tci_admin,+Journal+manager,+93-104

Published on Sep 23, 2026

tci_admin,+Journal+manager,+93-104

tci_admin,+Journal+manager,+93-104 - Document to Flipbook

Published on Sep 23, 2026

Description:

93 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in assisting and caring the Earthquake victims in Nepal ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 บทคัดย่อ การถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ (M-MERT) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ ปัญหาและข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานของชุด M-MERT ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาลเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มบุคลากรของชุด M-MERTโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์กรมแพทย์ทหารบก จ�ำนวน 14 คน สรุปผลการวิจัย 1. ด้านประสบการณ์และความประทับใจได้แก่ 1) ท�ำงานเชิงรุก เน้นความยืดหยุ่น คล่องตัว และปรับตัวตามสถานการณ์2) ให้การพยาบาลด้วยหัวใจสร้างก�ำลังใจและรอยยิ้มให้แก่ผู้ประสบภัยและ 3)สร้างความภาคภูมิใจ ให้แก่ตนเอง หน่วยงาน และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ2.ด้านปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน ได้แก่1) พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิด ภัยพิบัติซ�้ำ การเดินทางไม่ปลอดภัย ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง 2) การติดต่อสื่อสารมีปัญหา ยาและเวชภัณฑ์ไม่เพียง พอ เครื่องมืออุปกรณ์ไม่สะดวกต่อการใช้งาน 3) การมอบหมายภารกิจไม่ชัดเจน เข้าถึงพื้นที่ล่าช้า ขาดการหมุนเวียนก�ำลังพล และ3.ด้านแนวทางการพัฒนาชุด M-MERTของกรมแพทย์ทหารบกได้แก่การเตรียมความพร้อมของบุคลากรจัดท�ำแผนงานด้าน ภัยที่ภัยพิบัติที่ต่อเนื่องวางแผนอัตราก�ำลังพล พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และจัดท�ำคู่มือการปฏิบัติงาน จัดระบบส่งก�ำลังบ�ำรุง ที่มีประสิทธิภาพ จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและเหมาะสม การดูแลสวัสดิการก�ำลังพลจัดท�ำฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนบุคลากร และผู้เชี่ยวชาญของชุด M-MERT จัดช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เครื่องมือสื่อสารมีความทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน ก�ำหนดผู้รับผิดชอบในการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน จัดระบบข้อมูลและการข่าวที่ถูกต้อง พัฒนาศักยภาพด้านการพยาบาลทางยุทธวิธี ให้การพยาบาลโดยค�ำนึงถึงความแตกต่างทางด้านเพศ วัฒนธรรม ความเชื่อและภาษา พัฒนาศักยภาพด้านภาษาของบุคลากรทุก ระดับ และวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ก่อนการออกปฏิบัติงาน ค�ำส�ำคัญ: ชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ, ภาวะภัยพิบัติ, แผ่นดินไหว Abstract This research was tostudytheLessonlearned of Military MedicalEmergencyResponseTeam(M-MERT) inassisting the Earthquake victims in Nepal. The purpose was tostudy experiences, problems, and suggestions from M-MERT in rescue of people faced with earthquake in Nepal. This was qualitative study and collecting data by in-depth interview and focus group discussion with 14 persons of M-MERT. The results of the study ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in Assisting and Caring The Earthquake Victims in Nepal ชญาลักษณ์ สิริภักดีกาญจน์1 ธิติรัตน์ กสิวิวัฒน์2 Chayaluck Siripukdeekan1 Tithirat Kasiwiwat2 1 วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก, กรุงเทพฯ ประเทศไทย 10400 1 The Royal Thai Army Nursing College, Bangkok Thailand 10400 2 โรงพยาบาลค่ายสุรสีห์, กาญจนบุรี ประเทศไทย 71190 2 Fort Surasri Hospital, Kanchanaburi Thailand 71190 Corresponding Author: *Email: [email protected] 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 93 4/11/61 BE 10:26 AM94 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 were as following: 1. Experience and impression of M-MERT including 1) Proactiveness, workforce flexibility and situation change adaptation 2) Providing humanized health care, encouragement and created a smile with the victims. 3) Build self-esteem of personnel, promote the organization’s reputation and improve international relations. 2. Problem was encountered M-MERT’s operations: 1) The operation area was a vulnerable area to recurrence, dangerous transportation and the health care was insufficient for all victims. 2) Lossof communicationsystem; pharmaceutical and medical supplies wereinadequate; medicalequipment could not be used in the disaster area. 3) M-MERT’s assignment was unclear; a delay into the field occurred and lacked of redeployment. 3. Suggestions regarding practice guidelines for developing M-MERT: Preparation of personnel, disaster planning was a continuous systematic plan, staffing plan, improve medical innovations for disaster, issue best practice guidelines for M-MERT, provided efficient logistics system, appropriate budget allocation, welfare care, Set up a registration system of professionals, set up various communication channels, communication tools was up-to-date and easy to use, determined who was responsible for providing information to the mass media, Organize accurate information management, developed tactical nursing potential, provided nursing care with regard to gender, culture, belief and language, improved the linguistic potential of personnel at all levels, and analyze and evaluated the situation before leaving. Keywords: Military Medical Emergency Response Team, Disaster, Earthquake. บทนำ กรมแพทย์ทหารบกมีนโยบายให้โรงพยาบาลใน สังกัดกองทัพบก จัดตั้งชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ (Military Medical Emergency Response Team: M-MERT) โดยมี การพัฒนาหลักสูตรตามความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งบุคลากรในชุด M-MERT ต้องผ่านการฝึกอบรมและฝึกซ้อม มีขีดความสามารถในการเข้าพื้นที่ประสบภัยการบริหารจัดการ สถานการณ์ การคัดแยกประเภทผู้ป ่วย การปฐมพยาบาล และการตรวจรักษาโรคทั่วไปในกลุ่มผู้ป่วยนอกได้อย่างน้อย 100 ราย/วัน การดูแลรักษาผู้ป ่วยตามล�ำดับความรุนแรง การช่วยชีวิตขั้นสูง (Advance life support) การแจกยาขั้น พื้นฐาน การเตรียมผู้ป่วยเพื่อการส่งกลับ รวมทั้งการประสาน การล�ำเลียงผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทางได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งต้องสามารถด�ำรงชีพได้ด้วยตนเอง โดยไม่รบกวน ทรัพยากรของท้องถิ่นและสามารถปฏิบัติภารกิจได้ต่อเนื่องไม่ น้อยกว่า 72 ชั่วโมง เมื่อได้รับการสั่งการจากผู้บังคับบัญชา สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้ภายใน 6-12ชั่วโมงชุด M-MERT 1 ชุด ประกอบด้วยก�ำลังพลจ�ำนวน 16 นาย พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ยา เวชภัณฑ์ยุทโธปกรณ์และยาน พาหนะ1 ซึ่งกรมแพทย์ทหารบกมีภารกิจสนับสนุนบริการด้าน สายแพทย์ให้แก่หน่วยในกองทัพบก โดยให้หน่วยขึ้นตรงต่อ กรมแพทย์ทหารบกสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามความมุ่งหมาย ของกองทัพบก รวมทั้งการปฏิบัติการช ่วยเหลือประชาชน และผู้ประสบภัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบรุนแรง คือภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสินามิเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ประเทศเนปาลเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว วัดขนาดได้ 7.8 มาตราริกเตอร์ บริเวณที่ได้รับผลกระทบหนักคือเมือง GorkhaและเมืองLanjung นับเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุด ของประเทศเนปาล2 และเกิดแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) มากกว่า 100 ครั้ง อีกทั้งยังเกิดแผ ่นดินไหวซ�้ำในวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ขนาด 7.3 มาตราริกเตอร์ ผลกระทบ ของแผ่นดินไหวท�ำให้เกิดการสูญเสียชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บและ ไร้ที่อยู่อาศัยจ�ำนวนมาก การช่วยเหลือเข้าไปไม่ถึงเนื่องจาก พื้นที่เกิดเหตุอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ความรุนแรงของเหตุภัยพิบัติ ดังกล่าว เกินขีดความสามารถของหน่วยงานภายในประเทศ เนปาลจะรับมือได้รัฐบาลเนปาลจึงร้องขอความช ่วยเหลือ ทางมนุษยธรรมจากนานาประเทศ หลังจากได้รับการร้องขอ นานาชาติต่างระดมทรัพยากรทุก ๆ ด้านเข้าให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชาวเนปาล รวมทั้งประเทศไทย โดยรัฐบาลไทยได้ ระดมทุนบริจาคจากประชาชนชาวไทยร่วมส่งน�้ำใจไปช่วยเหลือ 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 94 4/11/61 BE 10:26 AM95 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in assisting and caring the Earthquake victims in Nepal ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 ผู้ประสบภัยและสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขและกองทัพ จัดส่งทีมแพทย์และชุดบรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจเข้าช่วย เหลือ โดยกองทัพไทยได้จัดก�ำลังพลชุดช ่วยเหลือฟื้นฟู ชุดสื่อสารชุดค้นหาและชุดปฏิบัติงานช่างจากหน่วยบัญชาการ ทหารพัฒนา และกองทัพบกจัดชุดประเมินสถานการณ์ ชุดทหารช่างผลิตน�้ำประปา และชุด M-MERT โดยกรมแพทย์ ทหารบกและโรงพยาบาลค ่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดก�ำลังพลชุด M-MERT แบบหย่อน ก�ำลัง จ�ำนวน 14 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการ สรุปยอดก�ำลังพลที่ เข้าร่วมปฏิบัติช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสิ้น 67 นายเดินทางโดย เครื่องบินล�ำเลียงแบบ C-130H ของกองทัพอากาศเพื่อปฏิบัติ ภารกิจตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 โรงพยาบาลค ่ายสุรสีห์ ได้รับภารกิจจัดตั้งชุด M-MERT เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวประเทศ เนปาล โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการปฏิบัติการ ในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก แม้ว่าบุคลากรในทีมจะผ่าน การฝึกซ้อม ฝึกอบรมด้านภัยพิบัติมาเป็นอย่างดีแต่การปฏิบัติ งานในต่างแดนย่อมพบปัญหาและข้อขัดข้อง เช่น การสั่งการ และข้อมูลข่าวกรองของพื้นที่ประสบภัยไม่ชัดเจน ท�ำให้การจัด เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือยาและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอการเข้าถึง พื้นที่ล่าช้าท�ำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ปัญหา ด้านการส่งก�ำลังบ�ำรุงในการเคลื่อนย้ายสิ่งอุปกรณ์ข้อจ�ำกัดด้าน น�้ำหนักในการขนส่งทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับการทบทวน วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง พบว ่าการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ ฉุกเฉินในต่างประเทศที่ปฏิบัติงานในภาวะภัยพิบัติพบปัญหา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไม่มีความยืดหยุ่นและขาดความคล่อง ตัว ระบบและเครื่องมือติดต ่อสื่อสารไม ่เพียงพอ3 ขาดการ ประสานงานระหว ่างหน ่วยงานรัฐบาลและเอกชน การให้ ความช่วยเหลือด้านรักษาพยาบาลและปฐมพยาบาลไม่ทั่วถึง การเข้าถึงพื้นที่ของชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินล่าช้า เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการฉุกเฉินมีไม่เพียงพอ ขาดการเตรียมความพร้อมด้าน ภัยพิบัติของหน่วยงานท้องถิ่น4 จากข้อมูลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการถอดบท เรียนการปฏิบัติงานของชุด M-MERTในการช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาล โดยใช้วิธีการวิจัยแบบถอดบท เรียนเมื่อสิ้นสุดโครงการเพื่อสกัดความรู้และประสบการณ์การ ปฏิบัติงานของบุคลากรที่เข้าร่วมปฏิบัติการชุด M-MERT เพื่อ ให้เห็นภาพกระบวนการ วิธีการปฏิบัติงาน ปัจจัยที่ท�ำให้เกิด ความส�ำเร็จและแนวทางปฏิบัติที่ท�ำให้เกิดความส�ำเร็จรวมถึง แนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และใช้ระเบียบวิธีการ วิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยาการตีความของข้อมูล เพื่อค้นหา ความจริงที่ได้รับจากการปฏิบัติงานของชุด M-MERT เป็นการ สะท้อนความรู้สึกของปรากฏการณ์ดังกล่าว ตามมุมมองของ ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และมีประสบการณ์ตรง ซึ่งข้อมูลที่ได้จาก การวิจัยสามารถน�ำไปพัฒนาและปรับปรุงการจัดชุด M-MERT ของกรมแพทย์ทหารบกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในทีมให้สามารถปฏิบัติงานได้ทุก สถานการณ์ของภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อศึกษาประสบการณ์ปัญหาและข้อเสนอแนะ จากการปฏิบัติงานของชุด M-MERT ในการช่วยเหลือ และ รักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล 2. เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการเตรียมความพร้อม ชุด M-MERT ของกรมแพทย์ทหารบกให้มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยฉบับนี้เป็นการถอดบทเรียนเมื่อสิ้นสุด โครงการ (Retrospect Lesson Learned) ใช้ระเบียบวิธีการ วิจัยแบบปรากฏการณ์วิทยาการตีความของข้อมูล โดยถอด ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล การวิจัยใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง(Purposivesampling) โดยก�ำหนดผู้ให้ข้อมูลหลักคือผู้ปฏิบัติงานในชุด M-MERT ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติประเทศเนปาล ระหว่าง วันที่ 28 เมษายน-12 พฤษภาคม 2558 ประกอบด้วย 1) ฝ่าย อ�ำนวยการ 1 คน 2) แพทย์2 คน 3) พยาบาลวิชาชีพ 4 คน และ 4) นายสิบพยาบาล 7 คน รวมทั้งสิ้น 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แบบ สัมภาษณ์และการบันทึกเสียง โดยสร้างแนวค�ำถามปลายเปิด แบบกึ่งโครงสร้างประกอบด้วย 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่1 ข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ชื่อ-สกุล ต�ำแหน่ง หน่วยงาน. ประสบการณ์ท�ำงานในภาวะฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ วุฒิการศึกษา หรือการศึกษาอบรมเพิ่มเติมด้านภัยพิบัติ ตอนที่2แบบสัมภาษณ์ด้วยค�ำถามปลายเปิดจ�ำนวน 3 ข้อ ได้แก่ 1) ประสบการณ์การปฏิบัติงานชุด M-MERT 2) ปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของชุด M-MERT และ 3) แนวทางการพัฒนาชุด M-MERT ของกรมแพทย์ทหาร บกที่มีประสิทธิภาพ 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 95 4/11/61 BE 10:26 AM96 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 การพิทักษ์สิทธิ์ผู้ให้ข้อมูลการวิจัย ผู้วิจัยด�ำเนินการพิทักษ์สิทธิ์ของกลุ่มตัวอย่างคัดเลือก ผู้เชี่ยวชาญตามความยินยอมและสมัครใจ ในการให้ข้อมูลการ วิจัย โดยได้รับการอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพิจารณา โครงการวิจัยกรมแพทย์ทหารบกเลขที่ IRB/RTA 1472/2558 ชี้แจงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามในเอกสารยินยอม เข้าร่วมการวิจัย ผู้ให้ข้อมูลสามารถยุติการเข้าร่วมการวิจัยได้ ตลอดเวลา โดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ท�ำการวิเคราะห์ข้อมูล และรายงานผลการวิจัยเป็นภาพรวม เก็บข้อมูลเป็นความลับ ไม่มีการอ้างอิงชื่อบุคคลรวมทั้งเก็บท�ำลายหลักฐานการบันทึก เทปและเอกสารแบบสอบถามหลังจากเสร็จสิ้นการวิจัย การเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ใช้วิธีการศึกษาและวิเคราะห์เอกสารงานวิจัย และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Documentary Analysis) เพื่อ สร้างข้อค�ำถามการวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนา กลุ่ม (Focus Group Discussion) กับผู้ให้ข้อมูลกลุ่มนายสิบ พยาบาลจ�ำนวน 2 กลุ่ม ใช้เวลากลุ่มละประมาณ 2 ชั่วโมง และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) กับ ผู้ให้ข้อมูลกลุ่มฝ่ายอ�ำนวยการ แพทย์และพยาบาล จ�ำนวน 7 คน ใช้เวลาสัมภาษณ์คนละ 45-60 นาทีน�ำข้อมูลที่ได้มา วิเคราะห์โดยการจ�ำแนกชนิดข้อมูล (Typological Analysis) และการเปรียบเทียบเหตุการณ์ (Constant Comparison) โดยการจัดหมวดหมู่ จ�ำแนกข้อความให้เป็นระบบ เพื่อสกัด ความรู้และประสบการณ์การปฏิบัติงานของบุคลากรที่เข้าร่วม ปฏิบัติการชุด M-MERT ผลการวิจัย 1. ข้อมูลทั่วไป บุคลากรชุด M-MERT ประกอบด้วย ฝ่ายอ�ำนวยการ 1 คน แพทย์2 คน พยาบาลวิชาชีพ 4 คน และ นายสิบพยาบาล 7 คน รวมทั้งสิ้น 14 คน เป็นการจัดทีม แบบหย่อนก�ำลัง แบ่งเป็นชาย 10 คน หญิง 4 คน อายุเฉลี่ย 37.57±7 ปีสถานภาพโสด 2 คน และสมรส 12 คน บุคลากร ทุกคนผ่านการฝึกซ้อมและฝึกอบรมด้านภัยพิบัติและบุคลากร ร้อยละ 71 ไม่เคยมีประสบการณ์การปฏิบัติงานชุด M-MERT ในต่างประเทศ 2. สรุปผลการวิจัยเป็น 3 ประเด็นหลักดังนี้ ประเด็นที่1.ด้านประสบการณ์และความประทับ ใจของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุได้แก่ 1.1 ท�ำงานเชิงรุก เน้นความยืดหยุ่น คล่องตัว และปรับตัวตามสถานการณ์ ชุด M-MERTโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ได้รับค�ำสั่ง ให้ออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติประเทศเนปาล โดยออกเดินทางในวันที่28 เมษายน 2558และเริ่มปฏิบัติงาน ในวันที่29 เมษายน 2558 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจาก 72 ชั่วโมง แรกของการภัยพิบัติแผ่นดินไหว ท�ำให้การปฏิบัติงานของชุด M-MERTต้องมีการปรับเป็นการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และ ชุดแพทย์เดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน กลุ่มโรคที่พบส่วนใหญ่คือ โรคระบบทางเดินหายใจระบบทางเดินอาหารและระบบกล้าม เนื้อสมาชิกในทีมรู้บทบาทหน้าที่ เรียนรู้การท�ำงานร่วมกันเป็น ทีม ประสานงาน แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการปรับตัวตาม สถานการณ์ รวมทั้งรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับการดูแลอย่างดีจาก สถานทูตไทยในประเทศเนปาล ดังค�ำกล่าวต่อไปนี้ “ก่อนปฏิบัติงานต้องมีการเช็คสภาพความพร้อม ของอุปกรณ์เครื่องมือ วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติงาน เช่น เนปาล สภาพเหตุการณ์เป็นอย่างไร มีน�้ำ มีไฟฟ้าไหม ระบบไฟเป็นแบบ ไหน เครื่องมือใช้กับก�ำลังไฟบ้านเขาได้ไหม เราเตรียมเครื่อง ปั่นไฟไปด้วย จะได้มีไฟไว้ใช้งาน” (NCO.3) “การ Load สิ่งอุปกรณ์ เราจะมี List รายการ ว่าในแต่ลังมีอะไรมาบ้างเพื่อป้องกันการสับสน เวลาหยิบก็หยิบ ได้เลย ไม่มั่ว ไม่งง และระบุเลขประจ�ำลัง 1 2 หรือ 3 แล้วก็จะ ระบุน�้ำหนักของแต่ละชิ้นว่าหนักเท่าไร จะได้รู้ว่า ในแต่ละลัง มีน�้ำหนักเท่าไร และจะได้รู้น�้ำหนักรวม มันก็จะสะดวกขึ้นครับ” (NCO.7) “ประสบการณ์จากการฝึก ท�ำให้เรามีบัญชี รายการ การประมาณการงบประมาณ สิ่งอุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ ที่ส�ำคัญ ค่าเดินทาง จ�ำนวนสมาชิกในทีม เราก็หยิบมันขึ้นมา Revise น�ำประสบการณ์ที่ได้มาใช้ในสถานการณ์จริง...