โครงร่าง Research Proposal - Document to Flipbook
Published on Oct 30, 2026
Description:
ชื่อโครงการวิจัย
ภาษาไทย: การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูและเหล็กของถ่านกัมมันต์ที่เตรียมจากลําต้น
ผักตบชวาและฟางข้าว
ภาษาอังกฤษ: Comparative Study of Methylene Blue and Iron Adsorption by Activated Carbons
Prepared from Water Hyacinth Stems and Rice Straw
ผู้วิจัย: นายกิตติศักดิ์ จันทร์ลิ้ม นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 3
สาขาวิชา: การสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เคมี)
มหาวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ ภควรรณ คงจันตรี
บทที่ 1 บทนํา
1.1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา
ปัญหาการปนเปื้อนของสารอินทรีย์และโลหะในแหล่งนํ้าเป็นประเด็นสําคัญด้านสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากสารปนเปื้อนบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพนํ้า ระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนํ้า
โดยเมทิลีนบลู (Methylene Blue; MB) เป็นสารสีย้อมที่นิยมใช้เป็นสารต้นแบบในการศึกษาประสิทธิภาพ
การดูดซับ ขณะที่เหล็ก (Fe) เป็นธาตุที่สามารถพบในแหล่งนํ้าตามธรรมชาติ และเมื่อมีความเข้มข้นสูงอาจส่งผล
ต่อคุณภาพนํ้า สี และรสชาติ
การดูดซับ (Adsorption) เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการลดความเข้มข้นของสารปนเปื้อนในนํ้า โดยถ่านกัมมันต์
(Activated Carbon) เป็นวัสดุดูดซับที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากมีโครงสร้างรูพรุน และพื้นที่ผิวที่สามารถเอื้อต่อ
การยึดจับสารต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพการดูดซับขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ วิธีการเตรียมถ่านกัมมันต์
และสภาวะของการทดลอง
ฟางข้าวเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีปริมาณมาก ขณะที่ผักตบชวาเป็นพืชนํ้าที่สามารถเจริญเติบโต
และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การนําวัสดุทั้งสองชนิดมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถ่านกัมมันต์จึงเป็นแนวทาง
ในการเพิ่มมูลค่าวัสดุชีวมวลและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
Rashwan และ Girgis (2004) ได้ศึกษาการเตรียมถ่านกัมมันต์จากฟางข้าวและผักตบชวาโดยใช้
กรดฟอสฟอริก (H3PO4) เป็นสารกระตุ้น และศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับสารอินทรีย์ในนํ้า รวมถึงเมทิลีนบลู ผล
การศึกษาชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุชีวมวลทั้งสองชนิดในการนํามาพัฒนาเป็นวัสดุดูดซับ อย่างไรก็ตาม งานวิจัย
นี้มุ่งศึกษาการใช้เฉพาะลําต้นผักตบชวาเปรียบเทียบกับฟางข้าว เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดูดซับภายใต้สภาวะ
การทดลองที่ควบคุมนอกจากนี้ Wongwilai และคณะ (2020) ได้ศึกษาการตรวจวัดเหล็กโดยอาศัยปฏิกิริยาการเกิด
สารเชิงซ้อนระหว่าง Fe2+ กับ 1,10-Phenanthroline ซึ่งสามารถนําหลักการดังกล่าวมาประยุกต์ในการพัฒนา
วิธีวิเคราะห์ความเข้มข้นของเหล็กในสารละลายได้
ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการเตรียมถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว โดยใช้กรดฟอสฟอริก
เป็นสารกระตุ้น และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูและเหล็กภายใต้สภาวะการทดลองที่ควบคุม
เพื่อศึกษาศักยภาพของวัสดุชีวมวลทั้งสองชนิดสําหรับการประยุกต์ใช้ด้านการบําบัดนํ้า
