เฉลยละเอียด เคมี A-level 67 - Document to Flipbook
Published on Oct 31, 2026
Description:
ตอนที่ 1แบบปรนัย 5 ตัวเลือก เลือก 1 คําตอบที่ถูกที่สุด
กําหนดให log 2 = 0.3, log 3 = 0.5, log 5 = 0.7
คาคงที่ของแกส R = 0.082 L·atm·mol-1·K-1
คาคงที่ของพลังคh = 6.6 x 10-34 J·s
ความเร็วของคลื่นแมเหล็กไฟฟาในสุญญากาศ c = 3 x 108 m·s-1
1. ขอใดไมถูกตอง
1. การจัดเรียงขนาด : 38 < 37 < 34 < 38
2. การจัดเรียงอิเล็กตรอนของแมกนีเซียมในสถานะพื้นคือ [Ne] 3s2
3. ธาตุที่มีเวเลนซอิเล็กตรอนเปน 1 หรือ 2 ไดแก ธาตุกลุม s เทานั้น
4. Mg ทําปฏิกิริยากับนํ้าไดเร็วกวา Zn โดยไดผลิตภัณฑที่มีคุณสมบัติเปนเบส
5. ดิวทีเรียม ( ) 1 อะตอม ประกอบดวยอิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอน อยางละ 1 อนุภาค
2. สารกัมมันตรังสีFm-257 สามารถแผรังสีแอลฟาไดเมื่อปลอยทิ้งไว 402 วัน โดยเหลือ Fm-257 6.25%
ของปริมาณตั้งตน ครึ่งชีวิตของ Fm-257 มีคาเทาใด และเมื่อแผรังสีแลวไดไอโซโทปใดเปนผลิตภัณฑ
1. 4 วัน และ Cf-253
2. 4 วัน และ Rf-261
3. 100.5 วัน และ Cf-253
4. 100.5 วัน และ Rf-261
5. 201 วัน และ Md-257
3. สารประกอบไอออนิกใดมีสูตรเอมพิริคัลเปน AB2 โดย A แทนไอออนบวก และ B แทนไอออนลบ และละลายนํ้าไดดี
1. ลิเทียมแอซีเตต
2. แบเรียมออกไซด
3. แอมโมเนียมซัลไฟด
4. แคลเซียมเปอรคลอเรต
5. แมกนีเซียมไฮดรอกไซด
Sr Rb+ Se Sr
2
1H
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 1 เคมีA-Level 67
ขอสอบ A-level เคมีป 2567 (จากการความจําของ DEK67)
2+ 2-
iii iiiiii
งายะ 28 188
12Mg 282 Ex Ne si
ธาตุTransitionก็มีVe1,2ได้
หมู่ 2Aว่องไวกับน้ำNuMg H0 Myton ม
ร
ะ i
ญู๊ฐู่
257Fm 24α
253 N โดยพี่ n อย ฎู๋ ด้วยที่ตรงที่สุด
คือข้อย3
6
เอ0.5อำ
100.5
5
Fm 24He f
CHCOOLi ไตรา A แต่ สามารถละลายนํ้ ได้ดี
Bal0H2 ตรงABแต่ ไม่สามารถละลายนํ้ ได้ดี
CN4 ไม่ ตรงA แต่ สามารถละลายนํ้ ได้ดี
ปdaL40แตร ABzและสามารถละลายน้ไำด้ดี
Mg10H ตรงABแต่ ไม่สามารถละลายนํ้ ได้ดี4. โมเลกุลในขอใดมีขั้วและมีมุมพันธะกวางที่สุด
1. Carbon dioxide
2. Boron trifluoride
3. Silicon tetrabromide
4. Phosphorus trichloride
5. Hydrogen sulfide
5. วันที่ 4 มกราคม 2567 มีการรั่วไหลของสารกําจัดศัตรูพืชพืชนิดอะลูมิเนียมฟอสไฟด(AlP) ซึ่งมีสมบัติกํ้ากึ่งระหวาง
สารประกอบโคเวเลนตและสารประกอบไอออนิก AlP เปนของแข็งที่ STP มีจุดหลอมเหลว 2,550 °C มีความเปราะ
