คู่มือโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย - PDF to Flipbook
Published on Aug 28, 2026
Description:
ก ก
คู่มือ
โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย (Safety Promotion School : SPS)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานข
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงมีพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษา
โดยมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน ทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง, มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง
และมีคุณธรรม, มีงานทำและมีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี ซึ่งด้านมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม คือ
ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข ช่วยดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม และด้านเป็นพลเมืองดี คือ การทำ
เพื่อบ้านเมือง สถานศึกษาส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีมีความสอดคล้องในการส่งเสริม
สถานศึกษาปลอดภัย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้น้อมนำพระบรมราโชบาย
มาปรับใช้โดยเน้นย้ำให้ผู้บริหารโรงเรียนปรับรูปแบบการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมและคำนึงถึง
ความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ ซึ่งความปลอดภัยในสถานศึกษา
ไม่เพียงแต่มีผลต่อผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงและ
ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติเนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานที่ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความรู้ และ
ทักษะให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติค
คำนำ
โรงเรียนเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงในด้านวิชาการ
แต่ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในทุกมิติ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้ดำเนินโครงการ “โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย” (Safety Promotion
School : SPS) ขึ้น เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรอบด้านในโรงเรียน
โครงการ "โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย" (Safety Promotion School : SPS) พัฒนาขึ้น
โดยศึกษาต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยยึดหลักการ
สำคัญ 3 ประการ คือ การช่วยเหลือตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการช่วยเหลือจากภาครัฐ
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการป้องกันภัย 4 กลุ่มหลักที่อาจเกิดขึ้นในโรงเรียน ได้แก่ 1. ภัยจากการใช้
ความรุนแรงของมนุษย์ (Violence) 2. ภัยจากอุบัติเหตุ (Accident) 3. ภัยจากการถูกละเมิดสิทธิ์ (Right) และ
4. ภัยจากผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ (Unhealthiness)
โดยเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานนานาชาติ ไม่เพียง
ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ แต่ยังส่งเสริมจิตสำนึกและทักษะด้านความปลอดภัยให้แก่
นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับสถานศึกษาในการดำเนินโครงการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
จะช่วยให้ทุกโรงเรียนสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานง
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ค
สารบัญ ง
ส่วนที่ 1 ส่วนนำ
1. ที่มาและความสำคัญ 1
2. แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3
2.1 ความหมายของความปลอดภัยของสถานศึกษา 2
2.2 แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3
2.3 กฎหมาย นโยบายและจุดเน้นที่เกี่ยวข้อง 5
3. การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย 7
3.1 การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัยในประเทศ 7
3.2 การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัยต่างประเทศ 8
4. จุดประสงค์ เป้าหมาย และประโยชน์ของการดำเนินโครงการ 9
4.1 จุดประสงค์ 9
4.2 เป้าหมาย 9
4.3 ประโยชน์ 10
5. นิยามศัพท์ 10
ส่วนที่ 2 บทบาทหน้าที่คณะดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย 12
1. บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12
2. บทบาทหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 14
3. บทบาทหน้าที่ของโรงเรียน 16
4. บทบาทหน้าที่ของผู้สนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย 22
ส่วนที่ 3 ตัวบ่งชี้โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 23
