วิจัย

Published on Sep 09, 2026

วิจัย

วิจัย - PDF to Flipbook

Published on Sep 09, 2026

Description:

งานวิจัย : เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์ร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) บทที่ 1: บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา: จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มี ปัญหาในการเข้าใจลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ การเชื่อมโยงเหตุการณ์ และการวิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยมีสภาพปัญหาดังนี้ • จากผลการทดสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรไทย พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 58.40 คะแนน จาก 100 คะแนน และมีนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 เพียง 45% ของจำนวนทั้งหมด • จากการสังเกตพฤติกรรม พบว่านักเรียนใช้การท่องจำมากกว่าการเข้าใจความสัมพันธ์ และขาดทักษะ การคิดวิเคราะห์และการจัดลำดับเหตุการณ์ • การเรียนรู้ส่วนใหญ่ยังเน้นการบรรยายและอ่านจากหนังสือเรียน • บริบทของชั้นเรียนมีความแตกต่างระหว่างบุคคลสูง แต่นักเรียนมีความสนใจในการเรียนรู้ผ่านภาพ แผนผัง และกิจกรรมกลุ่ม วัตถุประสงค์ของการวิจัย: 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรไทย ก่อนและหลังเรียน 2. เพื่อศึกษาการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการจัดระบบความรู้ผ่าน Mind Mapping สมมติฐานของการวิจัย: • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ตามที่กำหนดไว้ ขอบเขตของการวิจัย: o ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขจัดภัย ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2569 จำนวน 24 คน o เนื้อหา: ประวัติศาสตร์ชาติไทย (สุโขทัย, อยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์)ตัวแปรต้น: การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์ร่วมกับ Mind Mapping (6 ขั้นตอน) ตัวแปรตาม: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ ทักษะการคิดวิเคราะห์ • นิยามศัพท์เฉพาะ: ให้คำจำกัดความของคำว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะ, แผนผังความคิด (Mind Mapping), ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ทักษะการคิดวิเคราะห์ • ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ: นักเรียนมีทักษะดีขึ้น และเป็นแนวทางให้ครูผู้สอนนำไปปรับประยุกต์ใช้ ในรายวิชาอื่น บทที่ 2: เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง • หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน: มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษาฯ (สาระประวัติศาสตร์ ป.5) • แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-Based Learning): อธิบาย กระบวนการสืบเสาะที่นำมาปรับใช้เป็น 6 ขั้นตอนของคุณ • แนวคิดเกี่ยวกับแผนผังความคิด (Mind Mapping): ทฤษฎีการทำงานของสมองซ้าย-ขวา การ เชื่อมโยงข้อมูล และการสรุปความคิดรวบยอด • แนวคิดเกี่ยวกับการวัดผลสัมฤทธิ์และการประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์: นิยามและเครื่องมือวัด • งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง: ค้นหางานวิจัยในประเทศที่เกี่ยวกับการใช้รูปแบบการสืบเสาะ และงานวิจัยที่ใช้ Mind Mapping ในวิชาประวัติศาสตร์ บทที่ 3: วิธีดำเนินการวิจัย ๑. ศึกษาหลักสูตรแกนกลาง วิเคราะห์ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ และวิเคราะห์เนื้อหาเรื่อง พัฒนาการ ของอาณาจักรไทย (สุโขทัย, อยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์) ๒. ออกแบบและพัฒนานวัตกรรม ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์ร่วมกับ Mind Mapping ๓. ดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Inquiry-Based Learning ร่วมกับ Mind Mapping ผ่าน 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ (ใช้ภาพ/แผนที่) 2. ขั้นตั้งคำถามและสืบค้นข้อมูล 3. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปราย4. ขั้นสร้าง Mind Mapping เพื่อจัดระบบความรู้ 5. ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6. ขั้นสรุปองค์ความรู้ ๔. เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน แบบประเมินทักษะ แบบสังเกตพฤติกรรม และ แบบประเมินผลงาน ๕. วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ เปรียบเทียบผลก่อน-หลังเรียน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิง พฤติกรรมและคุณภาพของผลงานนักเรียน รูปแบบการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) รูปแบบกลุ่มเดียวทดสอบ ก่อน-หลังเรียน (One Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย: 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง: ชุดกิจกรรมฯ และ แผนการจัดการเรียนรู้ 6 แผน (พร้อมระบุขั้นตอน การหาประสิทธิภาพ เช่น การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบค่า IOC) 2. เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล: แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ระบุจำนวนข้อ), แบบ ประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์จากผลงาน Mind Mapping, และแบบสังเกตพฤติกรรม การเก็บรวบรวมข้อมูล: 1) ทดสอบก่อนเรียน 2) จัดกิจกรรม 6 ขั้นตอน 3) ทดสอบหลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้: • ค่าเฉลี่ย, ร้อยละ, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent)บทที่ 4: ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์ร่วมกับแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 24 คน สามารถสรุปผลแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรไทย พบว่า: • คะแนนเฉลี่ย: นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 