1.2 คําถามการวิจัย
1. ถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าวมีประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูแตกต่างกันหรือไม่
2. ถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าวมีประสิทธิภาพการกําจัดเหล็กจากสารละลายแตกต่างกัน
หรือไม่
3. ภายใต้สภาวะการทดลองที่กําหนด ถ่านกัมมันต์ชนิดใดมีประสิทธิภาพในการดูดซับสารเป้าหมายได้ดีกว่า
1.3 วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อเตรียมถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าวโดยใช้กรดฟอสฟอริกเป็นสารกระตุ้น
2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูของถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว
3. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการกําจัดเหล็กจากสารละลายด้วยถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว
4. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับของถ่านกัมมันต์ทั้งสองชนิดภายใต้สภาวะการทดลองเดียวกัน
สําหรับสารเป้าหมายแต่ละชนิด
1.4 สมมติฐานการวิจัย
ถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าวมีประสิทธิภาพในการดูดซับเมทิลีนบลูและกําจัดเหล็กจาก
สารละลายแตกต่างกัน เนื่องจากวัตถุดิบทั้งสองชนิดอาจให้ถ่านกัมมันต์ที่มีสมบัติทางกายภาพและเคมีแตกต่างกัน
1.5 ขอบเขตการวิจัย
1.5.1 วัตถุดิบ
• ลําต้นผักตบชวา (Water Hyacinth Stems) โดยไม่รวมใบและราก
• ฟางข้าว (Rice Straw)
1.5.2 สารกระตุ้น
• กรดฟอสฟอริก (Phosphoric Acid; H3PO4)1.5.3 สารที่ใช้ศึกษาการดูดซับ
• เมทิลีนบลู (Methylene Blue; MB) ซึ่งเป็นสีย้อมประจุบวกที่ใช้เป็นสารต้นแบบในการศึกษา
ประสิทธิภาพการดูดซับ
• เหล็กในสารละลายที่เตรียมจาก Ferrous sulfate heptahydrate (FeSO4·7H2O) โดยเสนอศึกษา
การกําจัดเหล็กละลายในนํ้า และจะกําหนดรูปแบบเหล็กที่รายงานผลร่วมกับอาจารย์
ที่ปรึกษา หลังตรวจสอบความเหมาะสมของวิธีวิเคราะห์ด้วย UV–Vis
1.5.4 เครื่องมือวิเคราะห์
• เครื่อง UV–Visible Spectrophotometer
1.5.5 ตัวแปรการวิจัย
ตัวแปรต้น
• ชนิดของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตถ่านกัมมันต์ได้แก่ ลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว
ตัวแปรตาม
1. ประสิทธิภาพการกําจัดสารเป้าหมาย (%Removal)
2. ปริมาณการดูดซับต่อหน่วยมวลถ่านกัมมันต์ (mg/g)
ตัวแปรควบคุม
1. สภาวะการเตรียมถ่านกัมมันต์
2. มวลถ่านกัมมันต์
3. ปริมาตรสารละลาย
4. ความเข้มข้นเริ่มต้นของสารเป้าหมาย
5. ระยะเวลาสัมผัส
6. อุณหภูมิ
7. pH ของสารละลาย
1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว
2. ทราบประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูและการกําจัดเหล็กของถ่านกัมมันต์ทั้งสองชนิด
3. ได้ข้อมูลเปรียบเทียบศักยภาพของวัสดุชีวมวลสําหรับใช้เป็นตัวดูดซับ
4. เป็นแนวทางในการเพิ่มมูลค่าฟางข้าวและใช้ประโยชน์จากผักตบชวา
5. เป็นข้อมูลพื้นฐานสําหรับการศึกษาวัสดุดูดซับจากชีวมวลในอนาคตบทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.1 ถ่านกัมมันต์จากชีวมวล
การใช้ถ่านกัมมันต์จากชีวมวลเพื่อกําจัดไอออนเหล็กในสารละลายเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาวัสดุ
ดูดซับจากทรัพยากรธรรมชาติ โดย Jayajothi และคณะ (2017) ได้ศึกษาการดูดซับ Fe(II) ด้วยถ่านกัมมันต์
จากลําต้นพืช Glossocardia linearifolia และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซับ เช่น ปริมาณตัวดูดซับ pH และ
อุณหภูมิ
นอกจากนี้ มีรายงานการศึกษาการกําจัด Fe(II) ด้วยคาร์บอนที่เตรียมจากเมล็ดหว้าจามุนโดยผ่าน
