รวมà¹_ลà¹_ม-best มาà¸_ราà¸_ัวสะà¸_à¸_ à¸_.3

Published on Sep 07, 2026

รวมà¹_ลà¹_ม-best มาà¸_ราà¸_ัวสะà¸_à¸_ à¸_.3

รวมà¹_ลà¹_ม-best มาà¸_ราà¸_ัวสะà¸_à¸_ à¸_.3 - PDF to Document

Published on Sep 07, 2026

Description:

วธ ิีปฏ ิ บ ั ต ิ ท ี่เป็ นเล ิ ศ [Best Practice] นางสาวเพียรเพ ็ ญ อ่อนเงิน ตําแหน่ง ครูวทิยฐานะครูชํานาญการพิเศษ วชิาภาษาไทย กล ุ่มสาระการเรยีนร ู้ภาษาไทย ชั้นประถมศ ึ กษาปีที่3 รายงานผลการดําเนินงานวธิีปฏิบัติที่เป็ นเลิศ (Best practice) ประเภทคร ู ผ ู้สอน การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคํานวณ (Coding) 2 5 6 8ก แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง พัฒนาทักษะอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) นางสาวเพียรเพ็ญ อ่อนเงิน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดพุแค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรีเขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการข แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding คำนำ แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารประกอบการ พิจารณา ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของ นางสาวเพียรเพ็ญ อ่อนเงิน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดพุแค สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ที่ส่งผลต่อ ความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน เพื่อให้เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักเรียน ให้มีทางเลือกในการ จัดการเรียนรู้ได้ตามบริบท และความเหมาะสมของตนเองหรือประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้าพเจ้า ขอรับรองว่าข้อมูลในแบบรายงานนี้เป็นความจริงทุกประการ เพียรเพ็ญ อ่อนเงินค แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding สารบัญ องค์ประกอบที่ หน้า 1. ความเป็นมาและความสำคัญ 1 2. วัตถุประสงค์ 2 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน 2 4. ผลการดำเนินงาน 5 5. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 8 6. บทเรียนที่ได้รับ 8 7. การเผยแพร่ 8 ภาคผนวก 10 แผนการจัดการเรียนรู้ บันทึกหลังแผน ร่องรอย/หลักฐานการจัดการเรียนรู้/ผลงาน1 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding แบบรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ชื่อผลงาน การพัฒนาทักษะอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) รายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้เสนอผลงาน นางสาวเพียรเพ็ญ อ่อนเงิน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ.ชำนาญการพิเศษ หน่วยงาน โรงเรียนวัดพุแค สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 1. ความเป็นมาและความสำคัญ ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติที่มีความสำคัญต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ในฐานะที่เป็นวัฒนธรรมประจำชาติและยังเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ เป็นเครื่องมือในการ เสริมสร้างเอกภาพของ ชาติทำให้เกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตลอดจนเป็นเครื่องมือที่ใช้พัฒนาคนในชาติ เพราะการศึกษา เล่าเรียนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการถ่ายทอดความคิดศิลปวิทยาการล้วนต้องใช้ภาษาทั้งสิ้น ดังนั้น ภารกิจของการศึกษาประการหนึ่งก็คือการสอนภาษาไทยให้คนในชาติสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ การเรียนการสอนภาษาไทยจึงมีความมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพัฒนาการทางภาษาในด้าน การฟัง พูด อ่าน เขียน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนระดับประถมศึกษาของ สํานักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนมีทักษะด้านภาษาไทยเพื่อ ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้โดยกําหนดตัวชี้วัดไว้ว่าผู้เรียนทุกระดับมีสมรรถนะสําคัญตามหลักสูตรมีทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการอ่านออกและเขียนได้หรือการรู้หนังสือ (literacy) ซึ่งเป็น ทักษะด้านความรู้(Hard Skills) ในระดับพื้นฐานการอ่านออกเขียนได้จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้วิชาต่างๆ ได้ส่วนในระดับที่สูงขึ้นจะช่วยให้ผู้เรียนสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถวิเคราะห์สาระและถ่ายทอด ความคิดได้อย่างเหมาะสมทั้งยังสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560-2579 ของสํานักงาน เลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ที่กําหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนเช่นกันว่าร้อยละการอ่านของคน ไทย(อายุตั้งแต่6 ปี ขึ้นไป) ต้องเพิ่มขึ้น