1. ตัวบ่งชี้การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย (Safety Promotion School : SPS) 24
2. เกณฑ์การประเมินโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย 30
3. ขั้นตอนการประเมินโรงเรียนเพื่อขอรับการรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย 31
ส่วนที่ 4 ตัวบ่งชี้โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 34
1. คุณสมบัติผู้ขอรางวัล 34
2. ขั้นตอนการขอรับการประเมิน 35
3. วิธีการคัดเลือก 38
4. ปฏิทินการประเมิน 40
เอกสารอ้างอิง 41
ภาคผนวก 441
ส่วนที่ 1
ส่วนนำ
1. ที่มาและความสำคัญ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560
ได้กำหนดแนวทางสำคัญด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นให้สถานศึกษา
เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากร ส่งเสริมการพัฒนาแนวทางป้องกันและรับมือภาวะฉุกเฉิน
และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ทุกคนในสถานศึกษา นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์
ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนทุกกลุ่ม
โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) ได้เน้นย้ำการเสริมสร้าง
ขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกสถาบัน
ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัยในระบบการศึกษา นอกจากนี้
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวคิด ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ลดภาระ
ของนักเรียนและผู้ปกครองในเรื่องความปลอดภัยของสถานศึกษา พร้อมส่งเสริมกระบวนการสร้าง
ความปลอดภัยในสถานศึกษาทุกมิติ
กรณีศึกษาและความร่วมมือระหว่างประเทศ จากเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนประถมศึกษา
"อิเตะตะ" ประเทศญี่ปุ่น และเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในโรงเรียนของไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกาย
และจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงเล็งเห็น
ความจำเป็นในการส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้จัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบัน NMSPSC (National Mental Support Center
for Crisis, Osaka Kyoiku University) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
ในโรงเรียนไทย และขับเคลื่อนโครงการ โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย (Safety Promotion School : SPS)
โครงการโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย (SPS) มุ่งเน้นให้โรงเรียนดำเนินงานครอบคลุมภัย 4 กลุ่ม
หลัก ได้แก่ 1) ภัยจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ (Violence) 2) ภัยจากอุบัติเหตุ (Accident) 3) ภัยจาก
การถูกละเมิดสิทธิ (Right) และ 4) ภัยจากผลกระทบสุขภาวะทางกายและจิตใจ (Unhealthiness) โดยใช้
แนวทางการดำเนินงานของสถาบัน NMSPSC ซึ่งประกอบด้วย 1) การฝึกฝนให้ความรู้ด้านความปลอดภัย
2) การจัดการด้านความปลอดภัย และ 3) การประสานงานและสร้างเครือข่ายด้านความปลอดภัย
ดังนั้น คู่มือโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย ฉบับนี้ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับมาตรฐาน
โรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย ให้เป็นไปตามหลักสากลและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย
ในโรงเรียนอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักเรียน เรียนดี มีความสุข สามารถดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยในสังคมปัจจุบัน2
2. แนวคิด หลักการ ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.1 ความหมายของความปลอดภัยของสถานศึกษา
นักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายของ "ความปลอดภัยในสถานศึกษา" ไว้ ดังนี้
กัมปนาท นาคบัว (2565) กล่าวว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษาหมายถึง สภาพแวดล้อมภายใน
และรอบ ๆ สถานศึกษาที่ปราศจากอันตรายครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ 2) ด้านอุบัติเหตุ 2) ด้านอุบัติภัย
3) ด้านปัญหาทางสังคม 4) ด้านสุขภาพอนามัยของนักเรียน 5) ด้านสัตว์มีพิษ และ 6) ด้านผลกระทบ
จากการสู้รบและความไม่สงบ
เดชา ภาสินี และคณะ (2568) กล่าวว่า School Safety Scope ในบริบทไทยครอบคลุม 4 กลุ่ม
ภัยหลัก ได้แก่ภัยจากความรุนแรงภัยจากอุบัติเหตุภัยจากการละเมิดสิทธิภัยจากผลกระทบต่อสุขภาพกายและ
จิตใจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดยุทธศาสตร์ความปลอดภัยในสถานศึกษา “ความปลอดภัยในสถานศึกษาคือ
