สมุด

Published on Sep 22, 2026

สมุด

สมุด - Document to Flipbook

Published on Sep 22, 2026

Description:

ปราชญ์ช ญ์ าวบา ้ นด ้ านศ ิ ลปกรรม ปราชญ์ช ญ์ าวบ้า บ้ นด้านการแพทย์ แผนไทย ปราชญ์ช ญ์ าวบา ้ นด ้ านเกษตรกรรม ปราชญ์ช ญ์ าวบา ้ นด ้ านห ั ตถกรรม แนะนำ ปราชญ์ชาวบา ้ นประวัต วั ข ิ อ ้ มล ู ปราชญช ์ าวบา ้ น ด้า ด้ นศล ิปกรรม (การท ํ าโคมไตหรอ ืโคมไทใหญ)่ นายเสน่ห์ น่ ห์ ประธานกลุ่ม ลุ่ เสน่ห์ น่ โห์ คมไต อำ เภอเมือ มื ง จัง จั หวัด วั แม่ฮ่ ม่ ฮ่ องสอน กล่าวว่า ว่ การประดิษดิฐ์โฐ์ คมไตมีค มี วามเชื่อ ชื่ ว่า ว่ จัด จั ทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ ถวายเป็น ป็ พุทธบูชา ทำ ให้เ ห้ กิดความ สว่า ว่ งไสวให้กั ห้ กั บอาคารบ้า บ้ นเรือ รื นมีค มี วามสวยงาม และเพื่อ พื่ ความเป็น ป็ ศิริมริงคลแก่ เจ้า จ้ ของบ้า บ้ น ซึ่ง ซึ่ มีก มี ารประดิษดิฐ์กั ฐ์ กั นมาช้า ช้ นานโคมบางประเภททำ ค่อนข้า ข้ งยากและได้ หายสาบสูญสู ไปแล ้ ว โคมไตห้าเหลี่ยม เป็นโคมไทใหญ่ หรือ รื โคมโต ที่มีชื่อเรีย รี ก แตกต่างกันออกไป เช่น โคมเพชร โคม เจียมรนัย โคมหมาก อ่างขาง หรือ รื โคม พราตรางาหลู่ การบูช บู าโคมเป็น ป็ การอธิษธิฐานบูช บู าพระพุทธเจ้า จ้ 5 พระองค์ใค์ นภัท ภั รกัปกั ได้แ ด้ ก่ พระกกุสั กุ น สั ธพุทธเจ้า จ้ พระโกนาคมนะพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระศาลยมุนีโคตมพุทธเจ้าและพระอริยริ เมตตารัย รั พุทธเจ้า พร้อ ร้ มให้อธิษฐานขอความ เป็นสิริมริงคลแก่ตนเองและครอบครัว รัโคมไตที่ เห็นในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาต่อยอดมาจาก อาจารย์ส่างคำ จางยอด ผู้เชี่ยวชาญการทำ โคมไต เป็นผู้ฝึกสอน ประเภทของโคม มี 3 ประเภท ปราชญ์ชาวบา ้ น ข้อ ข้ ม ู ลท ั c วไป คุณ คุ เสน่ห์ น่ ห์ นวรศศิ ที่อยู่ : บ้า บ้ นเลขที่ 3 ซอย 4 ถนนปางล้อนิคนิม ตำ บลจองคำ อำ เภอเมอ ื ง จง ั หวด ั แมฮ ่ ่ องสอน แต่เดิมโคมไตใช้กระดาษสา หรือกระดาษว่าวในการทำ และตกแต่ง โคม แต่ปัจจุบันได้ร่วมกันพัฒนามาเป็นการทำ โคมจากผ้าสีสันต่างๆ ที่มี ความสวยงาม คงทน สามารถเก็บไว้ได้นาน และขับเคลื่อนการทำ โคมไต เพื่ออนุรักษ์ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมให้กลุ่มมีอาชีพมี รายได้ ภายใต ้ การส ื บสานและอน ุ ร ั กษ ์ ว ั ฒนธรรมอย ่ างย ัc งย ื น