แม้ว่านโยบายและแผนการพัฒนาการศึกษาของชาติจะให้ความสําคัญ แก่เรื่องดังกล่าวแต่การอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งผู้ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสอนภาษาไทยให้เป็นไปตาม จุดมุ่งหมายคือ ครู ซึ่งควรตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและแสวงหาแนวทางในการจัดการเรียนการ สอนสำหรับวิธีการสอนภาษาไทยให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งการเรียนการสอนภาษาไทยมีวิธีการสอนหลาย วิธี ครูควรเลือกใช้วิธีที่เห็นว่าเหมาะสมและตรงตามความถนัดของครู โดยให้การดำเนินการสอนนั้นทำให้เด็ก เรียน ฟัง พูด อ่าน และเขียน ได้ถูกต้องรวดเร็วและสัมพันธ์กัน ตลอดจนเรียนด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน กิจกรรม Unplugged เป็นกิจกรรมฝึกให้เด็กคิดแก้ปัญหาและคิดอย่างเป็นระบบ ด้วยการเล่นเกม หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เป็นพื้นฐานต่อยอดการศึกษาต่อในศาสตร์อื่นอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เช่น ต้องการให้ได้แถวที่เรียงลำดับความสูง ด้วยวิธีการจัดลำดับ (sorting algorithm) แบบต่างๆ เช่น การ จัดเรียงแบบ Bubble Sort โดยเทียบความสูงคนที่ยืนติดกันทีละคู่ ให้คนที่ตัวสูงกว่าขยับไปด้านขวา ทำซ้ำ เช่นนี้เรื่อยไปจนได้การจัดแถวที่เรียงลำดับความสูงครบทุกคน วิธีการนี้ผู้เรียนสามารถเข้าใจอัลกอริธึมในการ จัดเรียงข้อมูลผ่านกิจกรรมการจัดแถวนี้ได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างของกิจกรรม CS Unplugged ในการเรียน coding จะเน้นกระบวนการคิด การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล การคิดอย่างเป็น2 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding ขั้นตอน มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ การสื่อสารกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ทำให้เด็กรู้สึก สนุกสนาน สามารถจัดกิจกรรมโดยใช้บัตรคำสั่ง เกม เป็นต้น ดังนั้นครูผู้สอนจึงมีแนวคิดวิธีการที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอน เรื่องมาตราตัวสะกดนี้ โดยใช้แนวความคิด หลักการจัดกิจกรรมของกิจกรรม Unplugged Coding มาใช้ใน การพัฒนาชุดสื่อการสอน Unplugged Coding มาตราตัวสะกดขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการอ่านและเขียน มาตราตัวสะกดได้ถูกต้องและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีเกณฑ์ที่ดีขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำที่มีมาตราตัวสะกดของนักเรียน ให้เกิดความ ถูกต้อง คล่องแคล่ว และสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ 2) เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ที่มีต่อการพัฒนา ทักษะการอ่านและการเขียนมาตราตัวสะกดของนักเรียน 3) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรมการเรียนการสอนผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ในการส่งเสริมความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่าน–เขียนมาตราตัวสะกด 2.2 เป้าหมาย 2.2.1 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 26 คน 2.2.2 เชิงปริมาณ 1) นักเรียน ร้อยละ 85 มีความสามารถในการอ่านและเขียนคำที่มีมาตราตัวสะกดได้ถูกต้อง 2) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นหลังเรียนด้วยกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) 3) นักเรียน ร้อยละ 90 มีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย โดยใช้ การสอนผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) 2.2.3 เชิงคุณภาพ นักเรียนพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ด้วยการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน การพัฒนาทักษะอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) เป็นวิธีการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วม ของผู้เรียน และมุ่งเน้นเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ หรือการลงมือทำ เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้มีความ กระตือรือร้น และสามารถคิดแก้ปัญหาเองได้อย่างเหมาะสมซึ่งในการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน หลักๆ ประกอบด้วย 1 ) ขั้นสำรวจ สำรวจความต้องการในการพัฒนาผู้เรียนโดยทำการศึกษาสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา ภาษาไทยของนักเรียนโรงเรียนวัดพุแค เพื่อนำไปเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนที่ เหมาะสมสำหรับนักเรียน ซึ่งเราสามารถพิจารณาได้จาก 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2) ผลการวัด3 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding และประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้3) พฤติกรรมการทำแบบฝึกหัดของนักเรียน 