78.60 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 100) ซึ่งสูง กว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ • การบรรลุเกณฑ์เป้าหมาย: มีนักเรียนที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 21 คน (คิดเป็น ร้อยละ 87.50 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด) ซึ่งบรรลุและสูงกว่าผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ที่ร้อยละ 85 2. ผลการวิเคราะห์ด้านทักษะการคิดวิเคราะห์ (ผ่านผลงาน Mind Mapping) จากการประเมินชิ้นงานใบกิจกรรมและการสร้างแผนผังความคิด (Mind Mapping) พบว่า: • การจัดลำดับและระบบความรู้: นักเรียนสามารถจัดหมวดหมู่ข้อมูลและเรียงลำดับพัฒนาการของ อาณาจักร (สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์) ได้อย่างเป็นระบบ • การเชื่อมโยงเหตุและผล: นักเรียนสามารถดึงคำสำคัญ (Keywords) มาใช้ และสามารถลากเส้น เชื่อมโยงเพื่ออธิบายสาเหตุและผลกระทบของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ได้ถูกต้อง โดย ภาพรวมผลการประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับ ดี ถึง ดีมาก 3. ผลการวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมการเรียนรู้และกระบวนการกลุ่ม จากการใช้แบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 6 ขั้นตอน พบว่า: • ความกระตือรือร้นและการมีส่วนร่วม: นักเรียนมีความสนใจสูงขึ้นเมื่อได้เรียนรู้ผ่านสื่อภาพและแผนที่ แทนการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว และมีความกระตือรือร้นในการสืบค้นข้อมูลในขั้นที่ 2 • การทำงานร่วมกัน: นักเรียนสามารถแบ่งหน้าที่และทำงานร่วมกันในกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงาน Mind Mapping ได้อย่างมีประสิทธิภาพ • การนำเสนอ: ในขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นักเรียนมีความมั่นใจในการอธิบายผลงานของกลุ่ม ตนเอง และสามารถตอบคำถามเพื่อนร่วมชั้นได้ดีขึ้นบทที่ 5: สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีข้อค้นพบที่สำคัญตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรไทย ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับแผนผังความคิด (Mind Mapping) สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 78.60 คะแนน และมีนักเรียนที่ผ่าน เกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 21 คน (คิดเป็นร้อยละ 87.50 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 85 ที่ตั้งไว้) ด้านทักษะการคิดวิเคราะห์: นักเรียนสามารถอธิบายลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงสาเหตุและผลกระทบได้อย่างเป็น ระบบ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการสร้างสรรค์ชิ้นงาน Mind Mapping ได้อย่างถูกต้องและ ครบถ้วน ด้านพฤติกรรมการเรียนรู้: นักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มากขึ้น สามารถ ทำงานร่วมกับผู้อื่นในกระบวนการกลุ่ม และมีความมั่นใจในการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน อภิปรายผล ผลการวิจัยในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การนำชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์ร่วมกับแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) มาใช้ สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์และทักษะการคิดวิเคราะห์ได้จริง ซึ่งสามารถ อภิปรายเหตุผลได้ดังนี้ • 1. กระบวนการสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning) เปลี่ยนการท่องจำให้เป็นการค้นพบ ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรม 6 ขั้นตอน ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการบรรยายเนื้อหา แต่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เผชิญสถานการณ์ผ่านสื่อภาพและแผนที่ (ขั้นกระตุ้นความสนใจ) นำไปสู่ การตั้งคำถามที่อยากรู้ด้วยตนเอง กระบวนการนี้สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) เมื่อนักเรียนเกิดความสงสัยและได้ลงมือสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและจดจำเนื้อหาได้ยาวนานกว่าการรับฟังเพียงอย่างเดียว • 2. Mind Mapping เป็นเครื่องมือจัดระเบียบความคิดที่ทรงพลัง การที่นักเรียนมีทักษะการคิด วิเคราะห์สูงขึ้น อธิบายความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ได้ดีขึ้น เป็นเพราะการใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) เข้ามาช่วยในขั้นการจัดระบบความรู้ แทนที่จะให้นักเรียนจดบันทึกเป็นความเรียงยาวๆ การใช้ Mind Mapping บังคับให้นักเรียนต้องสกัดเฉพาะ "คำสำคัญ (Keywords)" และวาดเส้น เชื่อมโยงสาเหตุและผลกระทบของพัฒนาการในแต่ละอาณาจักร ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ ตามหลักการทำงานของสมอง (Brain-Based Learning) ที่ผสานการทำงานของสมองซีกซ้าย (ตรรกะ ลำดับเหตุการณ์) และซีกขวา (ภาพ สี ความคิดสร้างสรรค์) เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวม (Big Picture) ได้อย่างชัดเจนเจน • 3. การเรียนรู้แบบร่วมมือเสริมสร้างความมั่นใจ พฤติกรรมเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นเกิดจากขั้นอภิปรายและ ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การที่นักเรียนได้ระดมสมองเพื่อสร้าง Mind Mapping ร่วมกัน ทำ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม ลดความตึงเครียดจากความ แตกต่างระหว่างบุคคล และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เป็นมิตร ข้อเสนอแนะ: o ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้: เช่น การบริหารเวลาในขั้นตอนการสืบค้นข้อมูล o ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป: เช่น การบูรณาการร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล หรือบอร์ด เกมการศึกษา