กระบวนการปรับสภาพทางความร้อนและทางเคมี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาวัสดุคาร์บอนจาก
ชีวมวลสําหรับการกําจัดเหล็กในนํ้า
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพการดูดซับขึ้นอยู่กับสมบัติของวัสดุและสภาวะการทดลอง ดังนั้น งานวิจัยนี้จึง
มุ่งศึกษาประสิทธิภาพการกําจัดเหล็กด้วยถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าวภายใต้สภาวะที่ควบคุม
เพื่อเปรียบเทียบศักยภาพของวัสดุทั้งสองชนิด
2.2 การเตรียมถ่านกัมมันต์ด้วยกรดฟอสฟอริก
กรดฟอสฟอริก (H3PO4) เป็นสารที่ใช้ในการกระตุ้นทางเคมีเพื่อพัฒนาโครงสร้างรูพรุนของวัสดุคาร์บอน
โดยสภาวะที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของวัตถุดิบและวิธีการผลิต
Rashwan และ Girgis (2004) รายงานการใช้กรดฟอสฟอริกความเข้มข้น 50% โดยปริมาตร และการให้
ความร้อนจนถึง 500°C โดยคงอุณหภูมิเป็นเวลา 2 ชั่วโมง สําหรับวัตถุดิบฟางข้าวและผักตบชวา
อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบอัตราส่วนสารกระตุ้นต่อวัตถุดิบและรายละเอียดส่วนของผักตบชวา
ที่ใช้ในงานต้นฉบับก่อนนํามาประยุกต์กับการใช้เฉพาะลําต้น
2.3 การดูดซับเมทิลีนบลู
เมทิลีนบลูเป็นสีย้อมประจุบวกที่นิยมใช้ในการศึกษาสมบัติการดูดซับของวัสดุคาร์บอน สามารถติดตาม
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นด้วยเทคนิค UV–Visible Spectrophotometry โดยงาน Rashwan และ Girgis
(2004) ใช้ความยาวคลื่น 664 นาโนเมตร
2.4 การวิเคราะห์เหล็กด้วย 1,10-Phenanthroline
งานวิจัยของ Wongwilai และคณะ (2020) ใช้ปฏิกิริยาการเกิดสารเชิงซ้อนระหว่าง Fe2+
กับ 1,10-Phenanthroline โดยมี Ascorbic acid และ Acetate buffer เป็นส่วนประกอบของระบบวิเคราะห์
และใช้การตรวจวัดสีด้วยกล้อง Webcam
สําหรับงานวิจัยนี้ ผู้วิจัยเสนอประยุกต์หลักการเกิดสารเชิงซ้อนดังกล่าวร่วมกับเครื่อง UV–Visible
Spectrophotometer โดยพิจารณาการตรวจวัดบริเวณความยาวคลื่น 510 นาโนเมตร ทั้งนี้ การใช้ Sodium
acetate monohydrate และสารมาตรฐานเหล็กที่เตรียมจาก FeSO4·7H2O เป็นการดัดแปลงจากงานวิจัยต้นฉบับ จึงจําเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของวิธีวิเคราะห์ก่อนนําไปใช้กับตัวอย่างจากการ
ทดลองดูดซับ2.5 ช่องว่างของงานวิจัย
จากการทบทวนงานวิจัยเบื้องต้น พบว่ามีการศึกษาการเตรียมถ่านกัมมันต์จากฟางข้าวและผักตบชวา
โดยใช้กรดฟอสฟอริกเป็นสารกระตุ้น รวมถึงการศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับสารอินทรีย์ เช่น เมทิลีนบลู อย่างไร
ก็ตาม เอกสารที่ผู้วิจัยได้ศึกษายังให้ข้อมูลไม่เพียงพอสําหรับการเปรียบเทียบถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวา
โดยเฉพาะกับฟางข้าว ในการกําจัดเมทิลีนบลูและเหล็กภายใต้สภาวะการทดลองที่ควบคุมเหมือนกัน
ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจเปรียบเทียบประสิทธิภาพของถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว โดยใช้
กรดฟอสฟอริกเป็นสารกระตุ้น เพื่อศึกษาศักยภาพของวัสดุชีวมวลทั้งสองชนิดในการนํามาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุดูด
ซับสําหรับการบําบัดนํ้า ทั้งนี้จะมีการทบทวนวรรณกรรมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันช่องว่างของงานวิจัยก่อนดําเนินการ
ศึกษา
บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย
3.1 รูปแบบการวิจัย
การวิจัยเชิงทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยเปรียบเทียบถ่านกัมมันต์จากวัตถุดิบสองชนิด ได้แก่
