film-coated
bananas maintained significantly better surface quality and firmness compared to the control group, which
began deteriorating within 2–3 days.
The film acts as a semi-permeable membrane that slows down respiration and the ripening process.
Furthermore, natural extracts from corn silk and garlic skin exhibit antimicrobial properties, effectively
inhibiting fungal growth and reducing bruising on the fruit surface. This research offers an efficient,
consumer-safe, and biodegradable alternative for resource management in the agricultural sector.
Keywords: Biofilm / Extend fruit shelf life / Natural materials / Agricultural residues / Natural antimicrobial
agents1. บทนํา
ปจจุบันอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑอาหารสวนใหญยังคงพึ่งพาพลาสติกสังเคราะหที่ไมสามารถยอยสลายไดตามธรรมชาติ
แมวาพลาสติกเหลานี้จะมีประสิทธิภาพในการรักษาความสดใหมของผลไมแตก็กอใหเกิดปญหาสิ่งแวดลอมรายแรง เนื่องจาก
ใชเวลาหลายรอยปในการยอยสลาย สงผลใหเกิดการขยะพลาสติกในธรรมชาติและมหาสมุทร [1] นอกจากนี้การเผาไหม
พลาสติก ยังปลอยสารเคมีอันตรายสูบรรยากาศ ทําใหเกิดมลพิษทางอากาศและสงผลตอสุขภาพของมนุษย[2]
ผลไมเปนแหลงอาหารที่มีคุณคาทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามิน เกลือแร และสารตานอนุมูลอิสระที่จําเปนตอรางกาย
อยางไรก็ตาม ผลไมสวนใหญจัดเปนผลผลิตที่เนาเสียงายและมีอายุการเก็บรักษาสั้น โดยมักเกิดการเสื่อมสภาพอยางรวดเร็ว
ภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งจากการสูญเสียความชื้น การหายใจของพืช และการเขาทําลายของจุลินทรียในระหวางกระบวนการ
จัดเก็บและการขนสง [3] ซึ่งปญหาการเนาเสียดังกลาวไมเพียงแตสงผลกระทบโดยตรงตอรายไดของเกษตรกร แตยังกอใหเกิด
ขยะอาหาร (Food Waste) ที่สงผลเสียตอสิ่งแวดลอมและระบบเศรษฐกิจในภาพรวม [4]
โครงงานวิจัยนี้มุงเนนการพัฒนาฟลมชีวภาพที่ผสมผสานวัสดุธรรมชาติหลายชนิดเพื่อใหไดสมบัติที่เหมาะสมกับการ
เก็บรักษาผลไมมีกระบวนการผลิตที่ไมซับซอน และสามารถยอยสลายไดในธรรมชาติอยางสมบูรณ[5] ผลการวิจัยที่ไดจะเปน
ประโยชนตอเกษตรกร ผูประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร และสังคมโดยรวมในการลดผลกระทบตอสิ่งแวดลอม [6]
2. วัตถุประสงค
1. เพื่อสกัดและเตรียมวัสดุธรรมชาติ โดยเฉพาะฝอยขาวโพด จากนั้นนํามาผสมกับเจลาตินเพื่อผลิตฟลมชีวภาพที่ยอย
สลายไดสําหรับการเคลือบผลไม[7]
2. เพื่อประเมินและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของฟลมชีวภาพที่พัฒนาขึ้นในการยืดอายุการเก็บรักษาของมะเขือเทศ
(Solanum lycopersicum L.) โดยพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ ไดแก สี กลิ่น และเนื้อสัมผัส [8]
3. เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลไมที่เคลือบดวยฟลมชีวภาพกับผลไมที่ไมไดเคลือบ ภายใตสภาวะการเก็บรักษาที่
กําหนด
3. ขอบเขตของการศึกษา
1. โครงงานนี้ศึกษาการผลิตแผนฟลมชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติที่เปนวัสดุเหลือใชทางการเกษตร ไดแกฝอยขาวโพด
และ เปลือกกระเทียม โดยนํามาสกัดและผสมรวมกับสารชวยขึ้นรูปฟลม เพื่อใหไดแผนฟลมชีวภาพที่สามารถยอยสลายไดตาม
ธรรมชาติ
2. การทดลองดําเนินการในระยะเวลาที่กําหนดภายใตสภาพแวดลอมเดียวกัน โดยไมไดศึกษาผลกระทบในระดับ
อุตสาหกรรมหรือการเก็บรักษาระยะยาว
3. โครงงานนี้มุงเนนการใชวัสดุธรรมชาติที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ลดการใชพลาสติกสังเคราะห และสนับสนุนแนวคิด
เศรษฐกิจหมุนเวียน
4. วิธีการศึกษา
4.1 อุปกรณและสารเคมี
1. ฝอยขาวโพด
2. เปลือกกระเทียม
3. เจลาติน
4. ถาดรอง
5. กรดซิตริก
6. บีกเกอร
7. แทงแกวคนสาร
8. เครื่องชั่งดิจิทัล4.2 การเตรียมฝอยขาวโพด
ทําการลางฝอยขาวโพดใหสะอาดดวยน้ําสะอาด เพื่อลดสิ่งสกปรกและสิ่งปนเปอน จากนั้นนําไปอบใหแหงเพื่อกําจัด
ความชื้นที่อาจสงผลตอคุณภาพของสารสกัด เมื่อแหงสนิทแลวจึงนํามาบดใหเปนผงละเอียด เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส ชวยใหการ
สกัดสารสําคัญมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4.3 กระบวนการฟอกสีฝอยขาวโพด
นําฝอยขาวโพดที่บดแลวมาแชในสารละลายกรดซิตริกผสมน้ําสะอาดในอัตราสวน 1:1 เปนระยะเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อ
ชวยปรับสีของฝอยขาวโพดใหมีความสม่ําเสมอและมีสีออนลง (สีเหลืองนวล) อีกทั้งยังชวยลดสารเจือปนบางชนิดที่อาจมีผล
ตอคุณภาพของฟลมชีวภาพ หลังจากนั้นนําไปลางและเตรียมสําหรับขั้นตอนถัดไป
4.4 การเตรียมเปลือกกระเทียม
นําเปลือกกระเทียมมาลางใหสะอาดเพื่อลดสิ่งปนเปอน จากนั้นนําไปอบใหแหงเพื่อลดความชื้น และทําใหสะดวกตอ
การสกัดสารสําคัญ หลังจากอบแหงแลวทําการคั้นหรือสกัดน้ําจากเปลือกกระเทียม เพื่อนําสารออกฤทธิ์ เชน สารตานจุลชีพ
มาใชเปนสวนผสมในฟลมชีวภาพ
4.5 การขึ้นรูปแผนฟลม
การขึ้นรูปแผนฟลมในโครงงานนี้โดยมีขั้นตอนการดําเนินในรูปที่ 1 ซึ่งแบงกลุมการทดลองออกเปน 3 กลุม
ตามสวนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ดังนี้
กลุมที่ 1 (กลุมควบคุม) : กลุมตัวอยางที่ไมไดรับการเคลือบผิวฟลมหรือไมผสมสารสกัด
กลุมที่ 2 (กลุมทดลอง) : ฟลมที่มีสวนผสมของสารสกัดจากฝอยขาวโพด
กลุมที่ 3 (กลุมทดลอง): ฟลมที่มีสวนผสมของสารสกัดจากฝอยขาวโพดรวมกับเปลือกกระเทียม
ขั้นตอนที่ 1 การละลายเจลาติน : นําเจลาตินมาละลายในน้ําโดยใหความรอนและคนอยางตอเนื่อง เพื่อใหเจลาติน
ละลายจนไดสารละลายที่มีลักษณะใสและเปนเนื้อเดียวกัน ซึ่งทําหนาที่เปนโครงสรางหลักของฟลมชีวภาพ
ขั้นตอนที่ 2 การผสมสาร : เติมฝอยขาวโพดที่เตรียมไวลงในสารละลายเจลาติน พรอมทั้งเติมน้ําสกัดจากเปลือก
กระเทียม จากนั้นคนใหสวนผสมทั้งหมดเขากันอยางสม่ําเสมอ เพื่อใหสาระสําคัญกระจายตัวทั่วทั้งระบบ
ขั้นตอนที่ 3 การทําใหเย็นและกําจัดฟองอากาศ : หลังจากผสมสารเสร็จแลว ปลอยใหสารละลายเย็นลงที่
อุณหภูมิหอง พรอมทั้งตักฟองอากาศที่เกิดขึ้นออก เพื่อปองกันการเกิดรูพรุนในแผนฟลม ซึ่งอาจสงผลตอความแข็งแรงและ
คุณสมบัติของฟลม
ขั้นตอนที่ 4 การเทขึ้นรูปฟลม : นําสารละลายที่เตรียมไวเทลงบนภาชนะหรือถาดเรียบ เพื่อใหไดความหนาของฟลมที่
สม่ําเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 การทําใหฟลมแหงและแข็งตัว : ปลอยใหฟลมแหงและเซตตัวที่อุณหภูมิหองในบริเวณที่มีอากาศ
