แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 - PDF to Flipbook
Published on Sep 09, 2026
Description:
• นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ............ คน คิดเป็นร้อยละ ............
• นักเรียนที่ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ............ คน คิดเป็นร้อยละ ............แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ประวัติศาสตร์)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6: ก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ เรื่อง: การปรับตัวของอาณาจักรไทยสู่ความเป็นสากล
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 5 เวลา: 1 ชั่วโมง (60 นาที)
ผู้สอน: นางวรรณรวี อนันต์นวัฒน์ ตำแหน่ง: ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านขจัดภัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
• มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ
ธำรงความเป็นไทย
• ตัวชี้วัด อธิบายพัฒนาการของอาณาจักรไทยสมัยรัตนโกสินทร์โดยสังเขป (หมายเหตุ: เน้นการบูรณาการ
เนื้อหาช่วงรัตนโกสินทร์ยุคปฏิรูปประเทศ เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าใจความเปลี่ยนแปลงสู่
ยุคปัจจุบัน)
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ระบุพฤติกรรมที่คาดหวัง)
• ด้านความรู้ (Knowledge - K): นักเรียนสามารถอธิบายสาเหตุและรูปแบบการปฏิรูปประเทศในสมัย
รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ได้
• ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process - P): นักเรียนสามารถสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล และจัดระบบความรู้
ผ่านการสร้างแผนผังความคิด (Mind Mapping) ได้อย่างมีเหตุผล
• ด้านคุณลักษณะ (Attitude - A): นักเรียนเห็นคุณค่าของพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยใน
การรักษาเอกราช และมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
ในยุคจักรวรรดินิยม ประเทศไทยเผชิญกับภัยคุกคามจากการขยายอำนาจของชาติตะวันตก พระมหากษัตริย์ไทย
โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงทรงปรับปรุงและปฏิรูปประเทศใน
ทุกๆ ด้าน ทั้งการเมืองการปกครอง สังคม (เช่น การเลิกทาส) การศึกษา และสาธารณูปโภค เพื่อให้ทัดเทียม
อารยประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยรักษาเอกราชไว้ได้และก้าวสู่ความเป็นสากล
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
• ความสามารถในการสื่อสาร (การนำเสนอในรูปแบบที่สร้างสรรค์)
• ความสามารถในการคิด (การคิดวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง)
• ความสามารถในการแก้ปัญหา (การวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหาในอดีต)5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
• มีวินัย
• ใฝ่เรียนรู้
• มุ่งมั่นในการทำงาน
• รักความเป็นไทย
6. กิจกรรมการเรียนรู้ (รูปแบบ Inquiry-Based Learning ร่วมกับ Mind Mapping)
ขั้นที่ 1: ขั้นกระตุ้นความสนใจ (5 นาที)
1. ครูแสดงสื่อภาพความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เช่น "ภาพรถไฟสายแรกของไทย" "ภาพการเลิก
ทาส" หรือ "ภาพธงไตรรงค์"
2. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดว่า "นักเรียนคิดว่าสิ่งต่างๆ ในภาพเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะเหตุใด? และ
ถ้าประเทศของเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลงหรือรับเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามา จะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมือง
ของเราในยุคนั้น?"
ขั้นที่ 2: ขั้นตั้งคำถามและสืบค้นข้อมูล (10 นาที)
1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
2. ครูแจกใบกิจกรรมที่ 6 เรื่อง "สยามสู่สากล" โดยมีคำถามหลักคือ "ภัยคุกคามจากชาติตะวันตก
ทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวอย่างไรบ้างในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5?"
3. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ หรือสื่อความรู้ที่ครูจัดเตรียมไว้
ขั้นที่ 3: ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปราย (10 นาที)
1. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล โดยครูคอยชี้แนะให้เห็นการแบ่งหมวดหมู่ของการปฏิรูป เช่น ด้าน
การปกครอง (ตั้งกระทรวงทบวงกรม), ด้านสังคม (การเลิกทาส เลิกไพร่), ด้านสาธารณูปโภค
(รถไฟ ไปรษณีย์ ไฟฟ้า)
2. อภิปรายถึงผลดีของการปรับตัวที่ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคม
ขั้นที่ 4: ขั้นสร้าง Mind Mapping เพื่อจัดระบบความรู้ (15 นาที)
1. นักเรียนจัดทำแผนผังความคิด (Mind Mapping) ในหัวข้อ "การปฏิรูปประเทศสู่ความทันสมัย"
2. กำหนดให้นักเรียนแยกกิ่งหลักตามด้านที่ได้รับการปฏิรูป (การปกครอง, สังคม, สาธารณูปโภค,
การศึกษา) พร้อมระบุตัวอย่างที่ชัดเจน
3. ตกแต่งผลงานให้เห็นภาพของ "ความทันสมัย" ผสมผสานกับ "ความเป็นไทย"
ขั้นที่ 5: ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (10 นาที)1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ในรูปแบบกิจกรรมสร้างสรรค์
เช่น "นักข่าวเล่าประวัติศาสตร์" โดยทำหน้าที่รายงานข่าวความเปลี่ยนแปลงของสยามในยุคนั้น
2. กลุ่มผู้ฟังร่วมตั้งคำถามและเสนอแนะ
ขั้นที่ 6: ขั้นสรุปองค์ความรู้ (10 นาที)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปภาพรวมพัฒนาการของชาติไทยตั้งแต่หน่วยที่ 1 ถึงหน่วยที่ 6
2. ครูเน้นย้ำข้อคิดสำคัญว่า "ชาติไทยดำรงความเป็นเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะบรรพบุรุษของ
เรามีความกล้าหาญ รู้จักปรับตัว เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโลก และแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา"
7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. สื่อภาพ: รถไฟสายแรก, การประกาศเลิกทาส, การใช้ไปรษณีย์โทรเลข
2. ใบกิจกรรมที่ 6 เรื่อง "สยามสู่สากล"
3. วัสดุอุปกรณ์สำหรับทำ Mind Mapping (กระดาษชาร์ต, สี)
4. หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ และเอกสารความรู้เพิ่มเติม
8. การวัดและประเมินผล
สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน (K-P-A) วิธีการวัด เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การ
ประเมิน
ด้านความรู้ (K): อธิบายการปรับตัว
และการปฏิรูปประเทศ
ตรวจใบกิจกรรม "สยามสู่
สากล"
ใบกิจกรรม / แบบ
ประเมินความรู้
ผ่านเกณฑ์ร้อย
ละ 70 ขึ้นไป
ด้านทักษะ (P): วิเคราะห์และสร้าง
Mind Mapping
ประเมินผลงานแผนผัง
ความคิด (Mind
Mapping)
รูบริกประเมินผลงาน
Mind Mapping
ได้ระดับ
คุณภาพ "ดี"
ขึ้นไป
ด้านคุณลักษณะ (A): ความ
ภาคภูมิใจในชาติและการปรับตัว
สังเกตพฤติกรรมการมี
ส่วนร่วมและการนำเสนอ
แบบสังเกต
พฤติกรรมการเรียนรู้
ได้ระดับ
คุณภาพ "ดี"
ขึ้นไป9. แบบบันทึกหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
• การบรรลุจุดประสงค์: ……………………………………………………………………………………………………………
• การพัฒนาด้านต่างๆ: .........................................................................................................................
2. ปัญหา/อุปสรรค
• ด้านเนื้อหา: ...........................................................................................................................................
• ด้านกิจกรรม: ………………………………………………………………………………………………………………………..
• ด้านเวลา: ………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางแก้ไข
• การปรับปรุงแผนครั้งถัดไป:
• สื่อการสอน: ...........................................................................................................................
• การบริหารจัดการกลุ่ม: ........................................................................................................
• การจัดสรรเวลา..............................................................................................................
9. ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็น
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................