4) ผลการตรวจผลงานของ นักเรียน 5) ผลจากการทดสอบความรู้ความเข้าใจและทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน และ 6) บันทึกผลการ สอนหลังสอนในแผนการจัดการเรียนรู้ 2) ขั้นวิเคราะห์ วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ผลการเรียนรู้โครงสร้างรายวิชา และหน่วยการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดพุแค พุทธศักราช 2568 เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้ เต็มตามศักยภาพ โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา นักเรียน ท้องถิ่น สามารถนำสู่ การปฏิบัติได้ และสามารถส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตราตัวสะกด 3) ขั้นการออกแบบและพัฒนา การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน “การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดย ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) เรื่อง มาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3” มี รูปแบบการพัฒนางานตามวงจรคุณภาพ PDCA ดังนี้ 3.1 ขั้นวางแผน (Plan: P) 3.1.1 ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีและผลงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การจัดกิจกรรม การเรียนรู้วิชาภาษาไทย การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning ) การเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิดเชิง คำนวณ (Coding) และความรู้เกี่ยวกับมาตราตัวสะกด 3.1.2 ศึกษาและวิเคราะห์นักเรียนรายบุคคล ออกแบบและกำหนดโครงสร้างของนวัตกรรม การเรียนการสอน ออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผ่าน กระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 3.2 ขั้นดำเนินการ (Do: D) ดำเนินการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนตามโครงสร้างและขั้นตอนที่กำหนดโดย ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ดังนี้ 3.2.1 การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ผู้สอนต้องการให้นักเรียนบรรลุ ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ระบุความรู้และทักษะที่ต้องการให้ผู้เรียนได้รับและสอดคล้องกับ เป้าหมายการเรียนรู้โดยรวมของหลักสูตร 3.2.2 การจัดลำดับเนื้อหา จัดเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในการเตรียมการสอน เพื่อให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามลำดับขั้น โดยการพิจารณาเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 3.2.3 การเขียนแผนการสอน เมื่อได้ศึกษาปัญหา สำรวจทรัพยากร วิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อให้ ได้ข้อมูลในการจัดการเรียนการสอน กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนการสอน วิเคราะห์และจัดลำดับเนื้อหา กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้และวิธีสอน กำหนดสื่อการเรียนการสอน ตลอดจนแนวทางการวัดและการ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ 3.2.4 จัดทำหรือจัดเตรียมสื่อการเรียนการสอน เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผล ตลอดจน เอกสารที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.3 ขั้นตรวจสอบ (Check: C) 3.3.1 นำนวัตกรรมการเรียนการสอนที่สร้างขึ้นไป ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพ โดย ผู้พัฒนานวัตกรรมและครูผู้สอนวิชาภาษาไทยร่วมกันอ่านและกลั่นกรองเพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องเบื้องต้น 3.3.2 ให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ หัวหน้างานวิชาการ และ หัวหน้างานวัดผล ร่วมกันประเมินเพื่อตรวจสอบคุณภาพ และให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงนวัตกรรม4 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding 3.4 ขั้นปรับปรุง (Act: A ) 3.4.1 พิจารณาข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงนวัตกรรม และวิเคราะห์ผลการประเมินของ ผู้เชี่ยวชาญว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับใด 3.4.2 ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องตามข้อเสนอแนะให้เหมาะสมก่อนนำไปใช้ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียน ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practices) ขั้นตอนของการพัฒนาทักษะอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) มีขั้นตอนดัง Flow chart ต่อไปนี้ ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ออกแบบการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตรา ตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดชิงคำนวณ (Coding) ดำเนินการจัดการเรียนรู้ นักเรียนสร้างผลงาน สรุปองค์ความรู้ วัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ พัฒนาการเรียนรู้/งานวิจัยพัฒนา สรุปและรายงานผลการจัดการเรียนรู้ วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ผ่านเกณฑ์หรือไม่ แก้ไข ปรับปรุง พัฒนา รับการนิเทศภายในสถานศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ PLC กับกลุ่มสาระฯ และให้ข้อมูลย้อนกลับ5 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding 4) ขั้นนำไปใช้ หลังจากได้พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนตามวิธีการและขั้นตอนที่เชื่อถือได้ และมีคุณภาพและ ประสิทธิภาพตามที่กำหนดแล้ว จึงนำนวัตกรรมการเรียนการสอน “การพัฒนาทักษะอ่านและเขียนมาตรา ตัวสะกดผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ” ไปใช้ในการ พัฒนานักเรียน ดังนี้ 4.1 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 รายวิชา ท 13101 ภาษาไทย (ภาคเรียนที่ 1/2568 ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง มาตรา ตัวสะกด โดยปรับกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบท 4.2 วัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย 4.3 บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผลการ เรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการพัฒนานักเรียนต่อไป 5) ขั้นประเมินผล การประเมินผลการพัฒนานวัตกรรม“การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดผ่าน กระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3” โดยกระบวนการนิเทศภายใน ของสถานศึกษา การสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากคณะครูและการประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 6) ขั้นเผยแพร่ ดำเนินการเผยแพร่ผลการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ หลากหลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาต่อไป 4. ผลการดำเนินงาน / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1 ผลการดำเนินงาน - มีรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ที่เหมาะสม กับสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 โรงเรียนวัดพุแค และส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกดได้ดีมากยิ่งขึ้น ตารางที่ 1 ผลการทดสอบ ก่อนการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด โดยผ่าน กระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ ร้อยละ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน 1 เด็กชายกิตตินันท์ ครองสนั่น 14 70 ✓ 2 เด็กชายจารุวิทย์ มุเนืองรัมย์ 15 75 ✓ 3 เด็กชายจิรสิน ผูกเหมาะ 14 50 ✓ 4 เด็กชายชินกฤต เกษสาคร 10 30 ✓ 5 เด็กชายณภัทร สุทธิโต 14 70 ✓ 6 เด็กชายตะวัน สร้อยมณี 10 35 ✓6 แบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) :: การพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด ผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ Coding เลขที่ ชื่อ-สกุล คะแนนที่ได้ ร้อยละ สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน 7 เด็กชายพงศพัส มีตัน 15 75 ✓ 8 เด็กชายพงษ์สันต์ กิจสำเร็จ 5 20 ✓ 9 เด็กชายวรภพ แข็งขัน 14 70 ✓ 10 เด็กชายวรรณธัช ขุนศิริ 14 70 ✓ 11 เด็กชายศิรภัทร สีมาลัย 14 70 ✓ 12 เด็กชายอาชวิน เอมอยู่ 8 20 ✓ 13 เด็กชายวีรภัทร พระเพลิง 7 35 ✓ 14 เด็กชายขวัญชัย โพธิ์มี 8 40 ✓ 15 เด็กชายอัคเดช สายประสาท 6 30 ✓ 16 เด็กชายศุภกิจ พวงแก้ว 4 20 ✓ 17 เด็กหญิงณัฐติกา เขียวจังหวัด 14 70 ✓ 18 เด็กหญิงธัญญารัตน์ ดินดำ 14 70 ✓ 19 เด็กหญิงณิชานันท์ ดวงสุวรรณ์ 10 50 ✓ 20 เด็กหญิงนลัทพร ผมงาม 10 50 ✓ 21 เด็กหญิงปุญยนุช ผากา 14 70 ✓ 22 เด็กหญิงแพรวา ต๊ะทองดี 14 70 ✓ 23 เด็กหญิงสุธาสินี แซ่ตั้ง 14 70 ✓ 24 เด็กหญิงชนรดี บรรใดทอง 14 70 ✓ 25 เด็กหญิงกชพร พงษ์พานิช 8 40 ✓ 26 เด็กหญิงไพรลิน นายน้อย 10 50 ✓ เฉลี่ย 11.33 53.46 14 12 ร้อยละ 53.85 46.15 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ก่อนการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนมาตราตัวสะกด โดยผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) ผลปรากฏว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 26 คน มี ผลการทดสอบก่อนเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ร้อยละ 70 จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 46.15 ผ่าน ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 53.85 4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน - มีรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย โดยผ่านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Coding) เรื่อง มาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สามารถนำมาจัดการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