แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

Published on Sep 09, 2026

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 - PDF to Flipbook

Published on Sep 09, 2026

Description:

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ประวัติศาสตร์) หน่วยการเรียนรู้ที่ 5: รัตนโกสินทร์ตอนต้น เรื่อง: การสร้างบ้านแปงเมืองและวางรากฐานแผ่นดิน ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา: 1 ชั่วโมง (60 นาที) ผู้สอน: นางวรรณรวี อนันต์นวัฒน์ ตำแหน่ง: ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านขจัดภัย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด • มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ ธำรงความเป็นไทย • ตัวชี้วัด อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรไทยสมัยรัตนโกสินทร์โดยสังเขป (หมายเหตุ: บูรณาการเนื้อหา เพื่อเชื่อมโยงความเข้าใจการวางรากฐานของอาณาจักรไทยในยุคต้นรัตนโกสินทร์ สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6) 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ระบุพฤติกรรมที่คาดหวัง) • ด้านความรู้ (Knowledge - K): นักเรียนสามารถอธิบายสาเหตุการย้ายราชธานี และการวางรากฐาน ความมั่นคงในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ • ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process - P): นักเรียนสามารถสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล และจัดระบบความรู้ ผ่านการสร้างแผนผังความคิด (Mind Mapping) ได้อย่างถูกต้อง • ด้านคุณลักษณะ (Attitude - A): นักเรียนมีความสนใจ ภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการสร้าง บ้านเมือง และมีความรับผิดชอบในการทำงานกลุ่ม 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแห่งใหม่ เกิดจากวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช (รัชกาลที่ 1) ที่ทรงมองเห็นจุดอ่อนของกรุงธนบุรี จึงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงมายังฝั่งพระนครที่มีชัยภูมิ เหมาะสมกว่า พร้อมทั้งทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และกฎหมาย (กฎหมายตราสามดวง) เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจและวางรากฐานแผ่นดินให้มั่นคงสืบมา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน • ความสามารถในการสื่อสาร (การนำเสนอผลงานและการอภิปรายในกลุ่ม) • ความสามารถในการคิด (การคิดวิเคราะห์เปรียบเทียบชัยภูมิและการเชื่อมโยงข้อมูล) • ความสามารถในการแก้ปัญหา (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเอง)5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ • มีวินัย • ใฝ่เรียนรู้ • มุ่งมั่นในการทำงาน • รักความเป็นไทย 6. กิจกรรมการเรียนรู้ (รูปแบบ Inquiry-Based Learning ร่วมกับ Mind Mapping) ขั้นที่ 1: ขั้นกระตุ้นความสนใจ (5 นาที) 1. ครูแสดงสื่อภาพประกอบ ได้แก่ "ภาพเสาชิงช้า" "ภาพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)" และ "แผนที่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์" 2. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดว่า "นักเรียนทราบหรือไม่ว่า สถานที่สำคัญเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กับการตั้งเมืองหลวงใหม่ ทำไมรัชกาลที่ 1 จึงไม่ใช้กรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวงต่อไป แต่กลับย้ายข้าม แม่น้ำมาสร้างเมืองใหม่ที่ฝั่งพระนคร?" ขั้นที่ 2: ขั้นตั้งคำถามและสืบค้นข้อมูล (10 นาที) 1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม 2. ครูแจกใบกิจกรรมที่ 5 เรื่อง "สร้างกรุงใหม่" โดยมีคำถามหลักคือ "เหตุใดจึงต้องย้ายเมืองหลวง? และรัชกาลที่ 1 ทรงวางรากฐานบ้านเมืองในด้านใดบ้างเพื่อให้ประเทศมั่นคง?" 3. นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ หรือสื่อเอกสารที่ครูจัดเตรียมไว้ ขั้นที่ 3: ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปราย (10 นาที) 1. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เปรียบเทียบจุดอ่อนของฝั่งธนบุรี (เมืองอกแตก พื้นที่คับแคบ) และจุด แข็งของฝั่งพระนคร (มีแม่น้ำเป็นคูเมืองธรรมชาติ พื้นที่ขยายเมืองได้) 2. ครูตั้งคำถามเสริมเพื่อให้เกิดการอภิปรายเชิงลึก เช่น "นอกจากการสร้างกำแพงเมืองแล้ว การชำระ 'กฎหมายตราสามดวง' และการสังคายนาพระไตรปิฎก มีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงให้แผ่นดิน อย่างไร?" ขั้นที่ 4: ขั้นสร้าง Mind Mapping เพื่อจัดระบบความรู้ (15 นาที) 1. นักเรียนจัดทำแผนผังความคิด (Mind Mapping) ในหัวข้อ "การวางรากฐานรัตนโกสินทร์" 2. กำหนดให้นักเรียนแยกประเด็นหลักให้ชัดเจน ได้แก่ ▪ สาเหตุการย้ายราชธานี (ชัยภูมิทางภูมิศาสตร์) ▪ การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและศาสนา (เช่น การสร้างวัดพระแก้ว) ▪ การจัดระเบียบสังคม (กฎหมายตราสามดวง)3. ตกแต่งและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาให้สมบูรณ์ ขั้นที่ 5: ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (10 นาที) 1. สุ่มตัวแทนกลุ่มออกมารายงานผลงาน Mind Mapping หน้าชั้นเรียน 2. กลุ่มผู้ฟังร่วมตรวจสอบความถูกต้องและเสนอแนะข้อมูลเพิ่มเติม ขั้นที่ 6: ขั้นสรุปองค์ความรู้ (10 นาที) 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นสำคัญ 2. ครูเชื่อมโยงให้เห็นคุณค่าว่า "การสร้างความมั่นคงให้ประเทศ ไม่ได้อาศัยเพียงกำลังทหารหรือป้อม ปราการที่เข้มแข็ง แต่ต้องอาศัยการมีกฎหมายที่ยุติธรรมและการมีที่พึ่งพิงทางจิตใจที่เข้มแข็งด้วย" 7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อภาพ: เสาชิงช้า, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, แผนที่เกาะรัตนโกสินทร์และแม่น้ำเจ้าพระยา 2. ใบกิจกรรมที่ 5 เรื่อง "สร้างกรุงใหม่" 3. วัสดุอุปกรณ์สำหรับทำ Mind Mapping (กระดาษชาร์ต, ปากกาสี) 4. หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ และเอกสารประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 8. การวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน (K-P-A) วิธีการวัด เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การ ประเมิน ด้านความรู้ (K): อธิบายสาเหตุการ ย้ายราชธานีและการวางรากฐาน ตรวจใบกิจกรรม "สร้างกรุง ใหม่" ใบกิจกรรม / แบบ ประเมินความรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ (P): วิเคราะห์และสร้าง Mind Mapping ประเมินผลงานแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) รูบริกประเมินผลงาน Mind Mapping ได้ระดับคุณภาพ "ดี" ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A): ความมุ่งมั่น และการเห็นคุณค่าประวัติศาสตร์ สังเกตพฤติกรรมการมีส่วน ร่วมในการทำกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ได้ระดับคุณภาพ "ดี" ขึ้นไป9. แบบบันทึกหลังการสอน 1. ผลการจัดการเรียนรู้ • การบรรลุจุดประสงค์: …………………………………………………………………………………………………………… • การพัฒนาด้านต่างๆ: ......................................................................................................................... 2. ปัญหา/อุปสรรค • ด้านเนื้อหา: ........................................................................................................................................... • ด้านกิจกรรม: ……………………………………………………………………………………………………………………….. • ด้านเวลา: ……………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางแก้ไข • การปรับปรุงแผนครั้งถัดไป: • สื่อการสอน: ........................................................................................................................... • การบริหารจัดการกลุ่ม: ........................................................................................................ • การจัดสรรเวลา.............................................................................................................. 9. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็น ......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ..................................... (นางชนิดาภา เถาว์จู) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขจัดภัยแบบวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ : ก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ เรื่อง การปรับตัวของอาณาจักรไทยสู่ความเป็นสากล ชั้น ...ป.5... ภาคเรียนที่ ......2...... ปีการศึกษา .....2568............ ผู้สอน .....นางวรรณรวี อนันต์นวัฒน์.. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….. ๑. โครงสร้างการวัดและประเมินผลตามจุดประสงค์ K–P–A ด้าน สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การ ประเมิน K ความรู้ อธิบายการปรับตัวและการ ปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ ๔ และ ๕ ตรวจใบกิจกรรม "สยามสู่ สากล" และการตอบคำถาม ใบกิจกรรม / แบบ ประเมินความรู้ ได้คะแนนร้อย ละ ๗๐ ขึ้นไป P ทักษะและ กระบวนการ วิเคราะห์และสร้างแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) ประเมินผลงานแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) รูบริกประเมินผลงาน Mind Mapping ได้ระดับ คุณภาพ "ดี" ขึ้นไป A คุณลักษณะ ความภาคภูมิใจในชาติ การ ทำงานกลุ่ม และการปรับตัว สังเกตพฤติกรรมการมีส่วน ร่วมและการนำเสนอ แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ได้ระดับ คุณภาพ "ดี" ขึ้นไป๒. แบบบันทึกผลการประเมินรายบุคคล K–P–A จำนวนนักเรียน ๒๔ คน ที่ ชื่อ–สกุลนักเรียน K ความรู้ /10 ผล K P Mind Mapping /16 ระดับ P A พฤติกรรม /16 ระดับ A สรุปผล ๑ ด.