เมื่อจบ งาน ผมก็ต้องมาสรุปรายงานในแต่ละวัน สรุประยะเวลาในการ ปฏิบัติงานของทีม MERT จ�ำนวน 11 วัน มีผู้ป่วยที่มาใช้บริการ ประมาณ 4,000 กว่าคน…ช่วงที่เราไป เราไม่ได้เจอคนไข้กลุ่ม วิกฤต เราก็ต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภารกิจ ที่ไปจึงเหมือนกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มากกว่า ซึ่งเราก็มีหน้าที่ แตกต่างกันออกไป คือเมื่อพิจารณาลักษณะภูมิประเทศของ เนปาล เป็นพื้นที่ภูเขาสูง หมู่บ้านอยู่ห่างไกล คนที่ป่วยเจ็บเขา อยู่บนเขา ลงมาขอความช่วยเหลือไม่ได้ และชุดแพทย์ทหารของ เรา เป็นชุดขนาดเล็ก มีความคล่องตัวในการเคลื่อนย้ายและเดิน ทาง เราก็เสนอตัวจัดตั้งชุดแพทย์เดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน” (Commander.1)” 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 96 4/11/61 BE 10:26 AM97 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in assisting and caring the Earthquake victims in Nepal ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 “พอเราไปถึงพื้นที่ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยค่ะ เรา คิดว่าไม่มีน�้ำไม่มีไฟ ต้องนอนเต็นท์ เราก็พยายามเตรียมอุปกรณ์ ด�ำรงชีพของเราไปให้เพียงพอ แต่พอไปเจอสถานการณ์จริง มันดี กว่าที่คิดค่ะ พักอาศัยที่สถานทูตซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี แต่คน เยอะมาก อย่างวันแรกคนเต็มบ้านไปหมด เราก็ออกมากางเต็นท์ นอนนอกบ้าน อากาศหนาวมาก ไม่ถึง 10 องศามั้งค่ะ พูดแล้ว ควันออกปากเลยค่ะ ฝนก็ตก”(Nurse.3) “ฝ่ายอ�ำนวยการ เขาจะไปประชุมรับมอบภารกิจ และมาชี้แจงเราต่อ ว่าเราต้องออกไปหมู่บ้านไหน ระยะทาง มี ประชากรเท่าไร เช่นถ้ามีกลุ่มเด็กเยอะ เราก็จะเตรียมยา ประเภทยาน�้ำไปเยอะหน่อย ถ้าเราตั้งเต็นท์ไม่ได้ เราก็จะเอายา ใส่เป้ และเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ ที่เราไม่สามารถตั้งจุด Center ได้ แบ่งเป็น 4 ทีม ตามจ�ำนวนพยาบาล และมี Medic ประจ�ำ ทีม 2 คน เดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ถ้าเราวิเคราะห์พื้นที่แล้ว ว่า เหมาะสม ชาวบ้านสามารถเดินออกมาหาเราได้ เราก็จะตั้ง หน่วยแพทย์ ก็พิจารณาตามภูมิประเทศค่ะ” (Nurse.1)” “เราเดินเข้าไปแจกยาตามบ้าน เพราะผู้ประสบ ภัยเป็นผู้สูงอายุ เดินออกมาไม่ได้ เราเดินเข้าไปตามบ้านเลย ต้องเข้าไปในซอย แม้ว่ามันจะเหนื่อย แต่มันก็คุ้ม คือเราได้ใจ เขา เขาไว้ใจเรา...ไปท�ำงานครั้งนี้ ทุกคนรักกันดี เหมือนพี่น้อง กันครับ” (NCO.1) 1.2 ให้การพยาบาลด้วยหัวใจ สร้างก�ำลังใจ และรอยยิ้มให้แก่ผู้ประสบภัย ผู้ให้ข้อมูลกล ่าวว ่า สมาชิกในทีมทุกคนก็มี ความเต็มใจ เต็มที่ในการปฏิบัติงาน มีความเอื้ออาทรต่อกัน สร้างบรรยากาศที่ดีในการท�ำงาน ผู้บังคับบัญชามีภาวะผู้น�ำ เป็นตัวอย ่างที่ดีร ่วมทุกข์ร ่วมสุขกัน แม้ว ่าจะเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้าหรือเจ็บป่วย แต่ทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็ม ก�ำลังความสามารถ “ในทีม M-MERT ของเรา มี ผอ.โรงพยาบาลไป ด้วย แต่ทุกคนก็ช่วยกันท�ำงานเหมือนกันหมด ช่วยกันแบกของ ขนของ ผอ.เอง ก็ยังมาช่วยยกของ เวลาออกหน่วย เราต้องเอา อุปกรณ์ไปเอง เต็นท์ก็แบกไป กางเอง หามเอง เหนื่อยนะคะ แต่ก็ท�ำกันด้วยใจล้วนๆ เลยค่ะ” (Nurse.4) “คนที่ไปท�ำงานครั้งนี้ ไม่มีใครซึมเศร้าเลย มีแต่ คนเฮฮา พี่ว่าบรรยากาศการท�ำงานมันส�ำคัญมากน่ะ คือคนที่ เขาท�ำงานเป็น เขาจะสร้างบรรยากาศการท�ำงานให้มีความสุข มันท�ำให้เราไม่รู้สึกกดดัน คือถ้างานมันเครียดแล้ว ยังรู้สึกกดดัน อีก มันก็เหนื่อย แต่ครั้งนี้เหมือนจะเหนื่อย แต่ก็ไม่เหนื่อยมาก ข้าวไม่ได้กิน พวกเราก็ไม่มีใครบ่น ทุกคนอยากท�ำงาน อยาก ช่วยเขา คนเนปาลดูน่าสงสาร เขามีความไว้เนื้อเชื่อใจเรา และ มองเราเป็นมิตร และเป็นคนที่มาช่วยเหลือเขา” (Nurse.1) การปฏิบัติงานในพื้นที่จะพบผู้ประสบภัยที่ได้รับ ผลกระทบทางด้านจิตใจ มีแววตาเศร้าหมอง ทุกข์ใจจากการ สูญเสีย การให้ความช่วยเหลือจึงเน้นการดูแลแบบองค์รวม ให้การพยาบาลด้วยหัวใจ โดยค�ำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์รวมทั้งมีการศึกษา วัฒนธรรมและภาษาของประชาชนในประเทศเนปาลใน อินเตอร์เน็ตก่อนออกปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถเข้าถึงจิตใจ และความรู้สึกของผู้ประสบภัย การแสดงออกที่สื่อถึง การให้เกียรติและเคารพในความแตกต่างของภาษา ความเชื่อ และทัศนคติเพื่อให้ผู้ประสบภัยมีความไว้วางใจ เชื่อใจ และให้ ความร่วมมือในการรักษาและมีการปฏิบัติการจิตวิทยาร่วมด้วย เพื่อสร้างรอยยิ้มและบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน ด้วยความเต็มใจและเสมอภาคจัดบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม เพื่อลดความขัดแย้ง แม้ว่าการปฏิบัติงานจะมีปัญหาด้านการ สื่อสารหรือภาษา แต่ผู้ปฏิบัติงานก็พยายามสื่อสารด้วยภาษา กายแววตา ท่าทางที่แสดงออกถึงการให้ก�ำลังใจความเป็นมิตร และการเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่หวังผลประโยชน์ดังค�ำกล่าวต่อ ไปนี้ “ครั้งนี้เป็นการท�ำงานต่างประเทศครั้งแรกของ ผม เห็นเขาต้องการความช่วยเหลือ อยู่แบบอดอยาก สภาพบ้าน เมืองเขา แลดูไม่ค่อยสะอาด เห็นครั้งแรก รู้สึกท้อครับ แววตา เขาเศร้า แบบไม่ค่อยดีอ่ะครับ สงสารเขา เขาล�ำบากต้องนอน กลางดินกินกลางทราย เมื่อเราไปถึง เราก็อยากช่วยเขาให้เต็ม ที่ แม้ว่าจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เราก็แสดงสีหน้า แววตา ภาษา กายให้เขารู้ว่า เรามาเพื่อช่วยเหลือเขา” (NCO.6)” “เราหาข้อมูลว่าวัฒนธรรมของเนปาลเขาเป็น แบบไหน ซึ่งผู้ชายจะถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงไม่ค่อยได้ เพราะว่า เขาเป็นอิสลาม ในทีมเรามีพยาบาล ไปแค่ 4 คน เราจะต้องบอก น้อง Medic ผู้ชายว่า ถ้าเป็นผู้หญิง ให้เรียกพยาบาล อย่าไปถูก เนื้อต้องตัวเขา และเขาใช้การไหว้เราก็พูดว่า “นมัสเต” ซึ่งแปล ว่า สวัสดี ก็ท�ำให้เขายิ้มได้” (Nurse.2) “เรามีการลงมวลชนไปตัดผม คือเราไม่รู้ว่า ประเพณีที่บ้านเขา ถ้ามีงานศพ เขาจะไว้ผมตรงกลางเพื่อ เป็นการไว้ทุกข์ แล้วเราไปตัดของเขาออก เขาก็ไม่พอใจ เราก็ รีบขอโทษเลย เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ การแสดงออกถึง ท่าทางที่ท�ำให้เขารู้ว่า เรารู้สึกผิดและไม่ได้เจตนา เรามี ปจว. 