สามารถนําไฟฟาไดในสถานะของแข็ง ของเหลว และเมื่อละลายนํ้า นอกจากนี้AIP สามารถทําปฏิกิริยากับนํ้าได
แกสฟอสฟนที่เปนพิษ
ขอใดกลาวเกี่ยวกับ AlP ไมถูกตอง
1. มีความเปราะ สอดคลองกับสมบัติของสารประกอบไอออนิก
2. มีจุดหลอมเหลวสูง สอดคลองกับสมบัติของสารประกอบโคเวเลนตโครงรางตาขาย
3. นําไฟฟาไดเมื่อหลอมเหลว สอดคลองกับสมบัติของสารประกอบไอออนิก
4. นําไฟฟาไดในสถานะของแข็ง สอดคลองกับสมบัติของสารประกอบไออออนิก
5. มีคําตอบถูกตองมากกวา 1 ขอ
6. สาร A 2 โมล ทําปฏิกิริยากับสาร B 3 โมล เกิดเปนสาร C 1.5 โมล หากมีสาร A และสาร B อยางละ 4 กรัม
จะเกิดสาร C กี่โมล
1. 1.5
2. 2
3. 4
4. 8
5. ไมสามารถหาคําตอบได
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 2 เคมีA-Level 67
CO OFC 0 โมเลกุไลม่มีขั้วขั้รูป
โมเลกุเ
ลส้นตรงมุม180
BF โมเลกุไลม่มีขั้วขั้รูป
โมเลกุลแบนราบมุม2เอ
µ µ
โมเลกุไลม่มีขั้วขั้รูป
โมเลกุทรง ล สี่ หน้า
มามาอะ5
1 Ii a โมเลกุล
มีขั้วขั้รูป
โมเลกุพีลระมิด
ฐเหΔมุม เอะ5
Has isin โมเลกุล
มีขั้วขั้รูป
โมเลกุล
มุมง
อาน yเพราะeคู่ โดดเดี่ยวมากกว่า
สารประกอบไอออนิก
ไม่ นไฟำ ฟ้ไหส า กาหะของแรง
ไม่กำหนดMwของA BและC จึง
ไม่สามารถหาคำตอบได้7. สารใดตอไปนี้มีรอยละโดยมวลของออกซิเจนเปนองคประกอบมากที่สุด
1. C9H8O4 (มวลตอโมล = 180 g·mol-1)
2. H2AsO4 (มวลตอโมล = 141 g·mol-1)
3. H4Al2Si2O9 (มวลตอโมล = 258 g·mol-1)
4. CuSO4·5H2O (มวลตอโมล = 249.5 g·mol-1)
5. MgNH4PO4·6H2O (มวลตอโมล = 245 g·mol-1)
8. การละลายสารประกอบไอออกนิกใดใหความเขมขนของโซเดียมไอออนในหนวยโมลารมากที่สุด
1. ละลาย NaF 0.03 โมล ในนํ้า 50 มิลลิลิตร
2. ละลาย NaCl 0.03 โมล ในนํ้า 100 มิลลิลิตร
3. ละลาย Na2CO3 0.01 โมล ในนํ้า 50 มิลลิลิตร
4. ละลาย Na2SO3 0.05 โมล ในนํ้า 250 มิลลิลิตร
5. ละลาย Na3PO4 0.02 โมล ในนํ้า 200 มิลลิลิตร
9. ปฏิกิริยานาิกาไอโอดีน (iodine clock reaction) มีสมการการเกิดปฏิกิริยาดังนี้
(aq) + 5 (aq) + 6 (aq) 3I3(aq) + 3H2O(l)
I2(aq) + 2S2O3 (aq) 2 (aq) + S4O6 (aq)
เริ่มตนโดยเตรียมสารละลาย 100.00 mL มาจาก KIO3 2.140 g นําสารละลายดังกลาว 25.00 mL มาผสมกับ
สารละลายปริมาตร 75.00 mL ที่ไดจากการนําสารละลาย Na2S2O3 เขมขน 0.8000 M มาเจือจาง 10 เทา
แลวนําสารละลายผสมที่ไดมาเติม KI และปรับภาวะใหเปนกรด