ช.เปรมณวัฒน์ หลงติ้ง ๒ ด.ช.อิสมาแอน กล้าศึก ๓ ด.ช.รัชชานนท์หลงติ้ง ๔ ด.ช.ฟิตรี หวังผล ๕ ด.ช.วีระชน บรรจบ ๖ ด.ช.ธนวันต์ปราบสมุทร ๗ ด.ช.กฤษฎา จันเจือ ๘ ด.ช.อัศษ์ดิณย์สุดจิตร ๙ ด.ช.ประยุทธ หลงติ้ง ๑๐ ด.ช.วายุ มหันตริยะ ๑๑ ด.ช.มุตตายัพ สงวนศิลป์ ๑๒ ด.ญ.ญาดา คงสุดจิตร ๑๓ ด.ญ.เปรมศิณีกลันตัน ๑๔ ด.ญ.อันดา โหยบข่าน ๑๕ ด.ญ.สมปราถนา เกบุตร ๑๖ ด.ญ.ภัณฑิลา อันตาผล ๑๗ ด.ญ.จัสมีนา จันทร์สมุทร ๑๘ ด.ญ.พัทรวี ดีเอง ๑๙ ด.ญ.กุลณัฐ หล่อกุ้น ๒๐ ด.ญ.นารีรัตน์ร่าหมาน ๒๑ ด.ญ.กัญญาพัชร จันทร์สมุทร ๒๒ ด.ญ.อันดา กล้าศึก ๒๓ ด.ญ.ภัทณวรรณ ซันประเสริฐ ๒๔ ด.ญ.ปานระพี สุดจิตรเกณฑ์การแปลผล: • K: ๗–๑๐ คะแนน = ผ่าน / ๐–๖ คะแนน = ไม่ผ่าน • P และ A: ๑๓–๑๖ = ดีมาก / ๙–๑๒ = ดี / ๕–๘ = พอใช้ / ๑–๔ = ปรับปรุง • สรุปผล: K ต้องผ่าน และ P–A ต้องอยู่ในระดับ ดีขึ้นไป ๓. แบบประเมินผลงานแผนผังความคิด (Mind Mapping) หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศสู่ความทันสมัย” (คะแนนเต็ม ๑๖ คะแนน) ประเด็นประเมิน ๔ ดีมาก ๓ ดี ๒ พอใช้ ๑ ปรับปรุง ๑. ความถูกต้อง และครบถ้วน ของเนื้อหา (K) สรุปเนื้อหาการปฏิรูปด้านการ ปกครอง สังคม สาธารณูปโภค และการศึกษาได้อย่างถูกต้อง และครอบคลุมประเด็นสำคัญ สรุปเนื้อหาได้ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ ขาด รายละเอียดหรือมี ข้อผิดพลาดเพียง เล็กน้อย สรุปเนื้อหาได้บางส่วน มีความคลาดเคลื่อน ทางประวัติศาสตร์หรือ เนื้อหาไม่ครบถ้วน เนื้อหาไม่ถูกต้อง หรือไม่ตรงกับ ประเด็นคำถามที่ กำหนดในชุด กิจกรรม ๒. การจัดระบบ และการเชื่อมโยง ความคิด (P) มีหัวข้อแกนกลาง กิ่งหลัก และ กิ่งรองชัดเจน จัดลำดับและ เชื่อมโยงเหตุและผลได้อย่าง เป็นระบบ เข้าใจง่าย มีหัวข้อแกนกลางและกิ่ง หลักชัดเจน แต่การ เชื่อมโยงข้อมูลในกิ่งรอง บางจุดยังขาดความ ต่อเนื่อง โครงสร้างไม่ชัดเจน การจัดหมวดหมู่หรือ ลำดับความสำคัญของ ข้อมูลยังสับสน ขาดการจัดระบบ ข้อมูล ไม่เป็น รูปแบบแผนผัง ความคิด ข้อมูล กระจัดกระจาย ๓. ความคิด สร้างสรรค์และ การสื่อ ความหมาย (P/A) ใช้คำสำคัญ (Keyword) สั้น กระชับ ใช้สีสันและวาดภาพ สัญลักษณ์ประกอบได้สื่อ ความหมายและดึงดูดใจ ใช้คำสำคัญได้ดี มีการใช้ สีและภาพประกอบ แต่ ง่ายเกินไปหรือไม่ สะท้อนเนื้อหาเท่าที่ควร ใช้ประโยคยาวเกินไป มี การตกแต่งน้อย หรือใช้ สี/ภาพไม่สอดคล้องกับ เรื่องราว คัดลอกข้อความ ยาวๆ มาใส่ ไม่มี การตกแต่ง หรือ ผลงานขาดความ สะอาดเรียบร้อย ๔. การทำงาน กลุ่มและการ นำเสนอ (A) สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนใน รูปแบบที่สร้างสรรค์ (เช่น นักข่าวเล่าประวัติศาสตร์) ได้ อย่างมั่นใจและชัดเจน สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วน ร่วม นำเสนอผลงานได้ดี แต่อาจต้องดูโพยบ้าง สมาชิกบางคนไม่มีส่วน ร่วม นำเสนอไม่ค่อย ชัดเจน หรือตอบ คำถามไม่ได้ ขาดความร่วมมือ ในกลุ่ม และไม่ สามารถนำเสนอ ผลงานได้ (เกณฑ์ผ่าน: ตั้งแต่ ๙ คะแนนขึ้นไป หรือระดับดีขึ้นไป)๔. แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการทำงานกลุ่ม เพื่อให้สัมพันธ์กับจุดประสงค์ด้าน A ของหน่วยนี้ แนะนำให้ปรับพฤติกรรมข้อที่ ๔ ให้ชัดเจนเป็น “การรับฟังและยอมรับความ หลากหลายทางความคิดเห็นและวัฒนธรรม” ที่ ชื่อ–สกุล กระตือรือร้นใน การสืบค้น ๔ วิเคราะห์และ แสดงความคิดเห็น ๔ ร่วมมือและ แบ่งหน้าที่ ๔ รับฟังและยอมรับ ความหลากหลาย ๔ รวม /16 ระดับ ผล ๑ ด.