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 97 4/11/61 BE 10:26 AM98 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 ด้วย แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ผมรู้สึกมีความสุขนะ” (NCO.4)” “ผู้ป่วยมีผื่นแดงขึ้นแดงไปทั้งตัวเลยค่ะ ถ้าเป็น ภาวะปกติ เราคงบอกเขา ให้อาบน�้ำทุกวัน แต่นี่เขาไม่มีน�้ำ แม้แต่น�้ำดื่มก็ไม่มี อากาศหนาวมาก เขาไม่ค่อยมีเสื้อผ้า เราก็ให้ ค�ำแนะน�ำอย่างอื่น เช่นให้ลูบน�้ำ หาผ้าสะอาดมาเช็ดตัว และ ทายาที่เราให้ไป ช่วยประคับประคองทั้งร่างกายและจิตใจ บางคนมีแววตาเศร้า เราก็ไปกุมมือเขาไว้ ก็ไม่ได้พูดอะไรค่ะ และพยายามมองหน้า สบตาสื่อให้เขารู้สึกว่า เราเห็นใจเขา ท�ำ ทุกอย่างเท่าที่ท�ำได้ ให้พวกเขาได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ บางครั้งเมื่อเสร็จงานก็จะไปเล่น ไปพูดคุยกับเขา เราเรียกว่า Smiling Operation หรือภารกิจติดยิ้ม คือท�ำอะไรก็ได้ ให้พวก เขามีรอยยิ้ม” (Nurse.3) 1.3 สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง หน่วยงาน และความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ผู้ให้ข้อมูลมีสีหน้ายิ้มแย้ม แววตาในการบอกเล่า เรื่องราวเปี่ยมไปด้วยความสุขกับการเป็นผู้ให้ได้เห็นแววตา แห่งความหวังของผู้ประสบภัย การสัมผัสมือแทนค�ำขอบคุณ เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจ แม้ว่าการปฏิบัติงานจะมีความ เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทุพลภาพ แต่ทุกคนก็มีขวัญก�ำลัง ใจปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อดทนและกล้าหาญ สมเกียรติ ของหน่วยแพทย์ทหารชุดแรกที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย ความภาคภูมิใจของหน่วยงานคือ เป็นการพัฒนาศักยภาพของ บุคลากรในทีม ให้มีองค์ความรู้และได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการปฏิบัติงานจริง น�ำความรู้ที่ได้มาพัฒนาปรับปรุงทีม MERT ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งผลการปฏิบัติงานได้รับ การยอมรับและชมเชยจากผู้บังคับบัญชาและหน ่วยงานที่ เกี่ยวข้องรวมทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์อัน ดีระหว่างประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตาม หลักสิทธิมนุษยชน ดังค�ำกล่าวต่อไปนี้ “ผมคิดว่าการไปท�ำงานครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดี ของทีม MERT ไทย ที่ได้ไปปฏิบัติงานในระดับนานาชาติ สิ่งที่ ได้รับคือน้องๆ ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ ต่อไปก็จะได้พัฒนา ทีมให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น...การท�ำงานในพื้นที่ภัยพิบัติ ย่อม มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่า คนที่ท�ำงานตรงนี้ เขามีใจที่ จะท�ำ เขาภูมิใจที่ได้ท�ำงาน แม้รู้ว่าอาจจะไม่มีทางได้กลับมา ทุก คนมีความกลัว แต่บนพื้นฐานของความกลัว ทุกคนมีใจที่เสีย สละ การไปท�ำงานครั้งนี้ ไปในนามของประเทศไทย ก็เหมือน การรับใช้ชาติ ถ้าการไปช่วยเหลือผู้อื่นแล้วต้องเสียชีวิต ตายแล้ว มีธงชาติคลุมศพ กับตายแล้วมีหนังสือพิมพ์คลุมหน้า ผม ก็เลือกที่จะท�ำงานนี้นะ เพราะมันเป็นความภาคภูมิใจ โชคดีที่ ครอบครัวของผม เขาเข้าใจ ผมเลยไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง การไปครั้งนี้ ผมถือเป็นภารกิจอันทรงคุณค่าครับ” (Commander.1)” “หลังจากได้รับค�ำสั่ง ช่วงแรกก็ฮึกเหิม ใจเกิน ร้อย อยากใช้ความรู้ที่เรียนมา เราเป็นทหาร สั่งไปไหนก็ต้องไป แต่พอเล่าให้คนในครอบครัวฟัง เขาก็เป็นห่วง กลัวได้รับอันตราย เราก็เริ่มหวั่น แต่ก็ไม่ถอยและไม่ถอนตัวค่ะ อยากไปท�ำงานค่ะ รู้สึกภูมิใจที่ได้ไป เราบอกกับล่ามว่า ช่วยแนะน�ำให้หน่อยว่า เรา มาจากประเทศไทย Thailand ชุดเครื่องแบบเรา เราก็ติดธงชาติ ไปด้วย รู้สึกภูมิใจและอุ่นใจที่มีธงชาติไทยมาด้วย เป็นสัญลักษณ์ ให้เขารู้ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เขาจะได้รู้ว่า ประเทศไทย ส่งพวกเรามาช่วยเขา” (Nurse.3) ประเด็นที่ 2. ด้านปัญหาที่พบในการปฏิบัติงาน ของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุดังนี้ 2.1 พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติซ�้ำ การเดิน ทางไม่ปลอดภัย ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ผู้ให้ข้อมูลกล่าวว่า ได้รับมอบภารกิจให้ปฏิบัติ งานบริเวณพื้นที่หมู่บ้านตามเชิงเขานอกเมือง ไกลจากเมือง กาฐมัณฑุประมาณ 30-50 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็น หุบเขา มีความล�ำบากในการเดินทาง ระหว่างปฏิบัติงานเกิด แผ่นดินไหวซ�้ำ ที่สามารถรู้สึกได้แต่มีความรุนแรงน้อย อีกทั้ง สภาพความไม่พร้อมของยานพาหนะ ฝนตก ถนนแคบและลื่น ท�ำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุใช้เวลาในการเดินทางนาน ระยะ เวลาในการปฏิบัติงานและรักษาพยาบาลมีน้อย เนื่องจากต้อง เผื่อเวลาในการเดินทางกลับที่พักส่งผลให้ผู้ประสบภัยได้รับการ ช่วยเหลือไม่ทั่วถึง และไม่ได้รับทราบข้อมูลในการออกหน่วย แพทย์เคลื่อนที่ “ความเสี่ยงแรกที่ไปก็เจอเลย คือ Run way ของ สนามบินไม่เพียงพอ เอาเครื่องลงไม่ได้ เครื่องบินต้องบินเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะเคลียร์ Run way เรียบร้อย ช่วงปฏิบัติงาน ก็เกิด After Shock ตลอด ความแรงไม่มาก แต่รับรู้ได้ เราเอง ก็รู้สึกหวั่นๆ” (NCO.6) “จุดที่เราไปปฏิบัติงาน ไม่ได้อยู่ตรงที่เกิดเหตุ รุนแรง หรือศูนย์กลางของแผ่นดินไหว เราไปบริเวณชานเมือง เราต้องเดินเท้าเข้าไป