ความรู้เบื้องต้น ไฟฟ้าโรงงาน และ ไฟฟ้าตามบ้าน

Published on Oct 09, 2026

ความรู้เบื้องต้น ไฟฟ้าโรงงาน และ ไฟฟ้าตามบ้าน

ความรู้เบื้องต้น ไฟฟ้าโรงงาน และ ไฟฟ้าตามบ้าน - PDF to Document

Published on Oct 09, 2026

Description:

ความรู้เบ θ ื องต ้ น ไฟฟา ιโรงงาน และ ไฟฟา ι ตามบ ้ าน ความรู้เบื้องต้น ไฟฟ้า ฟ้โรงงาน และ ไฟฟา ι ตามบ ้ าน บริษ ั ท อะตอม-ม ิ คเพาเวอร ์ จําก ั ด.ระบบไฟฟ้า ฟ้ 3 เฟส คือ ระบบไฟฟ้า ฟ้ 3 เฟส 4 สาย ที่ประกอบไปด้วย สายไฟทั้งหมด 4 เส้น ได้แก่ สายไลน์ เป็นสายไฟหลักที่มีกระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลผ่าน อยู่ตลอดเวลา จำ นวน 3 เส้น และสายนิวทรอล (Neutral Line) เป็นสายไฟที่เดินไว้เฉยๆ และไม่มีกระแสไฟฟ้า ฟ้ไหล ผ่าน จำ นวน 1 เส้น โดยระบบไฟฟ้า ฟ้ 3 เฟสจะมีแรงดัน ไฟฟ้า ฟ้ ระหว่าง Line to Line อยู่ที่ 380-400 โวลต์ และ แรงดันไฟฟ้า ฟ้ ระหว่าง Line กับ Neutral อยู่ที่ 230-250 โวลต์ และม ี ความถ ี μ อยู่ท ี μ 50 เฮ ิ รตซ ์(Hz)กฟน. และ กฟภ.ขึ้นก ั บกระทรวงมหาดไทย ระบบ 1 เฟส 2 สาย- โดยมากใช้ส่งจ่ายให้กับที่อยู่อาศัยขนาดเล็กๆ และใช้กับเขตที่ไม่ใช่เขตชุมชนระบบ 1 เฟส 3 สาย- โดยมากใช้สําหร ั บระบบไฟแสงสว ่ างของถนน ระบบ 3 เฟส 4 สาย- ระบบไฟฟ้า ฟ้ สำ หรับโรงงานที่มีเครื่องจักรมาก อาคารพาณิชย์ หรืออาคารที่ทำ การ ระบบจำ หน ่ ายในประเทศไทย ดําเน ิ นการโดยร ั ฐว ิ สาหก ิ จ 2 แห ่ ง 1. การไฟฟ้า ฟ้ นครหลวง (กฟน.) กทม., นนทบ ุ ร ี , สม ุ ทรปราการ 2. การไฟฟ้า ฟ้ ส่วนภูมิภาค (กฟภ.)จังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ การไฟฟ้า ฟ้ นครหลวง (กฟน.) จําหน ่ ายกําล ั งไฟฟา ιในระด ั บแรงด ั นไฟฟา ι ด ั งน ี θ ระดับแรงส ู ง (3 เฟส) – 12 kV หร ื อ 24 kV ระดับแรงตμํ า (3 เฟส 4 สาย) – 416 / 240 V (มาตรฐานอเมร ิ กา) หมายเหตุ - การคำ นวนโหลดหร ื ออ ุ ปกรณไ์ฟฟา ι จะใช ้ แรงด ั น 380/220 V - การคำ นวนเกี่ยวกับหม้อแปลง ด้านแรงต่ำ จะใช้แรงดัน 416/240 Vด้านแรง สูง จะใช้แรงดัน 24 kV การไฟฟ้า ฟ้ ส ่ วนภ ู ม ิ ภาค (กฟภ.) จําหน ่ ายกําล ั งไฟฟา ιในระด ั บแรงด ั นไฟฟา ι ด ั งน ี θ ระด ั บ แรงสูง (3 เฟส) – 22 kV หร ื อ 33 kV ระดับแรงต μ ํ า (3 เฟส 4 สาย) – 400 / 230 V (มาตรฐานย ุ โรป) หมายเหตุ - การคำ นวนโหลดหร ื ออ ุ ปกรณไ์ฟฟา ι จะใช ้ แรงด ั น 400/230 V - การคำ นวนเกี่ยวกับหม้อแปลง ด้านแรงต่ำ จะใช้แรงดัน 400/230 Vด้านแรงสูง จะใช้แรงด ั น 22 kVการส่งกำ ลังไฟฟ้า ฟ้ จากโรงผลิตไฟฟ้า ฟ้ จะผลิตแรงดันไฟฟ้า ฟ้ ที่ 11-33kV จากนั้น จะส่งเข้าหม้อแปลงเพื่อเพิ่มแรงดันให้สูงขึ้นเป็น 69-500kV เพื่อให้สามารถ ส่งกระแสไฟฟ้า ฟ้ได้ระยะทางไกลๆ แรงดันไฟฟ้า ฟ้ ที่ค่าสูงๆนี้ จะส่งไปยังสถานี จ่ายไฟฟ้า ฟ้ ย่อยตามเมืองต่างๆ จากนั้ยก็จะแปลงแรงดันไฟฟ้า ฟ้ให้ต่ำ ลงจน เหลือ 22-33kV แล้วส่งต่อไปตามย่านชุมชนต่างๆ จากนั้นก็จะผ่าน หม้อแปลงลดแรงดันให้ต่ำ ลงจนเหลือ 230V หรือ 400V ต่อไป ซึ่งระบบ ไฟฟ้า ฟ้ ต่างๆที่ส่งไปยังผู้ใช้ไฟมีดังนี้ ก. ระบบ 1 เฟส 2 สาย แรงดันไฟฟ้า ฟ้ 230V แบบนี้ใช้ในพื้นที่ชนบทที่มีการ ใช้ไฟฟ้า ฟ้ไม่มาก ข. ระบบ 1 เฟส 3 สาย แรงดันไฟฟ้า ฟ้ 230/460V แบบนี้โดยส่วนมากจะใช้ สำ หรับระบบไฟฟ้า ฟ้ แสงสว่างของถนนทางหลวง ค. ระบบ 3 เฟส 4 สาย แรงดัน 230/400V ระบบนี้ใช้งานทั่วไปสำ หรับ ชุมชน โรงงานอุตสหกรรม อาคารพาณิชณ์ และอาคารขนาดใหญ่ทั่วไป ง. ระบบ 3 เฟส 3 สาย แรงดัน 200V ใช้ในโรงงานที่จะต้องจ่ายไฟให้ เครื่องจักรที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ปุ่ หมายเหตุ...ปัจจุบันมาตรฐานกำ หนดให้เปลี่ยนค่าระดับแรงดันที่ใช้อ้างอิง จาก 220/380V เป็น 230/400V แล ้ วระเบียบการไฟฟ้า ฟ้ ว่าด้วยวิธีปฎิบัติกับมิเตอร์เป็นเต้ารับปลั๊กตัวเมียเกรดอุตสาหกรรมแบบ EU/US ที่นิยมในประเทศไทย เพื่อเป็น SERVICE PLUG หรือ ปลั๊กไฟของ NOTEBOOK เพื่อติดตั้งในตู้คอนโทรล หรือ เครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือนสูง 1. ระบบปลั๊กชนิด EURO-AMERICAN รองรับปลั๊กได้หลากหลาย 2. ออกแบบมาเพื่อรองร ั บกล ่ อง CONSUMER UNIT ประกอบร ่ วมก ั บ MCBs, RCDs, RCBOs ได ้ 3. เสียบปล ัκ กได ้ แน ่ น ปลดปล ัκ ก 2 ขาได ้ ด ้ วยม ื อเด ี ยว แต ่ หากเปν นปล ัκ ก 3 ขา จะเส ี ยบปล ั กได ้ แน ่ น เพ μ ื อก ั นไม ่ให ้ ขา PE ช็อต 4. ตัวถ ั งทําาจาก POLYAMIDE PA66 ด ู จากการทําโมลด ์ พลาสต ิ กอ ั กษรและส ั ญล ั กษณท ์ ี μ เปν นต ั วน ู นและบาง 5. มีล θ ิ นปอ ι งก ั นน θ ิ วม ื อส ี เข ี ยว IP20 แท ้ปอ ι งก ั นน θ ิ วม ื อส ั มผ ั สข ัθ วโดยไม ่ ต ัθ งใจ และทําาจาก POLYAMIDE PA66 6. สกรูแฉกทําาจากเหล ็ กร ี ดเย ็ นช ุ บน ิ กเก θ ิ ล เพ μ ิ มแรงข ั นอ ั ด 7. แคลมป์ เข้าสาย ออกแบบเป็นซี่ล็อคสายไฟหรือหางปลา และมีลิ้นป้อ ป้ งกนเข้าสายผิดพลาด เข้าสายได้ ตั้งแต ่ 1.5-10 SQmm 8. บัสบาร ์ ทํามาจากทองแดงช ุ บซ ิ งค ์CuZn37 ออกแบบเหม ื อนระบบ MCBs 9. ขายึดรางเปν นขาโลหะระบบสปร ิ งทํามาจากเหล ็ กร ี ดเย ็ นช ุ บน ิ กเก θ ิ ล เกาะย ึ ดจ ั บราง DIN 35 ได ้ แน ่ น ทนแรง สันสะเท ื อนได ้่ 10. ได้ร ั บมาตรฐาน CE, RoHS ATOM-SOCKETZ-SH/... FUSE ฟิวส์ (fuse) เป็นอุปกรณ์นิ ณ์ นิ รภัยชนิดหนึ่งโดยจะป้อ ป้ งกันการลัดวงจร และการใช้กระแสเกินในวงจรไฟฟ้า ฟ้ โดยจะหลอมละลาย และตัดกระแสไฟออกจากวงจรเพื่อป้อ ป้ งการอุปกรณ์เ ณ์ สียหาย มีหลายชนิดให้เลือก ใช้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน คุณสมบ ั ต ิ ของฟξ วส ์ 1.ฟิวส์เป็นโลหะผสมประกอบด้วย บิสมัท (Bi) ร้อยละ 50 ตะกั่ว (Pb) ร้อยละ25 และดีบุก (Sn) ร้อยละ 25 โดยมวล 2.ฟิวส์มีจุดหลอมเหลวต่ำ ขณะที่กระแสไฟฟ้า ฟ้ ผ่านฟิวส์ พลังงานไฟฟ้า ฟ้ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ให้กับฟิวส์เล็กน้อ น้ ยแต่เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้า ฟ้ เกินกำ หนด หรือเกิดไฟฟ้ลั ฟ้ ลั ดวงจร กระแสไฟฟ้า ฟ้ปริมาณ มากจะผ่านฟิวส์ พลังงานไฟฟ้า ฟ้ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้กับฟิวส์มากขึ้น จนฟิวส์หลอมละลาย ทำ ให ้ วงจรไฟฟา ι ในบ ้ าน ถ ู กต ั ดกระแสไฟฟา ιไหลผ ่ านอ ี กไม ่ได ้ 3.การหลอมละลายของฟิวส์ไม่ทำ ให้เกิดประกายไฟ หรือเปลวไฟ หรือเปลวไฟหรือเกิดการหลอมละลาย ใดๆที่ทําให ้ อ ุ ปกรณเ ์ ส ี ยหาย ข้อดี : ป้อ ป้ งกันและตัดการลัดวงจรได้ดีที่สุด ข้อเส ี ย : ฟξ วส ์ ขาด ต ้ องม ีฟξ วส ์ สํารองเพ μ ื อเปล ี μ ยน สินค้าที่ทางเราจำ หน่าย : Eaton Z-SH ใช้ร่วมกับฟิวส์เซรามิค 10x38 มม., EATON Bussmann, Connectwell Fuse Terminal Block ใช่ร่วมกับฟิวส์แก้ว 5x20 มม., KATKO Fuse Disconnect Load BreakEaton BussmannRelay รีเลย์ (Relay) มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 โดยมีการพัฒนารีเลย์แม่เหล็กไฟฟ้า ฟ้ มาเป็นรูปแบบแรก ซึ่งถูก ออกแบบมาค่อนข้างเรียบง่ายและได้พัฒนาให้มีความซับซ้อนเฉพาะทางมากขึ้น