ความสามารถของสถานศึกษาที่จะป้องกันและจัดการเหตุการณ์อันตรายทุกประเภท เพื่อให้ผู้เรียนและ
บุคลากรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างรอบด้าน”
รังสรรค์ วิบูลอุปถัมภ์ (2568) กล่าวว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษาคือแนวทางการดำเนินการ
ความปลอดภัยเพื่อการเรียนรู้การป้องกันและตอบสนองความรุนแรงในโรงเรึยนการไม่ละเลยกลุ่มเด็กเปาะบาง
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ และกลุ่มเด็กพิการการป้องกันและการตอบสนองในระดับโรงเรียนบุคลากรของ
โรงเรียน ครู นักเรียน และคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและ
คำนึงถึงเพศสภาพสำหรับเด็กทุกคน
Deroche & Kaiser, (1980, p. 9) กล่าวว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษา คือ การดำเนินการ
ทุกวิถีทางที่ทำให้เด็กปลอดภัยทั้งในห้องเรียน และในระหว่างการเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านและสถานศึกษา
Sonaya (2012, p.55) ก ล่าวว่า การสร้างส ภ าพ แวดล้อ มก ารเรียน รู้ที่ ป ลอด ภั ย
เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง ไม่มีสูตรตายตัว สถานศึกษาต้องบูรณาการแนวทางด้านความปลอดภัยเป็นกิจวัตร
ประจำวัน โดยประกอบด้วยโปรแกรมและบริการที่สนับสนุนการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
และเอื้อต่อการเรียนรู้
Mori et al. (2021) กล่าวว่า “ความปลอดภัยในสถานศึกษา (school safety)” คือ
กระบวนการ การจัดตั้งและรักษาสถานศึกษาที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางกาย จิตใจ และทางปัญญา สำหรับ
นักเรียนและบุคลากร เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปราศจากการกลัวหรือวิตกกังวลต่อ
ภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงหรือการรังแกกัน (bullying) ซึ่งควรมีการศึกษาข้ามวัฒนธรรม
ในอนาคตและนิยามที่ชัดเจนควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Mayer & Astor (2022) กล่าวว่า ความปลอดภัยในสถานศึกษามีหลายมิติและไม่ได้หมายถึง
แค่ความปลอดภัยจากการยิงหรือเหตุการณ์รุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง พฤติกรรมรุนแรงทั่วไป การแก้ไข
ปัญหาทางสังคม และปัจจัยทางสังคมจิตวิทยา ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
สรุปโดยรวม
ความปลอดภัยในสถานศึกษา หมายถึง สภาวะแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการดำรงชีวิต
ของนักเรียนอย่างปลอดภัย ปราศจากอันตรายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ครอบคลุมการป้องกันอุบัติเหตุ
ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่าง ๆ และส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ต่อ
การเรียนรู้3
2.2 แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
อับราฮัม มาสโลว์ (1943) ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เรียกว่า ทฤษฎี
ความต้องการของมาสโลว์ (Maslow's Hierarchy of Needs) ซึ่งอธิบายถึงลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์
ที่มีทั้งหมด 5 ขั้น ดังนี้ 1) ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs) 2) ความต้องการ
ความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) 3) ความต้องการความรักและสังคม (Love and Belonging Needs)
4) ความต้องการการได้รับการยกย่องนับถือในตนเอง (Esteem Needs) 5) ความต้องการพัฒนาศักยภาพ
ของตน (Self-actualization) ดังแผนภาพ
จากแผนภาพแนวคิดเกี่ยวกับความต้องการของมาสโลว์ เห็นได้ว่ามนุษย์ต้องการความปลอดภัย
มั่นคง เป็นความต้องการพื้นฐานลำดับที่สองถัดจากความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย แสดงให้เห็นถึง
มนุษย์เห็นความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิต เพื่อให้การดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
Benjamin S. Bloom เชื่อว่า การเรียนการสอนที่จะประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพนั้น
ผู้สอนจะต้องกำหนดจุดมุ่งหมายทางการศึกษาให้ชัดเจนซึ่งมีทฤษฎีการเรียนรู้ตามแนวพฤติกรรมนิยม
และจิตวิทยาพื้นฐานของมนุษย์เป็นพื้นฐานหากบุคคลเกิดการเรียนรู้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
1) การเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ความเข้าใจ และความคิด (Cognitive Domain) หมายถึง การเรียนรู้
เกี่ยวกับเนื้อหาสาระใหม่ ก็จะทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้มากขึ้น
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสมอง 2) การเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก ทัศนคติ ค่านิยม