• กลุ่มที่ 1 ถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวา (WHS-AC)
• กลุ่มที่ 2 ถ่านกัมมันต์จากฟางข้าว (RS-AC)
3.2 การเตรียมถ่านกัมมันต์
การเตรียมถ่านกัมมันต์เสนออ้างอิงแนวทางของ Rashwan และ Girgis (2004) ซึ่งใช้ H3PO4
เป็นสารกระตุ้นสภาวะเบื้องต้นที่เสนอให้อาจารย์พิจารณา ได้แก่
• สารกระตุ้น: H3PO4
• ความเข้มข้นจากงานอ้างอิง: 50 vol%
• อุณหภูมิสูงสุดจากงานอ้างอิง: 500°C
• ระยะเวลาคงอุณหภูมิจากงานอ้างอิง: 2 ชั่วโมง
อัตราส่วนสารกระตุ้นต่อวัตถุดิบ สภาวะของเตา และรายละเอียดการเตรียมตัวอย่างต้องกําหนดร่วมกับ
อาจารย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการก่อนดําเนินการจริง
ถ่านกัมมันต์จากทั้งสองวัตถุดิบจะใช้สภาวะการเตรียมเดียวกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพ
การดูดซับได้อย่างเหมาะสม
ตัวแปร สภาวะจาก Rashwan & Girgis (2004) ข้อเสนอสําหรับงานวิจัย
วัตถุดิบ ฟางข้าวและผักตบชวา ฟางข้าวและลําต้นผักตบชวา
สารกระตุ้น H3PO4 H3PO4
ความเข้มข้น 50 vol% เสนออ้างอิง 50 vol%
อุณหภูมิ 500°C เสนออ้างอิง 500°Cตัวแปร สภาวะจาก Rashwan & Girgis (2004) ข้อเสนอสําหรับงานวิจัย
เวลาคงอุณหภูมิ 2 ชั่วโมง เสนออ้างอิง 2 ชั่วโมง
อัตราส่วนสารกระตุ้นต่อ
วัตถุดิบ
ยังไม่ยืนยันจากเอกสารที่มี รออาจารย์พิจารณา
ระบบเตาและบรรยากาศ ต้องตรวจสอบรายละเอียด รอเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ
ยืนยัน
การศึกษานี้เสนอให้ใช้สภาวะการเตรียมถ่านกัมมันต์เดียวกันสําหรับลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว
เพื่อควบคุมผลจากกระบวนการเตรียมและมุ่งเปรียบเทียบผลของชนิดวัตถุดิบ ทั้งนี้ สภาวะที่เสนอเป็นข้อมูลจาก
งานวิจัยอ้างอิง ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากอาจารย์ที่ปรึกษา รวมถึงตรวจสอบความเหมาะสมกับ
อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการก่อนดําเนินการจริง
3.3 การศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลู
• ศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของเมทิลีนบลูก่อนและหลังสัมผัสถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวา
และฟางข้าว
• กําหนดความเข้มข้นเริ่มต้น มวลถ่าน ปริมาตรสารละลาย pH และระยะเวลาสัมผัสจากการทบทวน
งานวิจัยและการพิจารณาของอาจารย์ที่ปรึกษา
• วิเคราะห์ความเข้มข้นเมทิลีนบลูด้วยเครื่อง UV–Vis โดยอ้างอิงความยาวคลื่นประมาณ 664 นาโนเมตร
และใช้กราฟสอบเทียบสําหรับคํานวณความเข้มข้น
3.4 การศึกษาประสิทธิภาพการกําจัดเหล็ก
• ศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของเหล็กก่อนและหลังสัมผัสถ่านกัมมันต์ทั้งสองชนิด
• เสนอใช้ FeSO4·7H2O เป็นสารตั้งต้นสําหรับสารละลายเหล็ก และประยุกต์วิธีวิเคราะห์ด้วย
1,10-Phenanthroline ร่วมกับ Ascorbic acid และ Acetate buffer
สารเคมีที่มีในห้องปฏิบัติการ ได้แก่
1. Ferrous sulfate heptahydrate (FeSO4·7H2O)
2. Ascorbic acid
3. 1,10-Phenanthroline monohydrate
4. Sodium acetate monohydrate (CH3COONa·H2O)
5. Acetic acid 96%
6. นํ้ากลั่นหรือนํ้าปราศจากไอออนการเตรียมสารมาตรฐานใช้งานจาก FeSO4·7H2O และการใช้ sodium acetate แทน ammonium
acetate ถือเป็นการดัดแปลงวิธีจากงานต้นฉบับ จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องของวิธีก่อนนําไปวิเคราะห์ตัวอย่าง
นอกจากนี้ ต้องมีชุดควบคุมที่ไม่มีถ่านกัมมันต์ เพื่อประเมินการลดลงของเหล็กจากปัจจัยอื่น
เช่น การตกตะกอนหรือการเปลี่ยนสภาพทางเคมี
3.5 การออกแบบการทดลองและชุดควบคุม
1. การศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การศึกษาการดูดซับเมทิลีนบลูและ
การศึกษาการกําจัดเหล็ก โดยใช้ถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวา (WHS-AC) และถ่านกัมมันต์
จากฟางข้าว (RS-AC)
2. การทดลองของสารเป้าหมายแต่ละชนิดจะควบคุมความเข้มข้นเริ่มต้น ปริมาตรสารละลาย
มวลถ่านกัมมันต์ pH อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสให้เหมือนกันระหว่างถ่านทั้งสองชนิด เพื่อให้สามารถ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพได้อย่างเหมาะสม
3. เสนอให้มีการทดลองซํ้าอย่างน้อย 3 ซํ้าอิสระต่อสภาวะ และมีชุดควบคุมที่ไม่มีถ่านกัมมันต์เพื่อประเมิน
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นที่ไม่ได้เกิดจากวัสดุดูดซับ
4. สําหรับการวิเคราะห์เหล็ก จะพิจารณาปัจจัยการเปลี่ยนรูปของเหล็กและการตกตะกอนร่วมด้วย
เพื่อให้สามารถแยกการลดลงของความเข้มข้นจากกระบวนการดูดซับออกจากกระบวนการอื่นได้
5. ค่าความเข้มข้นเริ่มต้น มวลถ่านกัมมันต์ ระยะเวลาสัมผัส และ pH ที่ใช้จริงจะกําหนดจากงานวิจัย
สนับสนุนและผ่านการพิจารณาของอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนดําเนินการทดลอง3.6 การคํานวณประสิทธิภาพการดูดซับ
3.6.1 ประสิทธิภาพการกําจัดสาร (%Removal)
%Removal = [(C0 – Ce) / C0] × 100
3.6.2 ปริมาณการดูดซับที่สมดุล
qe = [(C0− Ce)V] / m
เมื่อ
• C0คือ ความเข้มข้นเริ่มต้นของสารละลาย (mg/L)
• Ce คือ ความเข้มข้นของสารละลายที่สมดุล (mg/L)
• V คือ ปริมาตรสารละลาย (L)
• m คือ มวลถ่านกัมมันต์ (g)
• qe คือ ปริมาณการดูดซับที่สมดุล (mg/g)
การรายงานค่า qe จะใช้เมื่อมีหลักฐานเพียงพอว่าการลดลงของความเข้มข้นเกิดจากกระบวนการดูดซับ
โดยเฉพาะกรณีของเหล็กซึ่งอาจเกิดการตกตะกอนร่วมด้วย
3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล
นําผลการทดลองมาคํานวณค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประสิทธิภาพการกําจัดและปริมาณการดูดซับ
เปรียบเทียบผลของถ่านกัมมันต์จากลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว และเลือกใช้วิธีวิเคราะห์ทางสถิติให้เหมาะสมกับ
จํานวนกลุ่มและรูปแบบการทดลองที่กําหนดบทที่ 4 แผนการดําเนินงาน
กิจกรรม เดือน 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน 4
1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ✓
2. กําหนดสภาวะการเตรียมถ่านและตรวจสอบความพร้อมของ
ห้องปฏิบัติการ
✓
3. พัฒนาและตรวจสอบวิธีวิเคราะห์Fe และ MB ✓ ✓
4. เตรียมและตรวจสอบคุณภาพถ่านกัมมันต์ ✓
5. ศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับ Fe และ MB ✓ ✓
6. วิเคราะห์ข้อมูลและเปรียบเทียบผล ✓ ✓
7. สรุปผลและจัดทํารายงานวิจัย ✓
การดําเนินงานวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับเมทิลีนบลูและเหล็กของถ่านกัมมันต์ที่เตรียมจาก
ลําต้นผักตบชวาและฟางข้าว กําหนดระยะเวลาดําเนินงานเบื้องต้น 4 เดือน โดยเริ่มจากการศึกษาเอกสารและ
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การกําหนดสภาวะการเตรียมถ่านกัมมันต์ การพัฒนาและตรวจสอบวิธีวิเคราะห์สารเป้าหมาย
การเตรียมถ่านกัมมันต์ การศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับ ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูล
และจัดทํารายงานวิจัย
ทั้งนี้ ระยะเวลาดําเนินงานอาจปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ปรึกษา ความพร้อมของ
เครื่องมือและห้องปฏิบัติการ รวมถึงผลการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์ก่อนการทดลองจริง