ต่อมาได้มีการพัฒนารีเลย์ ประเภทต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ปัจจุบันใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยบทความนี้จะพามารู้จ ั กก ั บร ี เลย ์(Relay) รวมถ ึ งการทํางานและความสําค ั ญอ ุ ปกรณช ์ น ิ ดน ี θ รีเลย์ (Relay) คือ สวิตช์ไฟฟ้า ฟ้ ที่ใช้แม่เหล็กไฟฟ้า ฟ้ในการเปิดหรือปิดหน้า น้ สัมผัสอย่างน้อ น้ ยหนึ่งหน้า น้ สัมผัส ซึ่งเป็น ส่วนประกอบสําค ั ญในระบบไฟฟา ι และอ ิ เล ็ กทรอน ิ กส ์ ม ั กใช ้ในการควบค ุ มวงจรกําล ั งไฟส ู งด ้ วยส ั ญญาณกําล ั งต μ ํ า รีเลย์ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ขดลวดและหน้า น้ สัมผัส โดยทั่วไปแล้วขดลวดจะทำ จากลวดทองแดงพันรอบแกน กลาง และเมื่อกระแสไฟฟ้า ฟ้ ถูกป้อ ป้ นเข้ากับขดลวด จะสร้างสนามแม่เหล็กที่ดึงหน้า น้ สัมผัสเข้าหากัน เมื่อนำ กระแส ออก สนามแม่เหล ็ กจะหายไปและหนา ้ ส ั มผ ั สจะกล ั บสู่ตําแหน ่ งเด ิ มประเภท Relay ประโยชน์ข น์ องรีเลย์ 1.ทำ ให้ระบบส่งกำ ลังมีเสถียรภาพ (Stability) สูงโดยรีเลย์จะ ตัดวงจรเฉพาะส่วนที่เกิดผิดปกติ ออกเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการลด ความเสียหายให้แก่ระบบน้อ น้ ยที่สุด 2.ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมส่วนที่เกิดผิดปกติ 3.ลดความเสียหายไม่เกิดลุกลามไปยังอุปกรณ์อื่ ณ์ อื่ นๆ 4.ทำ ให ้ ระบบไฟฟา ιไม ่ ด ั บท ัθ งระบบเม μ ื อเก ิ ดฟอลต ์ ข θ ึ นในระบบ เป็นอุปกรณ์ทำ ณ์ ทำหน้า น้ ที่เป็นสวิตช์มีหลักการทำ งานคล้ายกับ ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า ฟ้ หรือโซลินอยด์ (solenoid) รีเลย์ใช้ในการควบคุม วงจร ไฟฟ้า ฟ้ได้อย่างหลากหลาย รีเลย์เป็นสวิตช์ควบคุมที่ทำ งานด้วยไฟฟ้า ฟ้ แบ่งออกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 ประเภทคือ 1. รีเลย ์ กําล ั ง (power relay) หร ื อม ั กเร ี ยกก ั นว ่ าคอนแทกเตอร ์(Contactor or Magneticcontactor) ใช้ในการควบคุมไฟฟ้า ฟ้ กำ ลัง มีขนาดใหญ่กว่ารีเลย์ธรรมดา 2. รีเลย์ควบคุม (control Relay) มีขนาดเล็กกำ ลังไฟฟ้า ฟ้ ต่ำ ใช้ในวงจรควบคุมทั่วไปที่มีกำ ลังไฟฟ้า ฟ้ไม่มากนัก หรือเพื่อการควบคุม รีเลย์หรือคอนแทกเตอร์ขนาดใหญ่ รีเลย์ควบคุม บางทีเรียกกันง่าย ๆ ว่า "รีเลย์"