ถายเทสะดวก จนกระทั่งฟลมแข็งตัวสมบูรณ
ขั้นตอนที่ 6 การลอกแผนฟลม : เมื่อฟลมแหงสนิทแลว ทําการลอกแผนฟลมออกจากถาดอยางระมัดระวัง เพื่อใหได
แผนฟลมชีวภาพที่พรอมนําไปใชงานรูปที่ 1 แผนผังขั้นตอนการขึ้นรูปแผนฟลมจากฝอยขาวโพดและเปลือกกระเทียม5. ผลการศึกษาและอภิปรายผล
จากผลการทดลองในตารางที่ 1 พบวา ฟลมชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติสามารถชวยชะลอการเสื่อมสภาพของผลไมได
อยางมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเปรียบเทียบระหวางกลุมควบคุมและกลุมที่เคลือบฟลม พบวากลุมที่ไมเคลือบฟลมเริ่มเกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางกายภาพตั้งแตวันที่ 3 เชน ผิวคล้ําและเนื้อสัมผัสนิ่มลงอยางรวดเร็ว แสดงถึงการเสื่อมสภาพที่เกิดขึ้นอยาง
รวดเร็ว ในขณะที่กลุมที่เคลือบฟลมจากฝอยขาวโพดสามารถคงความสดของผลไมไดนานกวา โดยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงชา
กวากลุมควบคุม ซึ่งแสดงใหเห็นวาฟลมชีวภาพชวยลดการสูญเสียน้ําและชะลอกระบวนการสุกของผลไมสําหรับกลุมที่เคลือบ
ฟลมจากฝอยขาวโพดรวมกับเปลือกกระเทียมใหผลลัพธดีที่สุด โดยสามารถรักษาความสดและความแนนของผลไมไดนานที่สุด
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสารสําคัญในเปลือกกระเทียมที่มีคุณสมบัติตานจุลชีพ ชวยยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรีย สงผล
ใหการเนาเสียเกิดขึ้นชาลง ดังนั้นสามารถสรุปไดวา ฟลมชีวภาพที่พัฒนาขึ้น โดยเฉพาะสูตรที่มีสวนผสมของฝอยขาวโพดและ
เปลือกกระเทียมมีประสิทธิภาพในการยืดอายุการเก็บรักษาผลไมไดดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุมที่ไมเคลือบและสูตรอื่น ๆ
ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการยืดอายุผลไมของแผนฟลมชีวภาพในแตละกลุมการทดลอง
กลุมการทดลอง วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่3 วันที่ 4 วันที่5
กลุมควบคุม
(ไมเคลือบฟลม)
สดใหมผิวตึง สดใหมเล็กนอย เริ่มคล้ํา ผิวนิ่ม มีสีคล้ําชัดเจน
นิ่มมาก
เสื่อมสภาพ
กลุมทดลอง
(เคลือบฝอยขาวโพด)
สดใหมผิวตึง สดใหม เริ่มเปลี่ยนแปลง
เล็กนอย
สีคล้ําเล็กนอย
เริ่มนิ่ม
ยังพอคงสภาพ
และคุณภาพลดลง
กลุมทดลอง
เคลือบฝอยขาวโพด+
เปลือกกระเทียม)
สดใหมผิวตึง สดใหม สดใหม สีเริ่มคล้ํา
ยังไมนิ่ม
คงรูปไดดี ผิวตึง
6. สรุปผลการศึกษา
งานวิจัยนี้ประสบความสําเร็จในการพัฒนาฟลมชีวภาพเชิงประกอบรูปแบบใหม โดยผสาน ฝอยขาวโพดและเปลือก
กระเทียมเขาดวยกัน วัตถุประสงคหลักคือการสรางวัสดุบรรจุภัณฑที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณภาพ
ของผลไมหลังการเก็บเกี่ยวได
ผลการศึกษาประสิทธิภาพในการยืดอายุการเก็บรักษาพบวา ฟลมชีวภาพเชิงประกอบจากฝอยขาวโพดและเปลือก
กระเทียมสามารถชะลอการเสื่อมสภาพของผลผลิตไดอยางมีนัยสําคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม (Control) ที่ไมได
เคลือบฟลมซึ่งเริ่มปรากฏรอยช้ําและเนื้อสัมผัสนิ่มเละภายใน 2–3 วัน
ในดานลักษณะทางกายภาพ ผลไมที่ผานการเคลือบดวยฟลมชีวภาพ ยังคงความแนนเนื้อ (Firmness) และมีลักษณะ
ผิวที่เตงตึง โดยไมปรากฏอาการเหี่ยวแหงจากการสูญเสียน้ํา ชั้นฟลมทําหนาที่เปนวัสดุเคลือบผิวที่สม่ําเสมอ ชวยลดการคาย