ไปในจุดที่รถเข้าไปไม่ถึง” (NCO.5) “ทางขึ้นเขามันอันตราย ทุรกันดาร เราทุกคนไป รถคันเดียวกัน เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขา ฝนก็ตก ถนนลื่น 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 98 4/11/61 BE 10:26 AM99 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in assisting and caring the Earthquake victims in Nepal ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 รถที่ใช้ ก็ไม่ค่อยดี คือบ้านเขาขาดแคลน สภาพรถ ถนนเลยไม่ ค่อยดี มีเบรกไหม้ด้วยนะครับ” (NCO.1) “เวลาท�ำงานทางเนปาลเขาจะจัดรถให้เรา เพราะเราไม่รู้เส้นทาง ไม่รู้วิธีการขับรถของบ้านเขา ซึ่งมันก็ต่าง จากบ้านเรา ของเขาไม่มีไฟแดง ไฟเลี้ยวใช้ไม่ได้ ต้องบีบแตร เป็นหลัก บีบแตรให้สัญญาณ เสียงแตรก็จะดังสนั่น จะแซงก็ต้อง บีบแตร” (NCO.2) “เมื่อเข้าพื้นที่ได้ไปสัมผัส ท�ำให้รู้ว่าเขาต้องการ ความช่วยเหลืออย่างมาก ความช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐ เข้าไปยังไม่ทั่วถึง เขาขาดแคลนมากครับ ขาดน�้ำดื่ม ขาดอาหาร ความช่วยเหลือกระจุกตัวอยู่ในตัวเมือง เพราะได้รับผลความเสีย หายเยอะ แต่คนชานเมืองก็เดือดร้อน บ้านเมืองเขายากจนอยู่ แล้ว พอเกิดภัยพิบัติ ก็ยิ่งล�ำบากมากขึ้น ครับ” (NCO.3) 2.2 การติดต่อสื่อสารมีปัญหา ยาและเวชภัณฑ์ ไม่เพียงพอ เครื่องมืออุปกรณ์ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ผู้ประสบภัยส ่วนใหญ ่ใช้ภาษาเนปาลีในการ สื่อสารซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ได้การรักษาพยาบาล จึงจ�ำเป็นต้องมีล่ามในการสื่อสารและ ล่ามมีจ�ำนวนไม่เพียงพอวิทยุสื่อสารที่น�ำมาไม่สะดวกต่อการใช้ งาน ก�ำลังพลขาดความเชี่ยวชาญในการใช้วิทยุสื่อสาร ข้อมูล ข่าวกรองทางการแพทย์และการมอบหมายภารกิจไม่ชัดเจน ส่ง ผลให้การเตรียมยาและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพออุปกรณ์จ�ำพวกเปล สนาม เต็นท์ เก้าอี้เตรียมไปมากเกินไป ท�ำให้ล�ำบากต่อการ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ ได้เนื่องจากก�ำลังวัตต์ไม่เท่ากัน เครื่องปั่นไฟใช้ได้แต่มีจ�ำกัด เนื่องจากเชื้อเพลิงมีน้อย “กลุ่มชนบท คนท้องถิ่น เขาพูดภาษาบ้านเขา และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ผมก็อาศัยล่าม และภาษามือ บ้างครับ” (NCO.5) “เรื่องของภาษา อันนี้เป็นปัญหาเหมือนกัน แต่กรมแพทย์ได้ประสานขอล่ามกับทางสถานทูตเอาไว้แล้ว ซึ่ง เป็นความโชคดีของเราที่ได้ล่ามเป็นเด็กเนปาลที่มาเรียนใน ประเทศไทย เขาบินกลับไปเพื่อช่วยบ้านเมืองเขา เขาก็จะพูด ไทยได้ มันก็จะสะดวกกับเรามากเลย แต่ก็มีจ�ำนวนไม่เพียงพอ เพราะคนไข้เยอะมาก” (Nurse.1) “ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ท�ำให้วิทยุสื่อสาร ส่งสัญญาณได้ไม่ไกล เวลาเราไปออกพื้นที่ไกลๆ ก็ส่งสัญญาณ กลับมาไม่ได้ เช่นจะ Refer คนไข้ แต่ติดต่อ บก.ส่วนกลาง ไม่ได้” (NCO.4) “ผมว่าวิทยุของเรามันค่อนข้างเก่า ไม่ทันสมัย ครับ ผมเห็นของประเทศอื่น อันเล็กพกง่าย ส่งสัญญาณได้ไกล ก็อยากให้ ทบ. ของเรา มีการจัดหาแบบนี้ไว้บ้างครับ”(NCO.2) “จากการประเมินตนเอง คิดว่าเรายังขาดความรู้ คือเรื่องการใช้วิทยุสื่อสาร ซึ่งมีความส�ำคัญมาก เวลาที่เราไป ท�ำงาน ในพื้นที่ที่ห่างไกล ไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ การใช้วิทยุสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว จึงเป็นสิ่งที่จ�ำเป็นมาก” (Nurse.2) “ยาที่จัดเตรียมไปแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง คือยากลุ่มวิกฤตและฉุกเฉิน และสอง ยาที่ใช้ส�ำหรับออกหน่วย แพทย์ ซึ่งตอนแรกเราได้รับค�ำสั่งให้ไปปฏิบัติการ 7 วัน เราก็ เตรียมยาในส่วนแรกมากกว่า แต่ช่วงที่เราไป เลย 72 ชั่วโมงไป แล้วก็เปลี่ยนเป็นการฟื้นฟูเยียวยา กลุ่มผู้ป่วยวิกฤตและฉุกเฉิน ก็จะไม่เจอ คนไข้หนักได้รับการช่วยเหลือไปแล้ว คงเหลือการ ออกหน่วยแพทย์บรรเทาทุกข์ ท�ำให้ยาที่เตรียมไปไม่เพียงพอ” (NCO.2) “เครื่องมือแพทย์ที่น�ำมาใช้งานในพื้นที่ภัยพิบัติ ควรมีความกะทัดรัดมากกว่านี้ เช่น เปลสนามมันก็ใหญ่ ถ้าพับ ให้เล็กลงกว่านี้ได้ก็จะดีมาก เครื่องปั่นไฟ มันใหญ่เทอะทะ เปล สนามก็เอาไปมากเกินไป คือเราไม่รู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง คิดว่า ต้องเข้าไปช่วยคนไข้วิกฤตในพื้นที่ ก็เลยเอามาเยอะ ดังนั้นเรา ต้องมีการข่าวที่แม่นย�ำ” (NCO.3) “เครื่องมือแพทย์ของเราที่เอาไป เราพยายาม เลือกอันที่เล็กๆ มีแบตเตอรี่ แต่พอไปถึง ถ้าจะชาร์ตแบต ก็ต้อง ชาร์ตไฟบ้าน ซึ่งก�ำลังวัตต์ไม่เท่ากัน ก็ใช้ด้วยกันไม่ได้ ก็ต้องใช้ เครื่องปั่นไฟแทน ซึ่งก็ต้องใช้น�้ำมัน และน�้ำมันก็มีน้อย ต้องใช้ อย่างประหยัด เราก็เลือกที่จะไม่ชาร์ต เพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน” (NCO.6) 2.3 การมอบหมายภารกิจไม่ชัดเจน เข้าถึงพื้นที่ ล่าช้า ขาดการหมุนเวียนก�ำลังพล ชุดM-MERTได้รับค�ำสั่งครั้งแรกให้ปฏิบัติภารกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นมีค�ำสั่งเพิ่มเป็น 2สัปดาห์การประสานงานเรื่องการ โหลดน�้ำหนักสัมภาระด้านการแพทย์ขึ้นเครื่องบินไม ่ชัดเจน ท�ำให้เสียเวลาในการรื้อออกและจัดใหม่ ก�ำลังพลไม่ได้เตรียม ความพร้อมทางด้านธุรการเช่น หนังสือเดินทางไว้ล่วงหน้าและ ขาดการหมุนเวียนก�ำลังพลเมื่อต้องปฏิบัติภารกิจเป็นเวลานาน ท�ำให้มีอาการเจ็บป่วย ดังค�ำกล่าวต่อไปนี้ “เราได้รับมอบหมายจากกรมแพทย์ให้ไปปฏิบัติ 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 99 4/11/61 BE 10:26 AM100 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 เหลือ มันก็อาจจะเกินเวลาไปแล้ว และกว่าจะมีค�ำสั่งมาถึงเรา รวมทั้งกระบวนการของเราอีก ของประเทศไทย เราต้องเข้า ครม. กว่า ครม. จะอนุมัติก็ต้องใช้เวลา…อีกประเด็นหนึ่งที่ส�ำคัญ คือ ไม่มีทีม MERT ที่ไปท�ำงานต่างประเทศ 3-4 วัน พอหมด ระยะ Response ก็กลับ เพราะมันไม่คุ้มค่าด้านงบประมาณ ซึ่งในความเป็นจริง แม้ว่าทีม MERT ต้องท�ำงานในระยะ Response แต่ในทางปฏิบัติเมื่อต้องไปท�ำงานต่างประเทศ มีเรื่องของงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ทีม MERT ก็ต้องมีความ อ่อนตัว สามารถท�ำงานในเฟส 2 ได้ด้วย คือต้องมีการปรับ เปลี่ยนภารกิจจากทีมเผชิญเหตุเป็นทีมบรรเทาทุกข์ได้ด้วย… การไปเนปาลครั้งนี้ พี่ส่งข้อมูลไปว่า ต้องการพื้นที่วางของ 1 พาเลทครึ่ง แต่การประสานงานครั้งแรก ได้รับข้อมูลว่าจะมี เครื่องบินโดยสาร 2 เที่ยวบิน แต่พอถึงเวลาจริงปรากฏว่าไปได้ แค่ 1 เที่ยวบิน ต้องเข้าใจสภาพของประเทศไทย มันมีข้อจ�ำกัด หลายอย่าง ท�ำให้เราต้องตัดรายการออกไปหลายอย่าง ทั้งยา ทั้งน�้ำ มันก็เลยเกิดเหตุการณ์ที่ต้องไปรื้อสิ่งของที่สนามบิน” (Commander.1) ประเด็นที่3.