กําหนดใหมวลตอโมลของ KIO3 = 214.0 g·mol-1
ปริมาณของ และ มากเกินพอ
การเติม KI กับกรดไมทําใหปริมาตรของสารละลายผสมเปลี่ยนแปลง
ขอใดถูกตอง
1. เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดจะมีดวามเขมขนของ S4O6 เทากับ 0.0400 M
2. ทําหนาที่เปนตัวเรงปฏิกิริยาระหวาง กับ
3. จะเหลือสาร S2O3 อยูในสารละลายผสม 0.3120 กรัม
4. เปนสารกําหนดปริมาณของสารละลายผสมนี้
5. KIO3 ถูกใชในปฏิกิริยาทั้งสิ้น 0.535 กรัม
IO- I
- H+
I
-
I
- H+
H+ IO- I
-
IOUpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 3 เคมีA-Level 67
3
2- 2-
2-
3
2-
3
0 9
8 รบ
100
0 too 57.7
0 4 6 เออ 35.6
0 4 6 เออะ45.4
0 เออะ55.8
0 เอ 65.3
p
Me mi L
ooo
moiNat o 3 i Nat 0.0 ooo o.com
มา1Nat oosi.INท๋ 0.0 ooo 0.3M
molNato.ozi.INat 0.025อาooo o4M
mdNat_o.io i Nat 0.10 เอออ o4M
mdNato.ooi.INท๋ 0.0 เอออ o4M
3 6 6 3
ขั้นขั้ที่1
mg molห 2 0 0am1
หา0 0.0 1 o.IM
Na5,0 เจือจางNa 0 o.suเอาทำ
Nn 0 0.08M
ขั้นขั้ที่2 หาส Ig 6520 ห๋เรนลตั้งตั้ต้น วํ้
ทาง1
g
ทา อุ๋ ญื๋ฐื๋
K10ถูใ
กไปช้ในกิริยาทั้งหมดทั้ เนื่องจาก I และHtมากเกินพอ
0.1 o.oozsso.ooim.lk10 เย
0.025mol 0
ว๋เป็สาร น กแหก ำ ปริมาณ
g K103 0.002s214 535g ทา น
o.oosm. o.o wooo.o3m ii.is10. กราฟดังตอไปนี้เปนไปตามกฎแกสอุดมคติโดยคาตัวแปรทั้งหมดเปนบวก
ขอใดถูกตอง
แกน X แกน Y แกน Z ตัวแปรคงที่
1. อุณหภูมิ ปริมาตร ความดัน จํานวนโมล
2. ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จํานวนโมล
3. ความดัน ปริมาตร อุณหภูมิ จํานวนโมล
4. ความดัน จํานวนโมล ปริมาตร อุณหภูมิ
5. คําตอบที่ถูกตองมีมากกวา 1 ขอ
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 4 เคมีA-Level 67
แกน Z
แกน X แกน Y
แกu α muy
แก 2 α
µน
แกU Y α แกห2
จาก PV nRT
nคงที่ ทะ
กุรู๋VαT
Tคงที่ T กุน คูฎู
V
I
5
อน mm pot ช้อย4 P
YCV α2 D เพราะpα p
Pα
YCn α2 V Von
YCP αZ T
ระยะ
ยูกุ CP
YCV α21T11. ถังสองใบบรรจุแกส A และ B ซึ่งมีอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ความดันและความหนาแนนเปนดังตาราง
พิจารณาขอความตอไปนี้
ก. แกสในถัง A คือ CO2
ข. แกสในถัง A มีอัตราการแพร (หนวย mol·min-1) สูงกวาแกสในถัง B
ค. แกสในถัง B มีอัตราการแพร (หนวย mol·min-1) สูงกวาแกสในถัง A
ขอใดสรุปไดจากขอมูลดังกลาว
1. ก. เทานั้น
2. ข. เทานั้น
3. ค. เทานั้น
4. ก. และ ข.
