วิจัย ปี4 - PDF to Document
Published on Sep 29, 2026
Description:
ก
ชื่อนวัตกรรม: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อยอาหารของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล) โดยการใช้สื่อประสม
ชื่อผู้พัฒนานวัตกรรม : นายวัชรพงศ์ ทัศนบรรจง
สถานศึกษา: โรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล)
ด้าน: การจัดการเรียนการสอน
ปี : 2565
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเรื่อง ระบบย่อยอาหารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังจากการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้สื่อประสม และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อสื่อ
ประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ประชากรที่ใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา 2565 จำนวน 10 คน ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองรวม 10 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วย 1) สื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3)
แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (𝜇) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (𝜎)
ผลการวิจัยพบว่า 1) สื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มี
ประสิทธิภาพ 89/87 2) ผลการเรียนรู้เรื่อง ระบบย่อยอาหารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน
10 คน หลังการใช้สื่อประสม (𝜇= 8.70, 𝜎 =0.86) สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้(𝜇= 5.77, 𝜎 =1.01)
และ 3) นักเรียนที่เรียนด้วย สื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจ
เฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ 4.87 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 หมายความว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ
มากที่สุด ข
คำนำ
การจัดทำรายงานพัฒนานวัตกรรม เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล) โดย
การใช้สื่อประสม
ทางผู้วิจัยขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่ช่วยตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
คุณครูพชรพรรณ โดมขุนทด คุณครูคมปพน สุวรรณประภา และคุณครูสุพัตรา ศรีธรรมมา ที่ได้กรุณาเป็น
ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาตรวจแก้ไขเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ท่าน
ผู้อำนวยการเสริมศักดิ์ คงสมบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล) ที่ได้สนับสนุนและ
อนุญาตในการทำการวิจัย คณะครูโรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล) ที่ใช้การช่วยเหลือด้วยดีตลอด
มา รวมทั้งนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทุกคนที่ได้ให้ความร่วมในการทดลองอย่างดี
ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิจัยฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนตลอดจนผู้ที่สนใจโดยทั่วไป
วัชรพงศ์ ทัศนบรรจง
ครู คศ.1ค
สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ ก
คำนำ ข
สารบัญ ค
สารบัญตาราง จ
สารบัญภาพ ฉ
บทที่ 1 บทนำ 1
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1
วัตถุประสงค์การพัฒนานวัตกรรม 2
ขอบเขตของการพัฒนานวัตกรรม 3
ขอบเขตด้านเนื้อหา 3
ขอบเขตด้านประชากร/กลุ่มตัวอย่าง 3
ขอบเขตด้านตัวแปรที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม 3
ตัวแปรอิสระ 3
ตัวแปรตาม 3
นิยามศัพท์เฉพาะ 3
กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม 4
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5
บทที่ 3 แนวทางการพัฒนานวัตกรรม 27
วัตถุประสงค์การพัฒนานวัตกรรม 27
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 27
เครื่องมือและวิธีการสร้างเครื่องมือ 28
การเก็บรวบรวมข้อมูล 31ง
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 32
การวิเคราะห์ข้อมูล 32
บทที่ 4 ผลการพัฒนานวัตกรรม 36
บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะการพัฒนานวัตกรรม 41
สรุปผลการพัฒนานวัตกรรม 41
ผลที่เกิดกับผู้เรียน 41
ผลที่เกิดกับครู 41
ผลที่เกิดกับสถานศึกษา 42
ข้อเสนอแนะ 44
ข้อเสนอแนะสำหรับนำไปใช้ 44
ข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนานวัตกรรมครั้งต่อไป 44
บรรณานุกรม 46
ภาคผนวก 49จ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
ตารางที่ 3.1 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด 28
ตารางที่ 4.1 การหาประสิทธิภาพของสื่อประสม 36
ตารางที่ 4.2 คะแนนผลการเรียนรู้ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 37
ก่อนและหลังการใช้สื่อประสม
ตารางที่ 4.3 การเปรียบเทียบคะแนนผลการเรียนรู้ เรื่อง ระบบย่อย ของนักเรียน 38
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการใช้สื่อประสม
ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจของนักเรียน 39
ที่มีต่อสื่อประสม (N = 10)
ตารางที่ ข.1 ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความเหมาะสมและ 54
ความสอดคล้ององค์ประกอบของสื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
จากผู้เชี่ยวชาญ 3 คน
ตารางที่ ข.2 ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความเหมาะสมและ 55
ความสอดคล้ององค์ประกอบของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร จากผู้เชี่ยวชาญ 3 คน
ตารางที่ ข.3 ค่าความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 56
ทางการเรียน เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน
วิเคราะห์ข้อสอบปรนัย โดยใช้สูตรฉ
สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
แผนภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดในการวิจัย 4
แผนภาพที่ 3.2 ขั้นตอนการสร้างสื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร 29
แผนภาพที่ 3.3 ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 31
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร1
บทที่ 1
บทนำ
1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
พระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3)
พ.ศ. 2553 ได้กล่าวถึงความสำคัญของการศึกษา ดังนี้ ในมาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อ
พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและ
วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้อง
มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และ
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของ
ประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย
และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการ
ประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องมาตรา 8
เกี่ยวกับการจัดการศึกษา และมาตรา 9 เป็นการการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา
(สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, 2553 : 3) เป็นต้น
วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่มีความสำคัญวิชาหนึ่งต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทุกอย่างทุกด้านที่
แวดล้อมรอบตัวของคนเราล้วนแต่มีความเกี่ยวช้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น จากสิ่งที่เล็กที่สุดอย่างเซลล์
เรื่อยมาจนถึงสิ่งที่ใหญ่อย่างระบบย่อยอาหาร ด้วยความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจึงมีการจัดการ
เรียนการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ขึ้นในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้มีการจัดวิชาวิทยาศาสตร์เข้า
เป็น 1 ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่นักเรียนจะต้องศึกษา
แต่ผลจากการประเมินในรายวิชาวิทยาศาสตร์ พบว่าจากการประเมินคุณภาพการศึกษาของ
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือ สมศ. พบว่าสถานศึกษาจำนวนมากไม่ได้
มาตรฐาน ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ขาดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทั้งการคิดวิเคราะห์ การใฝ่รู้ใฝ่เรียน
และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง (สำนักงานเลขาธิการสถานศึกษา, 2552 : 1-2)
ทั้งนี้เนื่องจาก การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการบรรยาย ทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อ
หน่ายและไม่สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม ไม่มีการเร้าความสนใจของนักเรียน ทำให้นักเรียนไม่เกิด
กระบวนการเรียนรู้ จนทำไห้ไม่เข้าใจในเนื้อหาวิชาที่เรียน การที่นักเรียนไม่เข้าใจในเนื้อหา ทำให้นักเรียน
มีผลการเรียนที่ตกลง
สื่อประสม เป็นสื่อประกอบการสอนประเภทหนึ่งมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ
ความรู้สึกเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดการ
พัฒนาศักยภาพทางการคิด ได้แก่ คิดไตร่ตรอง การคิดสร้างสรรค์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ2
ตลอดจนการสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมให้แก่ผู้เรียน เอกสารประกอบการเรียน ในยุค
ปัจจุบันมีอิทธิพลสูงต่อการกระตุ้นให้ผู้เรียนกลายเป็นผู้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ความสำคัญของ
เอกสารประกอบการเรียน
ประกอบกับการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน มีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง สื่อ
Youtube เป็นสื่อวีดีโอประเภทหนึ่งที่มีหลากหลายทั้งในเนื้อหาความรู้ต่างๆที่ก่อประโยชน์มาก ทำให้
นักเรียนสามารถมองเห็นภาพ มีความน่าสนใจ และได้รับความรู้
ดังนั้นทางผู้วิจัยซึ่งเป็นครูสอนวิชาวิยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 10 คน
ได้เห็นถึงความสำคัญของการจัดทำสื่อประสม จึงได้วิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตร
สถานศึกษา เนื้อหารายวิชาวิทยาศาสตร์ คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง วิธีวัดและประเมินผล
การประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง การวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล และได้วางแผนการสอนโดย
จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงที่มีการนำสื่อประสม เพื่อนำไปพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนของ
นักเรียนของประถมศึกษาปีที่ 4
2. วัตถุประสงค์การพัฒนานวัตกรรม
1. เพื่อพัฒนาสื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ระบบย่อยอาหารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 6 ก่อนและหลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อประสม
3.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อสื่อประสม เรื่อง ระบบย่อย
อาหาร
3. ขอบเขตการพัฒนานวัตกรรม
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ ผู้พัฒนาได้กำหนดขอบเขตการพัฒนานวัตกรรม ดังนี้
3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ผู้พัฒนานวัตกรรมได้ศึกษา โดยใช้เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อย
อาหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3.2 ขอบเขตด้านประชากร/กลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบางสะแก
(ล้อมประชานุกูล) อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
จำนวน 10 คน
3.3 ขอบเขตด้านตัวแปรที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม
ตัวแปรอิสระ คือ สื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน3
4. นิยามศัพท์เฉพาะ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ผู้วิจัยจึงได้กำหนดนิยาม ขอบเขต หรือการให้ความหมายของศัพท์
เฉพาะสำหรับการวิจัยในครั้งนี้
1. สื่อประสม หมายถึง สื่อที่ผู้สอนเรียบเรียงขึ้น เพื่อใช้ประกอบการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึง ผลคะแนนที่วัดความรู้ของนักเรียนที่ได้จากแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
3. ระบบย่อยอาหาร หมายถึง เนื้อหาสาระในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
5. กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบางสะแก (ล้อมประชานุกูล) โดยการใช้สื่อประสม ในครั้งนี้ แนวคิดในการ
วิจัยครั้งนี้ อธิบายโดยแสดงให้เห็นภาพความสัมพันธ์ของตัวแปรต้นและตัวแปรตามที่จะศึกษา ดังแสดงใน
แผนภาพที่ 1.1
ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
สื่อประสม เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
แผนภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดในการวิจัย4
6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
2. สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในระดับชั้นอื่นๆ
3. เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในหัวข้ออื่นๆ และเนื้อหาวิชาอื่นๆ