แนวทางการพัฒนาชุดแพทย์ทหาร เผชิญเหตุของกรมแพทย์ทหารบกให้มีประสิทธิภาพ 3.1 ด้านการปฏิบัติการณ์ (Operations) บุคลากรมีประสบการณ์การท�ำงาน สุขภาพจิตดีร่างกายแข็ง แรง มีภาวะผู้น�ำและจิตอาสาผ่านการฝึกซ้อมและฝึกอบรมด้าน ภัยพิบัติ 3.2 ด้านการวางแผน (Planning) จัดท�ำแผน งานด้านภัยพิบัติที่ต ่อเนื่อง ชัดเจน เป็นระบบ ก�ำหนด โรงพยาบาลที่มีความพร้อมและสมัครใจในการจัดตั้งชุดแพทย์ ทหารเผชิญเหตุ วางแผนอัตราก�ำลังพลทดแทนและหมุนเวียน พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และจัดท�ำคู่มือปฏิบัติงาน 3.3 ด้านการสนับสนุนและส ่งก�ำลังบ�ำรุง (Logistics and Transportation) มีระบบการจัดการ โลจิสติกส์สิ่งของบริจาค คลังยา เวชภัณฑ์และสิ่งอุปกรณ์ สายแพทย์ เพื่อช ่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติรวมทั้งการร้อง ขอความช่วยเหลือด้านขนส่งและการเคลื่อนย้ายก�ำลังพลและ ผู้ป่วยเจ็บ วางแผนการจัดส่งและถอนก�ำลังเมื่อได้รับการร้องขอ 3.4 ด้านงบประมาณ(Finance/Administration) จัดสรรงบประมาณส�ำหรับด�ำเนินงาน การฝึกซ้อมและฝึกอบรม การจัดสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ด้านภัยพิบัติและการดูแล สวัสดิการก�ำลังพล 3.5 ด้านระบบบัญชาการเหตุการณ์(Command ภารกิจ 7 วัน แต่เราต้องอยู่ต่อ เพราะฉะนั้น เวลาที่เรารับภารกิจ มา แบบนี้เราก็สามารถเตรียมของได้เพียงพอ ซึ่งถ้าเราไปอยู่ 7 วันจริง ของที่เราเตรียมไป ก็เพียงพอนะคะ แต่ว่า ภารกิจเรา เพิ่มขึ้นเป็น 14 วัน ของที่เตรียมไปเลยไม่พอ แต่ถ้าเรารับภารกิจ ตั้งแต่แรกว่าเป็น 14 วัน เราจะสามารถเตรียมของได้เพียงพอ การสั่งการจึงควรมีความชัดเจน เพื่ออ�ำนวยความสะดวกต่อ ผู้ปฏิบัติงาน” (Nurse.2) “ปัญหาจากการ load สัมภาระ คือเขาไม่ได้บอก อะไรเรา บอกว่าต้องไปกับ C130 ล�ำใหญ่ล�ำเล็ก ขนาดเท่าไร ยังไง เราก็ไม่เคยรู้ ต้อง Load list เท่าไร น�้ำหนักเท่าไร ก็ไม่ได้ บอก บอกให้เราเสนอความต้องการน�้ำหนักไปก่อน แล้วก็มาตัด ของเราออก มันก็ไม่ค่อยโอเค ควรระบุมาเลยว่าจะให้น�้ำหนัก ในการขนของเท่าไร เราจะได้คาดการณ์ได้ว่า ควรจะเอาอะไร ไปบ้าง อะไรจ�ำเป็นเร่งด่วน ปัญหาคือให้เราของไปวาง แล้วก็ ต้องรื้อใหม่ ต้องจัดใหม่” (Physicien.1) “จ�ำนวนบุคลากรในทีม 14 คน มาจากโรง พยาบาลค่ายฯ (รพ.ค่ายสุรสีห์) และกรมแพทย์อีก 2 คน ผมว่า ก�ำลังดี แต่ควรมีการหมุนเวียนก�ำลังพล ผลัดเปลี่ยนกัน คือพอ ท�ำงานไปนาน ๆ มันจะเกิดความเหนื่อยล้า” (NCO.6) “หลังจากได้รับค�ำสั่ง ทีมของเราบางคน ก็ไม่มี Passport ก็ต้องรีบไปท�ำ ทางกระทรวงต่างประเทศ เขาก็ อ�ำนวยความสะดวกให้ครับ ท�ำวันนั้นก็ได้เลย แต่จริงแล้ว ผมว่าถ้าเราเป็นชุด MERT เราก็ควรเตรียมพร้อมไว้ครับ ถ้าได้ รับค�ำสั่ง ก็สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้เลย” (NCO.1) ผู้ให้ข้อมูลกล ่าวว ่า การเข้าถึงพื้นที่ล ่าช้าเกิด จากกระบวนการร้องขอความช ่วยเหลือของแต ่ละประเทศ ตามหลักสิทธิมนุษยชนเมื่อเกิดภัยพิบัติมีความแตกต ่างกัน และการเข้าไปช่วยเหลือต้องได้รับการร้องขอจากประเทศนั้นๆ อีกทั้งกระบวนการตอบสนองตามการร้องขอของแต่ละประเทศ ก็แตกต่างกัน การออกปฏิบัติงานในต่างประเทศของประเทศไทย ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการ ด�ำเนินการ ส่งผลให้การเข้าพื้นที่ล่าช้า รวมทั้งต้องค�ำนึงถึง งบประมาณที่มีจ�ำกัด “การปฏิบัติงานของชุด MERT ควรปฏิบัติภารกิจ ในห้วง 72 ชั่วโมงแรกของภัยพิบัติ ซึ่งเราคาดหวังว่า เราจะได้ ไปดูคนไข้กลุ่ม Trauma หรือกลุ่มที่ติดอยู่ในซากปรักหักพัง แต่ ด้วยกระบวนการในการ Response ของแต่ละประเทศแตกต่าง กัน กว่าประเทศที่ประสบภัยพิบัติจะเกินขีดความสามารถ ก็จะ เริ่มมีการร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศให้เข้ามาช่วย 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 100 4/11/61 BE 10:26 AM101 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses Lessons learned of Military Medical Emergency Response Team (M-MERT) in assisting and caring the Earthquake victims in Nepal ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 and Control) ระบบบัญชาการในภาวะภัยพิบัติที่มีความ แตกต ่างจากภาวะปกติเด็ดขาด รวดเร็ว ทันต ่อเหตุการณ์ และควรจัดท�ำฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนบุคลากรและ ผู้เชี่ยวชาญของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ 3.6 ด้านความปลอดภัย (Safety) บุคลากรมี ทักษะในการป้องกันตัวค�ำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน เป็นสิ่งแรก และการประสานส่งต่อผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย 3.7 ด้านการติดต่อสื่อสาร(Communication) ควรมีช ่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เครื่องมือสื่อสารมี ความทันสมัยสะดวกต่อการใช้งานในภาวะภัยพิบัติก�ำหนดผู้รับ ผิดชอบในการให้ข้อมูลแก ่สื่อมวลชน จัดระบบข้อมูลและ การข่าวที่ถูกต้อง รวดเร็วและครบถ้วน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพ ทักษะด้านภาษาให้แก่บุคลากรทุกระดับ 3.8 ด้านการประเมิน (Assessment)วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ก่อนการออกปฏิบัติงาน สถานการณ์ ณ ที่เกิดเหตุรวมทั้งการสรุปประเมินผลการปฏิบัติการทุกครั้ง เมื่อด�ำเนินงานสิ้นสุดลง 3.9 ด้านการคัดแยกประเภทผู้ป ่วย (Triage) จัดพื้นที่การรักษาพยาบาลตามประเภทอาการของผู้ป ่วย ระบบการเดินเข้าออกเป็นทางเดียว จัดท�ำการ์ดสีหรือป้าย ข้อมือแบ่งตามสีเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน 3.10 ด้านการรักษาพยาบาล (Treatment) พัฒนาศักยภาพด้านการพยาบาลทางยุทธวิธีให้การพยาบาล โดยค�ำนึงถึงความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ภาษาจัดท�ำสลาก ยารูปภาพเพื่อสื่อสารกับผู้ประสบภัยทุกชนชาติให้มีความเข้าใจ ตรงกัน