(นางชนิดาภา เถาว์จู)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขจัดภัยแบบประเมินผลงาน
แผนผังความคิด (Mind Mapping) ประจำชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์
ผู้ประเมิน: นางวรรณรวี อนันต์นวัฒน์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านขจัดภัย
คำชี้แจง: ให้ผู้สอนทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับคุณภาพผลงานของนักเรียน
ประเด็นการ
ประเมิน
ดีมาก (4 คะแนน) ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรับปรุง (1
คะแนน)
1. ความถูกต้อง
และครบถ้วนของ
เนื้อหา (K)
สรุปเนื้อหาได้ถูกต้อง
ครอบคลุมประเด็นสำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ครบถ้วน
ตามภารกิจสืบค้น
สรุปเนื้อหาได้ถูกต้องเป็น
ส่วนใหญ่ ขาด
รายละเอียดหรือมี
ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
สรุปเนื้อหาได้บางส่วน
มีความคลาดเคลื่อนทาง
ประวัติศาสตร์หรือ
เนื้อหาไม่ครบถ้วน
เนื้อหาไม่ถูกต้อง
หรือไม่ตรงกับ
ประเด็นคำถามที่
กำหนดในชุด
กิจกรรม
2. การจัดระบบ
และการเชื่อมโยง
ความคิด (P)
มีหัวข้อแกนกลาง กิ่งหลัก
และกิ่งรองชัดเจน จัดลำดับ
และเชื่อมโยงเหตุและผลได้
อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย
มีหัวข้อแกนกลางและกิ่ง
หลักชัดเจน แต่การ
เชื่อมโยงข้อมูลในกิ่งรอง
บางจุดยังขาดความ
ต่อเนื่อง
โครงสร้างไม่ชัดเจน การ
จัดหมวดหมู่หรือลำดับ
ความสำคัญของข้อมูล
ยังสับสน
ขาดการจัดระบบ
ข้อมูล ไม่เป็น
รูปแบบแผนผัง
ความคิด ข้อมูล
กระจัดกระจาย
3. ความคิด
สร้างสรรค์และ
การสื่อ
ความหมาย
(P/A)
ใช้คำสำคัญ (Keyword)
สั้นกระชับ ใช้สีสันและวาด
ภาพสัญลักษณ์ประกอบได้
สื่อความหมายและดึงดูดใจ
ใช้คำสำคัญได้ดี มีการใช้สี
และภาพประกอบ แต่
ง่ายเกินไปหรือไม่สะท้อน
เนื้อหาเท่าที่ควร
ใช้ประโยคยาวเกินไป มี
การตกแต่งน้อย หรือใช้
สี/ภาพไม่สอดคล้องกับ
เรื่องราว
คัดลอกข้อความ
ยาวๆ มาใส่ ไม่มีการ
ตกแต่ง หรือผลงาน
ขาดความสะอาด
เรียบร้อย
4. การทำงาน
กลุ่มและการ
นำเสนอ (A)
สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม ส่ง
งานตรงเวลา นำเสนอ
ผลงานหน้าชั้นเรียนได้อย่าง
มั่นใจและอธิบายได้ชัดเจน
สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วน
ร่วม ส่งงานตรงเวลา
นำเสนอผลงานได้ดีแต่
อาจต้องดูโพยบ้าง
สมาชิกบางคนไม่มีส่วน
ร่วม ส่งงานล่าช้า
นำเสนอไม่ค่อยชัดเจน
หรือตอบคำถามไม่ได้
ขาดความร่วมมือใน
กลุ่ม ส่งงานล่าช้า
กว่ากำหนดมาก
และไม่สามารถ
นำเสนอผลงานได้
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ (รวม 16 คะแนน)
• 13 - 16 คะแนน = ระดับคุณภาพ ดีมาก (ผ่านเกณฑ์ระดับสูง)
• 9 - 12 คะแนน = ระดับคุณภาพ ดี(ผ่านเกณฑ์ที่คาดหวัง)
• 5 - 8 คะแนน = ระดับคุณภาพ พอใช้(ต้องให้คำแนะนำเพิ่มเติม)
• ต่ำกว่า 5 คะแนน = ระดับคุณภาพ ปรับปรุง (ต้องซ่อมเสริม)เครื่องมือวัดผลและประเมินผลสำหรับใช้ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางประวัติศาสตร์
ส่วนที่ 1: แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการทำงานกลุ่ม
คำชี้แจง: ให้ผู้สอนประเมินพฤติกรรมของนักเรียนระหว่างการทำกิจกรรมสืบเสาะและสร้าง Mind Mapping โดย
ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนน (4 = ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้, 1 = ปรับปรุง)
หน่วยการเรียนรู้ที่: ........... เรื่อง: ............................................................................
กลุ่มที่: ..............................
ชื่อ-สกุล นักเรียน
ความ
กระตือรือร้นใน
การสืบค้นข้อมูล
(K/P)
การ
วิเคราะห์
และแสดง
ความคิดเห็น
(P)
ความ
ร่วมมือและ
การแบ่ง
หน้าที่ใน
กลุ่ม (A)
การ
ยอมรับฟัง
ความ
คิดเห็น
ผู้อื่น (A)
รวม
คะแนน
(16)
สรุปผล
1.
........................................
2.
........................................
3.
........................................
4.
........................................
5.
........................................
เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรม:
• 4 (ดีมาก): ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
• 3 (ดี): ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นบ่อยครั้ง ให้ความร่วมมือดี
• 2 (พอใช้): ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นบางครั้ง ต้องคอยกระตุ้นเตือน
• 1 (ปรับปรุง): ไม่ให้ความร่วมมือ หรือไม่ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นเลย
(เกณฑ์การผ่าน: นักเรียนได้คะแนนรวม 10 คะแนนขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์)แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน (Pre-test / Post-test)
รายวิชา: ประวัติศาสตร์เรื่อง: พัฒนาการของอาณาจักรไทย (สุโขทัย - รัตนโกสินทร์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
จำนวน 10 ข้อ (10 คะแนน)
คำชี้แจง: ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย X ทับตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ข้อใด ที่เอื้อต่อการตั้งอาณาจักรสุโขทัยมากที่สุด?
ก. มีทางออกสู่ทะเลอ่าวไทย ข. มีภูเขาสูงล้อมรอบทุกทิศทาง
ค. เป็นศูนย์กลางการค้าบนคาบสมุทร ง. มีแหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
2. แม่น้ำ 3 สายที่ล้อมรอบเกาะเมืองอยุธยา ส่งผลดีต่อความมั่นคงของอาณาจักรอย่างไรมากที่สุด?
ก. ใช้เป็นเส้นทางเสด็จประพาส ข. เป็นปราการธรรมชาติป้องกันข้าศึกในฤดูน้ำหลาก
ค. ทำให้มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ง. ป้องกันการเกิดน้ำท่วมขังในตัวเมือง
3. หากนักเรียนเป็นพ่อค้าชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา จะต้องไปติดต่อเรื่องภาษีและการค้าที่หน่วยงานใด?
ก. กรมเวียง ข. กรมวัง
ค. กรมคลัง ง. กรมนา
4. ชาติตะวันตก "ชาติแรก" ที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับอาณาจักรอยุธยาคือชาติใด?
ก. ฝรั่งเศส ข. อังกฤษ
ค. ฮอลันดา ง. โปรตุเกส
5. ข้อใดคือ "จุดอ่อน" ภายในอาณาจักรที่นำไปสู่การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2?
ก. การเกิดโรคระบาดร้ายแรง ข. ขาดแคลนเสบียงอาหารตั้งแต่ต้นปี
ค. ความแตกความสามัคคีและการแย่งชิงอำนาจ ง. แม่น้ำตื้นเขินจนข้าศึกเดินข้ามได้
6. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตัดสินพระทัยเลือกเมืองใดเป็นฐานที่มั่นในการต่อเรือและรวบรวมกำลัง
พลเพื่อกอบกู้เอกราช?
ก. เมืองชลบุรี ข. เมืองจันทบุรี
ค. เมืองระยอง ง. เมืองตราด7. ข้อใดคือเหตุผลสำคัญที่สุดที่รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมายังฝั่งพระนคร (กรุงเทพฯ)?
ก. ฝั่งพระนครมีพื้นที่กว้างขวางและมีแม่น้ำเป็นคูเมืองธรรมชาติ
ข. ฝั่งธนบุรีมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นเกินไป
ค. ต้องการสร้างพระราชวังให้เหมือนชาติตะวันตก
ง. ฝั่งพระนครมีสภาพดินที่เหมาะแก่การทำนามากกว่า
8. "กฎหมายตราสามดวง" มีความสำคัญต่อการวางรากฐานกรุงรัตนโกสินทร์อย่างไร?
ก. ใช้เป็นตำราเรียนของพระบรมวงศานุวงศ์ ข. เป็นกฎหมายที่ใช้จัดสังคมให้เกิดความยุติธรรม
ค. เป็นหนังสือที่รวบรวมวรรณคดีชิ้นเอก ง. เป็นข้อตกลงทางการค้ากับชาติตะวันตก
9. การประกาศ "เลิกทาส" ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สะท้อนถึงการ
ปรับตัวของไทยในด้านใด?
ก. ด้านการให้สิทธิและเสรีภาพแก่ราษฎรอย่างเท่าเทียม ข. ด้านการขยายดินแดน
ค. ด้านการป้องกันประเทศ ง. ด้านศิลปวัฒนธรรม
10. ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัย ไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก เกิดจากปัจจัยใดเป็นสำคัญที่สุด?
ก. ประเทศไทยมีทรัพยากรน้อย ชาติตะวันตกจึงไม่สนใจ
ข. พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ในการเจรจาทางการทูตและการปฏิรูปประเทศ
ค. มีกำลังทหารและอาวุธที่ทันสมัยกว่าชาติตะวันตก
ง. ประเทศเพื่อนบ้านส่งกองทัพมาช่วยสู้รบ
เฉลยแบบทดสอบ:
1. ง | 2. ข | 3. ค | 4. ง | 5. ค | 6. ข | 7. ก | 8. ข | 9. ก | 10. ข