น้ําและชะลอการเปลี่ยนสีของเปลือกผลไมใหชาลง นอกจากนี้ ฤทธิ์ตานจุลชีพจากสารสกัดธรรมชาติในฟลมยังชวยลดการอุบัติ
ของจุดกระสีน้ําตาลและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบนผิวผลผลิต สงผลใหมะเขือเทศที่ไดรับการทดสอบยังคงคุณภาพ
ทางกายภาพ ที่เหมาะสมตอการบริโภคไดยาวนานกวากลุมควบคุมอยางชัดเจน
ในดานการถนอมผลไม พบวา ผลไมที่เคลือบดวยฟลมชีวภาพจากฝอยขาวโพดและเปลือกกระเทียมมีประสิทธิภาพใน
การรักษาคุณภาพไดอยางโดดเดน เมื่อเปรียบเทียบกับกลุมควบคุมที่ไมไดเคลือบ ซึ่งเริ่มเสื่อมสภาพภายใน 2–3 วัน ผลไมที่
เคลือบฟลมยังคงสภาพผิวและความแนนของเนื้อผลไมไดนานกวา ฟลมชีวภาพทําหนาที่เปน เยื่อกึ่งซึมผาน (semipermeable membrane) ที่ชวยชะลอกระบวนการสุกของผลไม นอกจากนี้ สารสกัดจากฝอยขาวโพดยังมีคุณสมบัติตานจุล
ชีพ ชวยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและลดการเกิดรอยช้ําบนผิวผลไม
โดยสรุป ฟลมชีวภาพเชิงประกอบนี้ไมเพียงแตมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาคุณภาพผลไมเทานั้น แตยังชวยแกปญหา
ดานสิ่งแวดลอมอีกดวย เนื่องจากฟลมสามารถยอยสลายทางชีวภาพไดอยางสมบูรณในระยะเวลาอันสั้นเมื่อฝงในดิน แสดงใหเห็นถึงศักยภาพในการเปนทางเลือกที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอมแทนพลาสติกสังเคราะหจากปโตรเลียม งานวิจัยนี้ยังชี้ใหเห็นถึง
ความเปนไปไดในการนําวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เชน ฝอยขาวโพด มาพัฒนาเปนวัสดุเชิงหนาที่ที่มีมูลคาสูงสําหรับ
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑอาหาร
เอกสารอางอิง
[1] จิรวัฒน ดวงทอง. (2563). การศึกษาการยอยสลายของฟลมชีวภาพจากวัตถุดิบธรรมชาติ. วารสารวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี, 28(2),
45–53.
[2] Junaid, M., & Gokce, A. (2024). Global insights and advances in edible coatings or films toward sustainable food
packaging. Foods, 13(1), 98.
[3] พิชญา ลิ้มสุวรรณ. (2561). แนวทางการลดการสูญเสียอาหารหลังการเก็บเกี่ยวในประเทศไทย. สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร.
[4] Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2011). Global food losses and food waste: Extent, causes
and prevention.
[5] อารยา พันธแทน. (2563). การเคลือบผิวผลไมดวยสารจากธรรมชาติเพื่อลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว. วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ
นครปฐม, 9(2), 54–60.
[6] รศ.ดร.สมบัติ ชุติมา. (2562). เศรษฐกิจหมุนเวียนกับการใชประโยชนจากวัสดุเหลือใชทางการเกษตร. วารสารนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอยาง
ยั่งยืน, 3(1), 10–17.
[7] Barbosa, J. R., et al. (2021). An overview: Exploring the potential of fruit and vegetable waste and by-products in
developing active and intelligent packaging systems. Food Packaging and Shelf Life, 30, 100743.
[8] วีรวัฒน พิทักษชัยกุล. (2562). การใชสารเคลือบธรรมชาติในการชะลอการสุกของผลไมเขตรอน. วารสารเทคโนโลยีและวิทยาศาสตรอาหาร,
27(1), 23–30.