(Affective Domain) หมายถึง เมื่อบุคคลได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ก็ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกทางด้านจิตใจ ความเชื่อ
ความสนใจ 3) ความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย (Psychomotor Domain) หมายถึง การที่บุคคลได้เกิด
การเรียนรู้ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และเกิดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ความสมใจด้วยแล้ว ได้นำเอา
สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติ จึงทำให้เกิดทักษะและความชำนาญมากขึ้น เช่น การใช้มือ การใช้ร่างกาย เป็นต้น
ดร. ฟูจิตะ ได้มีแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับโรงเรียนส่งเสริมความปลอดภัย
7 ขั้นตอนดังนี้ 1) ทีม (Team) 2) กลยุทธ์ (Strategy) 3) แผน (Plan) 4) ทำ (Do) 5) ตรวจสอบ (Check)
6) ดำเนินการ (Act) 7) แบ่งปัน (Share) โดยมีขอบข่ายในการดำเนินการ คือ การให้ความรู้
ด้านความปลอดภัย การจัดการด้านความปลอดภัย และการประสานงานด้านความปลอดภัย
ฟาโยล (Fayol, 1925 อ้างถึงใน ทฤษฎีการบริหารจัดการ, 2555) ฟาโยล ได้กล่าวถึงการบริหารจัดการ
ดังนี้ การวางแผน (Planning) การจัดองค์กร (Organizing) การบังคับบัญชา (Command) การประสานงาน
(Co-ordination) การควบคุม (Control)4
กรูลิก และอูบริค (Gulililck &tUrwick. 1937 อ้างถึงใน ทฤษฎีการบริหารจัดการ, 2555) กล่าวถึง
การจัดการตามหลักการบริหาร (POSDCORB) ดังนี้ P (Planning) วางแผน: สิ่งที่ต้องการ และวิธีการบรรลุ
ความต้องการ O (Organizing) จัดองค์การ: โครงสร้าง บทบาท/หน้าที่และอำนาจ S (Staffing) บุคคล
การคัดเลือก การพัฒนาและรักษาบุคลากร D (Directing) การสั่งการ: การใช้อำนาจสั่งการตามสายการบังคับ
บัญชา CO (Co-ordinating): การประสานงาน R (Reporting) การรายงาน: การประเมินผลเพื่อจัดทำรายงาน
B (Budgeting) งบประมาณ: วางแผนรายรับ-รายจ่ายและการควบคุม
ไวท์ (1994) ได้พิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชนใน 2 ลักษณะ คือ การมีส่วนร่วม
อย่างแท้จริง (genuine participation) และการมีส่วนร่วมแบบเทียม (pseudo participation) ประกอบด้วย
1) การร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น (placation) หมายถึง ระดับความร่วมมือระหว่างกลุ่มบุคคลหรือองค์กร
ในทางการศึกษากับเครือข่ายในการทำกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกัน ในขั้นของการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
ระหว่างผู้บริหารองค์กรในทางการศึกษากับผู้บริหารเครือข่าย โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายให้ข้อคิดเห็น
ข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในมุมมองของเครือข่าย โดยการตัดสินใจขึ้นอยู่กับกลุ่มบุคคล
หรือองค์กรในทางการศึกษา 2) การร่วมเป็นพันธมิตร (partnership) หมายถึง ระดับความร่วมมือระหว่าง
กลุ่มบุคคลหรือองค์กรในทางการศึกษากับเครือข่ายในการทำกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกัน โดยเปิดโอกาส
ให้เครือข่ายมีอำนาจในการเสนอข้อคิดเห็นหรือข้อโต้แย้งต่างๆตลอดจนกระตุ้นให้กลุ่มบุคคลหรือองค์กร
ในทางการศึกษาได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของการพิจารณาข้อมูลที่หลากหลาย 3) การเข้าร่วมใช้สิทธิ
ในการตัดสินใจ (delegated power) หมายถึง ระดับความร่วมมือระหว่างกลุ่มบุคคลหรือองค์กร
ในทางการศึกษากับเครือข่ายในการทำกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกัน ในขั้นของการร่วมใช้สิทธิในการตัดสินใจ
โดยกลุ่มบุคคลหรือองค์กรในทางการศึกษาได้เลือกเครือข่ายเข้าไปเป็นตัวแทนในการดำเนินงานกัน มีสิทธิ
ในการแสดงความคิดเห็น นำเสนอข้อโต้แย้ง มีสิทธิโดยชอบธรรมในการร่วมตัดสินใจเชิงนโยบายต่าง ๆ
4) การควบคุมการตัดสินใจโดยเครือข่าย (network party control) หมายถึง ระดับความร่วมมือของ
กลุ่มบุคคลหรือองค์กรในทางการศึกษา และเครือข่ายในการทำกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกัน ในขั้น
การควบคุมการตัดสินใจ โดยเครือข่ายมีอำนาจในการตัดสินใจดำเนินการจัดกิจกรรมทางการศึกษาด้วยตนเอง
กลุ่มบุคคลหรือองค์กรในทางการศึกษามีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดกิจกรรม
ร่วมกับเครือข่ายเท่านั้น
จากทฤษฎีแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า การบริหารจัดการความปลอดภัยของสถานศึกษา หมายถึง
แนวทางในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความปลอดภัยในโรงเรียน ให้ประสบความสำเร็จต้องครอบคลุม
ขอบข่าย 3 ด้าน คือ 1) การฝึกฝนให้ความรู้ด้านความปลอดภัย 2) การจัดการความปลอดภัย
และ 3) การผสานงานด้านความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกัน ลดความเสี่ยง และรับมือกับภัยคุกคามที่