ช.เปรมณวัฒน์ หลงติ้ง ๒ ด.ช.อิสมาแอน กล้าศึก ๓ ด.ช.รัชชานนท์หลงติ้ง ๔ ด.ช.ฟิตรี หวังผล ๕ ด.ช.วีระชน บรรจบ ๖ ด.ช.ธนวันต์ปราบสมุทร ๗ ด.ช.กฤษฎา จันเจือ ๘ ด.ช.อัศษ์ดิณย์สุดจิตร ๙ ด.ช.ประยุทธ หลงติ้ง ๑๐ ด.ช.วายุ มหันตริยะ ๑๑ ด.ช.มุตตายัพ สงวนศิลป์ ๑๒ ด.ญ.ญาดา คงสุดจิตร ๑๓ ด.ญ.เปรมศิณีกลันตัน ๑๔ ด.ญ.อันดา โหยบข่าน ๑๕ ด.ญ.สมปราถนา เกบุตร ๑๖ ด.ญ.ภัณฑิลา อันตาผล ๑๗ ด.ญ.จัสมีนา จันทร์สมุทร ๑๘ ด.ญ.พัทรวี ดีเอง ๑๙ ด.ญ.กุลณัฐ หล่อกุ้น ๒๐ ด.ญ.นารีรัตน์ร่าหมาน ๒๑ ด.ญ.กัญญาพัชร จันทร์สมุทร ๒๒ ด.ญ.อันดา กล้าศึก ๒๓ ด.ญ.ภัทณวรรณ ซันประเสริฐ ๒๔ ด.ญ.ปานระพี สุดจิตร๕. แบบประเมินด้านความรู้ (K) ใบกิจกรรม “สยามสู่สากล” (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน) ประเด็นความรู้ที่ประเมิน คะแนนเต็ม ๑. อธิบายภัยคุกคามจากการขยายอำนาจของชาติตะวันตกในยุคจักรวรรดินิยมได้ ๒ ๒. อธิบายรูปแบบการปฏิรูปด้านการเมืองการปกครอง (เช่น การตั้งกระทรวงทบวงกรม) ได้ถูกต้อง ๒ ๓. อธิบายรูปแบบการปฏิรูปด้านสังคม (เช่น การเลิกทาส การเลิกไพร่) ได้ถูกต้อง ๒ ๔. อธิบายรูปแบบการปฏิรูปด้านสาธารณูปโภค (รถไฟ ไปรษณีย์ ไฟฟ้า) และการศึกษาได้ถูกต้อง ๒ ๕. วิเคราะห์ผลดีของการปรับตัวที่ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมได้ ๒ รวม ๑๐ (เกณฑ์ผ่าน: ตั้งแต่ ๗ คะแนนขึ้นไป หรือร้อยละ ๗๐) ๖. คำถามสะท้อนคิดเพื่อประเมินด้าน A (Reflection) ใช้หลังจากการนำเสนอผลงาน หรือท้ายชั่วโมงเรียน: "จากบทเรียนเรื่องการปรับตัวของสยาม นักเรียนคิดว่าหากในอดีตเราปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลงหรือรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเกิดผล กระทบอย่างไรต่อชาติบ้านเมือง? และในปัจจุบัน นักเรียนสามารถนำหลักการ 'ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด' มาใช้ในการเรียนหรือ ชีวิตประจำวันของตนเองได้อย่างไรบ้าง?" (พิจารณาจากความสามารถในการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของบรรพบุรุษไทยเข้ากับการปรับตัวในโลกยุคปัจจุบัน ไม่เน้นถูกผิด แต่เน้น ทัศนคติเชิงบวกและความภาคภูมิใจ) ๗. หลักฐานประกอบการประเมิน • ใบกิจกรรม “สยามสู่สากล” • ผลงาน Mind Mapping หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศสู่ความทันสมัย” • แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลและการประเมินการนำเสนอ (เช่น กิจกรรมนักข่าวเล่าประวัติศาสตร์) • คำตอบจากกิจกรรมสะท้อนคิด ๘. แบบสรุปผลการประเมินท้ายแผน • จำนวนนักเรียนทั้งหมด ๒๔ คน รายการประเมิน ผ่าน (คน) ไม่ผ่าน (คน) ร้อยละที่ผ่าน ด้านความรู้ K ........ ........ ........ ด้านทักษะและกระบวนการ P ........ ........ ........ ด้านคุณลักษณะ A ........ ........ ........ ผ่านครบ K–P–A ........ ........ ........ • นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............ คน คิดเป็นร้อยละ ............ • นักเรียนที่ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ............ คน คิดเป็นร้อยละ ............