โคมไตสามเหลี่ยม เป็นโคมโบราณของ ไทใหญ่ มีรูปทรง คล้ายสามเหลี่ยม พีระมิดแต่ซับซ้อน มากกว่า โคมไตแปดเหลี่ยม เป็นไต หรือ รื โคมไท ใหญ่ ซึ่ง ซึ่ บางคน เรีย รี กว่า ว่ โคมพราตราขั้น ขั้ ตอนการท ํ าม ี4 ขน ั f ตอน การทำ โครงของโคม วัส วั ดุอุ ดุ อุ ปกรณ์ มีไมี ม้ไม้ ผ่ กรรไกร ลวด สายยาง ขั้น ขั้ ตอนแรก ตัดไม้ไม้ ผ่ ตามขนาดของโคม แล้วมาต่อเป็น ป็ รูป รู สามเหลี่ยม สี่เ สี่ หลี่ยม วงกลม ตามแบบของโคม แต่ละประเภท นา ํ มาประกอบเปน q โครง การติดผา ้ ก ั บโครงของโคมแต ่ ละประเภท การต้องลายแบบต่าง ๆ และทำ หางโคม มัก มั ใช้ เป็น ป็ ผา ้โทเล เพราะเน f อ ื ผา ้ จะแนน ่ มค ี วามสวยงาม การประดับ ดั ตกแต่งโคมให้ส ห้ วยงามด้ว ด้ ยลวดลาย ต่าง ๆ ท ีc ฉลไ ุ ว ้ วัส วั ดอ ุ ุ ปกรณก ์ ารท ํ าโคมไต หรือ รื โคมไทใหญ่ 1. ไม้ไม้ ผ ่ 6. กระดาษกาว กาวติดผ้า ผ้ กาวติดกระดาษ 2. ผ้า ผ้โทเร ผา ้ ซบ ั ผา ้ แก ้ ว ฯลฯ 3. กระดาษแก้ว กระดาษสา ฯลฯ 4. สายยางหรือ รื ท ่ อยางพลาสติก 5. ลวด 7. อุปกรณต ์ อกลาย 8. รูป รู แบบลายไตใช้ต ช้ กแต่งตัวโคมและหางโคมประวัต วั ิ ขอ ้ ม ู ลปราชญช ์ าวบา ้ นผมู้ ภ ี ม ู ปa ิ ญญา ด้านการแพทย์แ ย์ ผนไทย (สมุนไพรเพื่อ พื่ สุข สุ ภาพ) คุณ คุ ณิช ณิ ทิพย์ มูลแก้ว ที่อยู่ : บ้า บ้ นเลขที่ 33/1 หมู่ 3 บ้า บ้ นห้ว ห้ ยเดื่อ ดื่ ตำ บลผาบ่อ บ่ ง อำ เภอเมือ มื ง จัง จั หวัด วั แม่ฮ่ ม่ ฮ่ องสอน ปราชญ์ช ญ์ าวบ้า บ้ นผู้มีผู้ ภู มี มิ ภู ปัมิ ปั ญญาด้า ด้ นการแพทย์แ ย์ ผนไทย (สมุนไพรเพื่อ พื่ สุข สุ ภาพ) ซึ่ง ซึ่ประธานกลุ่ม ลุ่ แปรรูป รู ผลิตภัณฑ์ หม่อ ม่ นไหมแม่ฮ่ ม่ ฮ่ องสอน ได้นำ ด้ นำผลหม่อ ม่ นหรือ รื มัล มั เบอร์รี่ ร์ ม รี่ า พัฒ พั นาเป็น ป็ เครื่อ รื่ งดื่ม ดื่ น้ำ มัล มั เบอร์รี่ ร์ รี่ พร้อ ร้ มดื่ม ดื่ เพื่อ พื่ ดูแ ดู ลสุข สุ ภาพ คุณณิชทิพย์ มูลแก้ว กล่าวว่าสำ หรับ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านห้วยเดื่อ เป็นหมู่บ้าน แรกที่มีการส่งเสริมปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งเป็น โครงการตามพระราชดำ ริ ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เพื่อส่งเสริมอาชีพให้ กับเหล่าประชาราษฎร์ โดยกลุ่มแปรรูปฯ ได้มี โอกาสเข้ารับพระราชทานต้นกล้าหม่อนผลสด สาย พันธุ์เชียงใหม่ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อคราวเสด็จมา