5. ก. และ ค.
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 5 เคมีA-Level 67
ถัง ความดัน (atm) ความหนาแนน (g·L-1)
A 1.23 2.2
B 4.92 4.4
ถึงแม้CO2มีMw 44 แต่ก็ใช่ ว่าจะใช้เพราะมีแก๊อื่ สนที่Mur44
MwA MwB iคเ.
ร็การ วแพร่ ACกเ.
ร็การ วแพร่B
MwA MwB iคเ.
ร็การ วแพร่ 13 กเ.
ร็การ วแพร่ A
ขั้นขั้ที่2 หาMwของแก้ว gasไหกัง
A gasไหกัง13
MundRT MundRT PV nRT
PV
ฏู้RT 10.0821127273 441C0.0
ฐ
1271273
123
PMw
ยูRT 44 22
p.Mw dRT
MurdRT
p12. กราฟแสดงความสัมพันธระหวางปริมาณสาร (โมล) และ เวลา (นาที) ณ เวลาตาง ๆ ของปฏิกิริยาการสังเคราะห
แกสแอมโมเนียจากแกสไนโตรเจนและแกสไฮโดรเจน ดังสมการ
N2(g) + H2(g) NH3(g) (สมการยังไมดุล)
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีดังกลาวเทากับขอใด
1. + (คาความชันกราฟ A)
2. - (คาความชันกราฟ A)
3. + (คาความชันกราฟ B)
4. - (คาความชันกราฟ B)
5. + (คาความชันกราฟ C)
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 6 เคมีA-Level 67ปริมาณสาร (โมล)
เวลา (นาที)
ขั้หขั้ที่1 mrateทั้งทั้
ปฏิกิริยา
1 3 2 rateทั้งทั้
ปฏิกิริยา rateN2 OatH2 8ห
ฐ
3
1
ขั้นขั้ที่2
นญื๊ตั้ญื๋ ตั้
ญึ้ ะเลบาลา
สารตั้งตั้
ต้u Hzเพราะเลขดุล3
ผลิตกันน NH
gateทั้งทั้
ปฏิกิริยา
เพราะSlopeAติดลบ Rateติดไม่ ได้จึงต้องใส่ลบหน้าSlopeA13. กานไมหอม (reed diffuser) คือ ผลิตภัณฑปรับอากาศที่ประกอบดวยกานไมและขวดนํ้าหอมซึ่งเปนที่นิยมอยางมากใน
ปจจุบัน เนื่องจากไมตองใชความรอนเหมือนเทียน และไมตองคอยฉีดเพื่อใหกลิ่นคงอยูเหมือนสเปรยปรับอากาศ เพราะ
กานไมหอมทํางานโดยใชการดูดชับและการแพรของนํ้าหอมผานกานไมเพื่อกระจายกลิ่นสูอากาศ และยังสามารถปรับ
ความแรงของของกลิ่นไดโดยการเพิ่มหรือลดจํานวนกานไมที่ใช
ปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในขอใดตรงกับกรณีของกานไมหอม
ก. การระเบิดของฝุนแปงที่ลอยอยูในอากาศ
ข. การยอยนํ้าตาลในนมดวยเอนไซมแล็กเทส
ค. การบูดของกะทิที่เร็วขึ้นในชวงหนารอน
1. ก. เทานั้น
2. ข. เทานั้น
3. ค. เทานั้น
4. ก. และ ข.
5. ก. และ ค.