อาจเกิดขึ้นเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา
2.3 กฎหมาย นโยบายและจุดเน้นที่เกี่ยวข้อง
1) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้รัฐมียุทธศาสตร์ชาติ
เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ
ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560
ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ
พ.ศ. 2561 – 2580 โดยมีวิสัยทัศน์คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว 5
ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ
พ.ศ. 2561 – 2580 ประกอบด้วย ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ขีดความสามารถในการแข่งขัน
การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ความเท่าเทียม
และความเสมอภาคของสังคม ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ของทรัพยากรธรรมชาติ และประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ
การพัฒนาประเทศในช่วงเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาความมั่นคง
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ประชารัฐ”
2) นโยบายด้านความปลอดภัย
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) มีวัตถุประสงค์
เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่า อย่างยั่งยืน” ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลง
ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าวทันพลวัตของโลก
และเกื้อหนุนให้คนไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกับการยกระดับกิจกรรม
การผลิตและการให้บริการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น การจัดการศึกษาที่ครอบคลุมประเด็นหลักสำคัญที่มีผลด้านความมั่นคงแก่คนในชาติ จะส่งผลให้ทุกคน
มีจิตสำนึก ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสม
รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกศตวรรษที่ 21 สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสันติ
และสงบสุข อันจะส่งผลให้สังคมและประเทศเกิดความมั่นคง ธำรงรักษาอธิปไตย และผ่านพ้นจากภัยคุกคาม
ต่าง ๆ ได้
3) นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และ
มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายการศึกษาของ โดยมุ่งมั่นสานต่อนโยบาย ที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อ
ผู้เรียนเป็นที่ประจักษ์ ภายใต้หลักการ “การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต”
ใช้แนวทางการทำงาน มุ่งสร้าง “การศึกษาเท่าเทียม” ผ่านเครือข่ายการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
และต่อยอดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับให้ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด
“ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” เพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัยให้มีศักยภาพและความพร้อม
สนับสนุนการพัฒนาประเทศให้ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรใน
กำกับกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย ที่สอดคล้องกับด้านความปลอดภัย ข้อ 1
ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อย่อย 1.5 ดำเนินการยกเลิกครูเวรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
“ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน” ครูมีเวลาจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ข้อย่อย 1.6
จัดนักการภารโรง เพื่อช่วยลดภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา และช่วยรักษาความปลอดภัย ข้อ 2
ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ข้อย่อย 2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ
“ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้าง
ความเสมอภาคทางการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อย่อย 2.2 ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่
หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Drop out) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และ
ตามอัธยาศัย ข้อย่อย 2.7 จัดให้มีอาหารสำหรับนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ข้อย่อย 2.8
ส่งเสริมให้มีกระบวนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียนและ ข้อย่อย 2.11 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข
4) นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ 8 เสริมสร้าง
ความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา ข้อย่อย 8.1 ส่งเสริม สนับสนุน