ติดตามพระราชกรณียกิจ ณ ศูนย์ศิลปาชีพหม่อน ไหม บ้านห้วยเดื่อ และนำ มาส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกกันอย่างแพร่หลายประกอบกับแนวโน้มใน ปัจจุบัน ผู้คนในสังคมได้ใส่ใจดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น ต่อมาจึงได้พัฒนาต่อยอดนำ ผลหม่อนหรือมัลเบอร์ รี่ มาเป็นเครื่องดื่มน้ำ มัลเบอร์รี พร้อมดื่มเพื่อดูแล สุขภาพ ภายใต้ชื่อ “QUEEN BERRY” ซึ่งผ่าน กระบวนการสเตอร์รีไรท์ตามหลัมาตรฐาน ไม่ใช้ วัตถุกันเสีย ไม่ใช้สารปรุงแต่งกลิ่นและสี จึงให้รส สัมผัสแท้จากธรรมชาติหม่อนหรือมัลเบอร์รี่ มี สรรพคุณป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงการเกิด โรคมะเร็ง ซึ่งประกอบด้วยสารแอนโทไซยานิ เควอ ซิทิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูนอิสระ ช่วยเสริมความ จำ ป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ มีกรดโฟ ลิค บรรเทาโรคโลหิตจาง และวิตามิน B6, A, C ช่วยบำ รุงตับ ไต สายตา เส้นผมและผิวพรรณ รวมถึง ป้องกันหวัด ภูมิแพ้ และโรคเกี่ยวกับระบบ ทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์มัลเบอร์ รี่อบแห้ง แยมมัลเบอร์รี่ น้ำ เสาวรส น้ำ มะขามป้อม ฯลฯชนิดของน f ํ าสม ุ นไพร เครื่อ รื่ งด c ม ื มล ั เบอรส ีc ก ั ด 100% น้ำ เสาวรส น้ำ มะขามปอ g มพรอ ้ มด c ม ื ผสมน f า ํ ผ f ง ึปา d น้ำ ชาเขีย ขี วใบหม่อ ม่ นผสมน้ำ ผึ้ง ผึ้ มะนาวผสมชาคาโม มายด์ “อย่า ย่ ท้อ เมื่อ มื่ เจออุปสรรค ให้เชื่อ ชื่ ว่า ว่ สิ่ง สิ่ ที่เราทำ เราทำ ดี ที่สุด สุ สิ่ง สิ่ ที่เราผลิตออกมา จำ หน่า น่ ย มีปมี ระโยชน์ต่ น์ ต่ อสุข สุ ภาพ ของลูก ลู ค ้ า”ประวัต วั ข ิ อ ้ มล ู ปราชญช ์ าวบา ้ น ด้า ด้ นเกษตรกรรม (การปลูก ลู ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื) ปราชญ์ช ญ์ าวบ้า บ้ นผู้มีผู้ ภู มี มิ ภู ปัมิ ปั ญญาด้า ด้ นเกษตรกรรม กล่าวว่า ว่ การเริ่มริ่ต้นปลูก ลู ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื สร้า ร้ งรายได้เ ด้ สริมริซึ่ง ซึ่ ก่อนที่จะมีก มี ารปลูก ลู ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื เป็น ป็ อาชีพ ชี เสริมริอาชีพ ชี ส่ว ส่ นใหญ่ข ญ่ องคนในชุมชนคือการปลูก ลู พืช พื ไร่เ ร่ ศรษฐกิจทั่ว ทั่ ไป เช่น ช่ ข้า ข้ ว ข้า ข้ วโพด เลี้ยงสัต สั ว์ งา ถั่ว ถั่ เหลือง แต่เ ต่ นื่อ นื่ งด้ว ด้ ยที่พื ที่ ช พื หลัก ลั ค่อ ค่ นข้า ข้ งมีร มี าคาผัน ผั ผวนและตกต่ำ ลงเรื่อ รื่ ยๆ ส่ง ส่ ผลไปถึง ถึ รายได้ที่ ด้ ไที่ ม่เ ม่ พีย พี งพอต่อ ต่ การใช้จ่ ช้ า จ่ ยในครอบครัว รั จึง จึได้มี ด้ ก มี ารระดมความคิดคิหาทางออก ร่ว ร่ มกัน กั ด้ว ด้ ยวิธีวิก ธี ารรวมกลุ่ม ลุ่ ปลูก ลู ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื ขึ้น ขึ้ มาในปี 2545 มีจำ มี จำนวนสมาชิกชิ ประมาณ 20 คน ปลูก ลู คนละ 2-3 ไร่ ปลูก ลู เรื่อ รื่ ยมาจนกลุ่ม ลุ่ เริ่มริ่มีค มี วามเข้ม ข้ แข็ง ข็ จน กระทั่ง ทั่ในปี 2549 ได้มี ด้ ก มี ารจดทะเบีย บี นจัด จั ตั้ง ตั้ กลุ่ม ลุ่ วิสวิาหกิจกิเกษตรทางเลือ ลื กขึ้น ขึ้ มา ถือ ถื เป็น ป็ การสร้า ร้ งงาน สร้า ร้ งอาชีพ ชี สร้า ร้ งรายได้ใด้ ห้กั ห้ บ กั คนในชุม ชุ ชน ร่ว ร่ มกัน กั ขาย ช่ว ช่ ยกัน กั ทำ ผู้สูผู้ ง สู อายุไ ยุ ด้มี ด้ ร มี ายได้เ ด้ ข้า ข้ มาด้ว ด้ ย จนถึง ถึปัจ ปั จุบั จุ น บั ถั่ว ถั่ ลายเสือ สืได้ก ด้ ลายเป็น ป็ พืช พื เสริมริที่ส ที่ ร้า ร้ ง รายได้แ ด้ ซงพืช พื หลัก ลั ไปแล้ว ล้ ขั้น ขั้ ตอนการปลูก ลู ที่ไที่ ม่ยุ่ ม่ ง ยุ่ ยาก มีโมี รคและแมลงรบกวนน้อ น้ ย เหมาะกับ กั การปลูก ลู บน พื้น พื้ ที่ดิ ที่ นดิร่ว ร่ น หรือ รื ร่ว ร่ นเหนีย นี ว ชอบอากาศเย็น ย็ ขอบเขตพื้น พื้ ที่ปที่ ลูก ลู “ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื แม่ฮ่ ม่ อ ฮ่ งสอน” และแปรรูป รู ถั่ว ถั่ ลายเสือ สื คั่ว คั่ เกลือ ลื ครอบคลุม ลุ พื้น พื้ ที่ทั้ ที่ ง ทั้ 4 อำ เภอของ จัง จั หวัด วั แม่ฮ่ ม่ อ ฮ่ งสอน ได้แ ด้ ก่ อำ เภอเมือ มื งแม่ฮ่ ม่ อ ฮ่ งสอน อำ เภอปางมะผ้า ผ้ อำ เภอขุน ขุ ยวม และอำ เภอปาย ปราชญ์ชาวบา ้ น ข้อ ข้ ม ู ลท ั c วไป คุณ คุ เพ็ญ พ็ พิก พิ า เตือนชะวัล วั ย์ ที่อยู่ : บ้า บ้ นเลขที่ 15/1 หมู่ 3 ตำ บลขุนยวม อำ เภอขุนยวม จัง จั หวัด วั แม่ฮ่ ม่ ฮ่ องสอนลักษณะดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูก คือดิน ร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนปนเหนียว การเตรียมพื้นที่ปลูกไถกำ จัดวัชพืช แล้วตากดินทิ้ง ไว้ 7-10 วันก่อนปลูก จากนั้นขุดหลุมเตรียมหยอด เมล็ด ในกรณีพื้นที่ราบน้ำ ท่วมถึงให้ขึ้นร่องก่อน ปลูก แต่ของที่นี่ไม่ต้องขึ้นร่องปลูกสามารถปลูก ได้เลยเนื่องจากเป็นพื้นที่ดอน ระยะปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้น 25- 30 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 35-40 เซนติเมตร ระยะการปลูกถึงเก็บเกี่ยวของถั่วลาย เสืออยู่ที่ประมาณ 90-100 วัน วิธ วิ ก ี ารปลก ู การเตรียมเมล็ดพันธุ์ปลูกต้องคัด เมล็ดตอนที่เก็บเกี่ยวครั้ง รั้ แรก โดยดูที่ ความสมบูรณ์ของฝักที่มี 3 เมล็ดขึ้นไป และเลือกลักษณะทรงฝักให้มีขนาดหัว ท้ายเท่าๆ กันการหยอดเมล็ดลงหลุม หลุมลึก 3-5 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด ก่อนหยอดเมล็ดปลูกให้ดู ความชุ่มชื้นของดินด้วย หากปลูกช่วงที่ ฝนไม่ตกก่อนปลูกให้รดน้ำ ทิ้งไว้ให้ดินมี ความชุ่มชื้นก่อน 1 วัน ถึงค่อยหยอด เมล็ด หรือถ้าหากปลูกในฤดูฝน ก็ต้อง ระวังอย ่ าให ้ ดินแฉะจนเกินไป ระบบน้ำ เลือกปลูกในช่วงฤดูฝน อาศัยน้ำ ฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก แต่ถ้าปลูกในช่วงหลังการทำ นาในเดือน แรกจะให้น้ำ ทุก 7 วัน หลังจากนั้น ปรับ การให้น้ำ จาก 7 เป็น 10 วัน ห้ามขาด น้ำ ช ่ วงถ ัc วอาย ุ 30-60 ว ั นประวัต วั ข ิ อ ้ มล ู ปราชญช ์ าวบา ้ น ด้า ด้ นหต ั ถกรรม (การท ํ าเครอ c ื งเงน ิ) การทำ เครื่อ รื่ งเงินงิเป็น ป็ เอกลัก ลั ษณ์ท ณ์ างศิลศิปะสืบ สื ทอดมาตั้ง ตั้ แต่บ ต่ รรพบุรุ บุ ษ รุ ของชนเผ่า ผ่ ละว้า ว้ มาแต่ดั้ ต่ ง ดั้ เดิมดิเป็น ป็ ภูมิ ภู ปัมิญ ปั ญาที่ถ่ ที่ า ถ่ ยทอดกัน กั มาจาก รุ่น รุ่ สู่รุ่สู่ น รุ่ โดยเริ่มริ่ตั้ง ตั้ แต่ก ต่ าร หลอมเม็ด ม็ เงินงิเทลงพิมพิพ์จ พ์ ากนั้น นั้ ก็ค่ ก็ อ ค่ ยๆนำ ไปรีด รีให้เ ห้ป็น ป็ แผ่น ผ่ บางลงบางลงแล้ว ล้ นำ ไป ดึง ดึ ผ่า ผ่ นรูข รู องแผ่น ผ่ เหล็ก ล็ ที่มี ที่ ข มี นาดต่า ต่ งๆเพื่อ พื่ สร้า ร้ งรูป รู ทรงต่า ต่ งๆ ซึ่ง ซึ่ ต้อ ต้ งใช้ทั ช้ ก ทั ษะในการ ตีเ ตี ครื่อ รื่ งเงินงิเช่น ช่ สร้อ ร้ ยคอ สร้อ ร้ ยข้อ ข้ มือ มื แหวน กำ ไร ฯลฯ ซึ่ง ซึ่ มีทั้ มี ง ทั้ ศิลศิปะแบบดั้ง ดั้ เดิมดิ และประยุก ยุ ต์ มีล มี วดลายมากหมาย ปราชญ์ชาวบา ้ น ข้อ ข้ ม ู ลท ั c วไป คุณ คุ ณรงค์ พิม พิ พ์ใพ์ จประภา ที่อยู่ : บ้า บ้ นละอูบ ตำ บลห้ว ห้ ยห้อ ห้ ม อำ เภอแมล ่ านอ ้ ย จง ั หวด ั แมฮ ่ ่ องสอน นายณรงค์ พิมพิพ์ใพ์ จประภา ได้รั ด้ บ รัใบรับ รั รองจากสำ นัก นั งานมาตรฐานผลิตลิภัณ ภั ฑ์ อุตสาหกรรม ชนดิเครอ c ื งเงนิแบบมล