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 7 เคมีA-Level 67
ลง ปัจจัยเรื่องพื้นที่ผิว
แป้ง
อหุ กากาลิก
มาก ทำให้มีพื้u
ที่ผิวสัมผัสออกซิเจหไหอากาศมาก อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้และระเบิขึ้
ดขึ้นได้
ปัจจัย
พื้นที่ผิว
ปัจจัย
ตัวเร่ง
ปัจจัย
อุกาบากูมิ14. จากปฏิกิริยา NH4SH(s) NH3(g) + H2S(g) เมื่อสารตั้งตน x โมล สลายตัวในภาชนะปดที่อุณหภูมิคงที่
เมื่อเขาสูสมดุลไดคาคงที่สมดุลเทากับ y และมีความเขมขนของแอมโมเนียเทากับ z โมลารหากรบกวนสมดุล
โดยการลดปริมาตรของภาชนะลงครึ่งหนึ่งโดยที่อุณหภูมิคงที่ความเขมขนของแอมโมเนียเมื่อระบบเขาสูสมดุล
อีกครั้งมีคากี่โมลาร
1. 2z
2. x - z
3. x - 2z
4.
5.
15. กระบวนการมอนด(mond process) เปนเทคนิคในการถลุงแรนิกเกิลและทําใหโลหะที่ไดบริสุทธิ์
โดยอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของนิกเกิลในการเกิดสารประกอบกับแกสคารบอนมอนอกไซดแบบผันกลับได
มีสมการเคมีที่เกี่ยวของในขั้นตอนตาง ๆ ดังนี้
ขั้นที่ 1 NiO(s) + H2(g) Ni(s) + H2O(l) 1 = 2.5 kJ·mol-1
ขั้นที่ 2 Ni(s) + 4CO(g) Ni(CO)4(g) 2 = -162.5 kJ·mol-1
ขั้นที่ 3 Ni(CO)4(g) Ni(s) + 4CO(g)
ขอใดเปนอุณหภูมิที่เหมาะสมในแตละขั้นของกระบวนการนี้เพื่อทําใหไดโลหะนิกเกิลปริมาณสูงที่สุดและบริสุทธิ์ที่สุด
ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3
1. 25 °C 250 °C 200 °C
2. 200 °C 50 °C 250 °C
3. 250 °C 200 °C 50 °C
4. 250 °C 50 °C 25 °C
5. 50 °C 250 °C 25 °C
⇌
y
x - y
⇌ ΔH
→ ΔH
→
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 8 เคมีA-Level 67
ความเป็นข้n
1
พี่มา 2
น ติ ญื๊นั้น
นั้
ที่ mi
นางา
ญgg µSท ะญที่นี้สมดุล
ย้อนกลับ
ร
บ z t 2
ส _z 2 I Um y 2
สมดุล
ยังหกลับปี 2 2 22 22
ป
ส 2 2 22 22 Kใน Kเดิม
22 y
22 y
ปฏิกิริยาดูกควาบรอท ควรทำที่ อุณหภูสู มิง
ปฏิกิริยากายความรัอห ควรทำที่ อุณหภูมิตํ่า
ΔH3 ΔHE162.5kJmot ปฏิกิริยาดูกควาบรี04
ควรทำที่ อุณหภูมิสู
เหมาะสมที่สุด16. กําหนดปฏิกิริยาที่ภาวะสมดุล ณ อุณหภูมิเดียวกัน ดังนี้
2A(g) 2B(g) + C(g) K1 = 8
B(g) + C(g) 2E(g) K2 = 5
2D(g) 4E(g) K3 = 2
หากปฏิกิริยาเกิดขึ้นดังสมการ 2A(g) + 3C(g) 2D(g) ในภาชนะปด ปริมาตร 300.0 มิลลิลิตร พบวา
ที่ภาวะสมดุลความเขมขนของ A และ C เปน 0.2 และ 1.0 โมลตอลิตร ตามลําดับ
ปริมาณของ D ที่สมดุลมีคากี่โมล
1. 0.6
2. 1.2
3. 2.0
4. 2.4
5. 6.0
17. พิจารณาปฏิกิริยาตอไปนี้
SbF5 + 2HF SbF + H2F
(CH3)3CH + H2F (CH3)3C + H2 + HF
จากทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรีและทฤษฎีกรด-เบสของลิวอิส สารใดทําหนาที่
เปนเบสตามทั้งสองทฤษฎี
1. HF
2. H2F
3. SbF5
4. (CH3)3CH
5. HF และ (CH3)3CH
⇌
⇌
⇌
⇌
- +
+ +
+
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 9 เคมีA-Level 67
6
1
2 2
131
ขั้นขั้
ที่1 MKปฏิกิริยา2Ag 3Cag 2Dเต บั้หบั้ลี่2 หาทาง1D
1 2 แ กลับ3 K D molD 2 0.3
A 0.6ทาง1
i
Kµ U Ui too p
8 e เงา 5
D loo.co2 แ 4 2s
2 100.0.04 100
p 4
p 2 M
รับท๋เรuHzFt ะ 1
ใหเอสตานากฤษฎีเบสหสรา ลาวรีให้คู่eแก่ทำ 1
ใหเอสตานากฤษฎีลิเอิส
ให้มาำใหHF iเป้าบกตามทฤษฎีเบสหสร๓กลาวรีไผ่ ได้ให้คู่e ไม่เอาเบสตามทฤษฎีลิเอิส
ไผ่ ได้รับท๋i
ไม่ 1ใหเอสตานากฤษฎีเบสหสเตดลาวรี รับ
กู่eจากF ะเป็นกรดตามทฤษฎีลิเอิส
ให้Hไผ่ ได้รับท๋.ไม่ เป่ าเบสตามทฤษฎีเบสหสร๓กลาวรีไผ่ ได้ให้คู่e ไม่เป็นเบสตามทฤษฎีลิเอิส
cmCHไผ่ เป็นเบสตาย2ทฤษฎี18. ผสมสารละลายแบเรียมไฮดรอกไซด 0.1 M ปริมาตร 40.00 mL กับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก 0.1 M
ปริมาตร 60.00 mL สารละลายที่ไดมีคา pH เทาใด
1. 1.7
2. 2.0
3. 12.0
4. 12.3
5. 12.6
19. พิจารณากราฟการไทเทรตกรดออน HX และ HY ที่มีความเขมขนเทากัน
ปริมาตร 10.00 mL ดวยสารละลาย 0.1 M NaOH ดังรูป
พิจารณาขอความตอไปนี้
ก. X มีความเปนเบสมากกวา Y
ข. เมื่อผสมสารละลาย NaOH ปริมาตร 15.00 mL ลงไปในสารละลายทั้งสองระหวาง
การไทเทรต สารละลายผสมที่ไดมีสมบัติเปนบัฟเฟอร
ค. ฟนอลฟทาลีน (ชวง pH 8.30 - 10.00 ไมมีสี - สีชมพู) เปนอินดิเคเตอรที่เหมาะสมใน
การไทเทรตสารละลายทั้งสอง
ขอใดถูกตอง
1. ก. เทานั้น
2. ข. เทานั้น
3. ค. เทานั้น
4. ก. และ ข.
5. ก. และ ค.
- -
UpCHEM | เคมีพี่ตังค์ หน้า 10 เคมีA-Level 67
ปริมาตรสารละลาย NaOH (mL)
pH
Bal0 o.IM 40oomL mmolOn 2 0.1 40 8mmol
114o.IM 6o.com2 mmolHt 1 อา Go 6mmol
Bal0 เหลือ เหลือ0H 8 6 2mmol
0ห
µ 2 1 10 2 เอ M
p0H toyon g121 20.321.7
H 14 p0M 14 1.7 12.3
ำฐํ๋ญั๊ g
จากจุดยุติwuว่าเกลืที่ อ เกิด
จากNaOHและHxpHมากกว่า
เกลือที่เกิดจากNaOHและHY
HYเป็นกรดมากกว่าHX
เพราะHYมีคราบเป็นกรดมากกว่าrex i เฮuเบสมากกว่าY
การเติมNu0H15cm ปรมาสสี่จุดยุติNaOHเบสแก่ จะเหลือ
ไผ่ ไข่ บัฟเฟอร์
ไม่สามารถใช้กับ11 ได้เนื่องจากช่วงการเปลี่ยนสีไปอยุ่ไม่เจุดยุติ