ี วดลายอุปกรณ ์ในการใช ้ ท ุ บต ี ค้อนเหล ็ ก ม ี หลายขนาดหลายชนิด แท่นเหล็ก หรือแผ่นไม้ใช้รองตี อุปกรณ ์ในการข ั ด แปรงทองเหลือง และฝอยข ั ดหม ้ อ มะขามเปียก หินข ั ด หร ื อก ี ว ี สา ํ หร ั บข ั ดม ั น น้ำ , สีสำ หรับอุดรอยรั่ว รั่ ของชิ้นงาน อุปกรณ ์ในการแกะลาย แท่นท ีc สล ั กลายท ํ าด ้ วยช ั นผสมด ้ วยน f า ํ ม ั นหม ู ค้อน ลิ่ม หร ื อสิc ว เปq นอ ุ ปกรณ ์ในกรท ํ าลวดลาย อุปกรณแ ์ ละเคร c อ ื งมอ ื ในการผล ิ ต ขั้น ขั้ ตอนในการท ํ าเคร c อ ื งเง ิ น 1. นา ํ เงินมาหลอมในเบ ้ า ซ c ึ งท ํ าด ้ วยดินเผาม ี ล ั กษณะกลม แล ้ วนา ํ ไปเผาใน เตาเผาท ีc เร ี ยกว ่ า " เตาเฝd า " ม ี ล ั กษณะแบบส ู บลมเข ้ า 2. ให ้ เติมดินประสิวและข ้ าวสารตอกในขณะท ีc เคร c ื องเงินค ่ อย ๆละลาย เพ c ื อให ้ เน f ื อเงินม ี ล ั กษณะเน ี ยนเร ี ยบและอ ่ อน 3. ให ้ เติมผงถ ่ านลงไปในเงินท ีc ก ํ าล ั งละลาย เพ c ื อไม ่ให ้ เน f ื อเงินติดก ั บเบ ้ า แล ้ วนา ํ เงินน ัf นเทลงในเบิf งท ีcใส ่ น f า ํ ม ั นก ๊ าดลงไปในเน f ื อเบิf งแล ้ ว ประมาณ 3-4 ของเบิf ง จะท ํ าให ้ เกิดการล ุ กไหม ้ เพ c ื อให ้ เน f ื อเงินจ ั บต ั วก ั นแน ่ น ไม ่ ม ี ฟองอากาศ ล ั กษณะของเบิf งน ัf นท ํ าจากดินเหน ี ยว ม ี ล ั กษณะเปq นหล ุ มไม ่ ล ึ ก 4. ใช ้ อ ุ ปกรณ ์ เกล ีc ยหน ้ าเงินให ้ เร ี ยบ ทิf งไว ้5 นาท ี แล ้ วข ุ ดนา ํ ผงถ ่ านออก มา 5. คว c า ํ เบิf งลง เพ c ื อให ้ แผ ่ นเงินหล ุ ดออกมา 6. นำ แผ่น ผ่ เงินที่หลอมเสร็จ ร็ แล้วไปชุบกำ มะถันผสมน้ำ ในอัตราส่ว ส่ น 2ขวด:6 ถัง น้ำ จะเปลี่ยนสีเ สีป็นสีฟ้สี า ฟ้ อมเขีย ขี ว เพื่อ พื่ ให้ก ห้ รดเข้า ข้ไปแทนที่ ฟองอากาศที่อยู่ใยู่ นเนื้อเงิน จากนั้น นั้ นำ ไปแช่ใช่ นน้ำ มะขามเปียก เพื่อ พื่ ล้าง คราบสกปรกและกรดออก โดยใช้แ ช้ ปรงทองเหลืองขัด ขั จะทำ ให้เ ห้ นื้อเงิน ประกายสวยมากขึ้น ขึ้ 7. นำ แผ่น ผ่ ไปขึ้น ขึ้ รูปตามลักษณะที่ต้องการ โดยการทุบ ทุ หรือ รื ตี ขณะนั้น นั้ เนื้อเงินก็จะเย็น ย็ ตัว ทำ ให้ย ห้ าก แก่การขึ้น ขึ้ รูป จึง จึ ต้องนำ ไปเผาไฟให้ร้ ห้ อ ร้ น อีกรอบ เพ c อ ื ใหเ ้ น f ื อเงินอ ่ อนต ั วลง แล ้ วน ํ าไปข f น ึ ร ู ปต ่ อ 8. นำ เงินไปขัด ขั ด้วยแปรงทองเหลือง ในน้ำ มะขามเปียกผสมผงหินหิขัด ขั เนื้อเงินจะได ้ เปq นเงามากข f น ึ