อภิปรายผลการวิจัย 1) ด้านประสบการณ์และความประทับใจของชุด แพทย์ทหารเผชิญเหตุ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานใน ต่างประเทศคือ การได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง การแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า การปฏิบัติงานภายใต้สภาวะที่ขาดแคลน การบริหารจัดการสถานการณ์ซึ่งสิ่งที่ส่งผลให้การปฏิบัติงาน มีประสิทธิภาพ คือ การเตรียมความพร้อม การฝึกซ้อม และ ความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกในทีม5 สถานการณ์วิกฤตก่อให้ เกิดมิตรภาพใหม ่ ความเอื้ออาทร และการช ่วยเหลือซึ่งกัน และกัน6 บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อดทน และ กล้าหาญ สมเกียรติของหน่วยแพทย์ทหารชุดแรกที่เป็นตัวแทน ของประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตนเอง ครอบครัว และหน่วยงาน โดยเชื่อว่าหากปฏิบัติงานแล้วต้องสูญเสียชีวิต ภายใต้ธงไตรรงค์ถือเป็นเกียรติสูงสุดของทหาร รวมทั้งการ ปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นสานสัมพันธ์ทางการทูตและความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศ7 2) ด้านปัญหาที่พบในการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ ทหารเผชิญเหตุ การปฏิบัติงานมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากพื้นที่ประสบ ภัยมีการเกิดแผ่นดินไหวซ�้ำ การปฏิบัติงานและการเดินทางมี ความยากล�ำบากเนื่องจากพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง ภูเขาและพื้นที่สูง สภาพความไม่พร้อมของยานพาหนะ ท�ำให้ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ระบบการคมนาคมขนส่งและระบบ การติดต่อสื่อสารในพื้นทีประสบภัยถูกท�ำลายไม่สามารถใช้งาน ได้ ท�ำให้ขาดแคลนอาหารและน�้ำดื่ม3 บุคลากรมีมีข้อจ�ำกัด ด้านภาษาต่างประเทศและภาษาท้องถิ่นในการติดต่อสื่อสาร8 วิทยุสื่อสารและเครื่องมือทางการแพทย์ไม่สะดวกต่อการใช้ใน งานในภาวะภัยพิบัติ4 ข้อมูลข่าวกรองทางการแพทย์ไม่ชัดเจน เนื่องจากขาดการประสานงานโดยตรง การเข้าถึงพื้นที่ล่าช้า เนื่องจากระบบร้องขอความช่วยเหลือและการตอบสนองต่อ การร้องขอของแต่ละประเทศแตกต่างกัน 3) แนวทางการพัฒนาชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุของ กรมแพทย์ทหารบกให้มีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส�ำเร็จของชุด M-MERT คือ การเตรียมความพร้อมที่ดีในด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทั้งด้านร ่างกาย จิตใจ การฝึกซ้อม ฝึกอบรม ภาษา9 และ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง10 ก�ำหนดนโยบายที่ชัดเจน จัดท�ำบัญชี ล�ำดับการปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ11 ปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนด้านการจัดการภัยพิบัติทั้งภาค ทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก ่บุคลากรทางการแพทย์ให้มี ความรู้ในระดับสูง จัดการฝึกซ้อมและฝึกอบรมเป็นแผนปฏิบัติ ประจ�ำปี12 ควรจัดหน่วยในการบริหารคลังยาเวชภัณฑ์เมื่อ เกิดภัยพิบัติ(StockpilingSupplies Centre)และโรงพยาบาล ควรเป็นผู้รับผิดชอบสิ่งจัดเก็บอุปกรณ์สายแพทย์ที่จ�ำเป็น เพื่อสะดวกและมีความคุ้นเคยต่อการใช้งาน13จัดหาสิ่งอุปกรณ์ ให้แก่โรงพยาบาลมีความพร้อมและสมัครใจตามบัญชีที่ขึ้นไว้ เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณในการจัดหาให้กับทุก โรงพยาบาล14 ก�ำหนดกรอบงบประมาณในการด�ำเนินงาน อนุมัติหลักการในการออกปฏิบัติงาน จัดระบบ ICS ที่มีเอกภาพ 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 101 4/11/61 BE 10:26 AM102 วารสารพยาบาลทหารบก Journal of The Royal Thai Army Nurses ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานของชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุ ในการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ประเทศเนปาล ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน 2561 Volume 19 No. 1 January-April 2018 และยืดหยุ่น15 มีการจัดระบบข้อมูลข่าวกรองทางการแพทย์ที่ น่าเชื่อถือถูกต้องและรวดเร็ว16พัฒนาความรู้การดูแลผู้ป่วยเจ็บ ทางยุทธวิธีและค�ำนึงถึงความเป็นปัจจัยบุคคล วัฒนธรรม ความเชื่อและศาสนาที่แตกต่างกัน7 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการน�ำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ควรมีการวางแผนงานด้านภัยพิบัติที่มี ความต่อเนื่อง มีนโยบายเป้าหมายและทิศทางการด�ำเนินงาน อย่างเป็นระบบ โดยก�ำหนดโรงพยาบาลที่มีความพร้อมใน การจัดชุด M-MERT ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกที่มี ขนาด 90-120 เตียง มีความเหมาะสมที่จัดตั้งชุด M-MERT เนื่องจากหากต้องออกปฏิบัติงานต่างประเทศหรือปฏิบัติงาน ในพื้นที่เป็นเวลานานแล้วไม ่กระทบต ่อภารกิจหลักของ โรงพยาบาล 1.2 จัดท�ำบัญชีทะเบียนรายชื่อชุด M-MERT ของโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกที่ผ่านเกณฑ์เงื่อนไขตาม ที่ก�ำหนด เช่น ระบุตามพื้นที่กองทัพภาคควรมีโรงพยาบาล ที่จัดตั้งชุด M-MERTอย่างน้อย2-3โรงพยาบาลรวมทั้งจัดสรร งบประมาณการด�ำเนินงานด้านภัยพิบัติให้เฉพาะชุด M-MERT ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณและระบุล�ำดับ การออกปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต ่างประเทศ เพื่อให้ บุคลากรในทีมได้วางแผนการปฏิบัติงาน การด�ำเนินชีวิต และ เตรียมความพร้อมก่อนล่วงหน้า 1.3 จัดท�ำแผนและข้อตกลงความร ่วมมือ ระหว่างหน่วยงานราชการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ทั้งกองทัพบกกองทัพเรือและกองทัพอากาศ ในการระดมทรัพยากรและการส่งก�ำลังบ�ำรุง เช่น การเคลื่อน ย้ายผู้ป ่วยทางอากาศและทางเรือ การส ่งเสบียงบ�ำรุง การหมุนเวียนก�ำลังพล การจัดส ่งและการถอนก�ำลัง และ การฝึกผสมระหว่างกองทัพ 1.4 จัดสรรงบประมาณส�ำหรับด�ำเนินงาน ด้านภัยพิบัติของชุด M-MERT เช่น การฝึกซ้อม ฝึกอบรม การฝึกร่วม การฝึกผสมเป็นแผนปฏิบัติประจ�ำปีการจัดหา สิ่งอุปกรณ์ถาวรไว้เป็นส ่วนกลางส�ำหรับใช้ในการฝึกซ้อม อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความเหมาะสม สะดวก ต ่อการใช้งานในพื้นที่ทุรกันดารหรือไม ่มีไฟฟ้าที่มีรูปแบบ และมาตรฐานเดียวกัน เครื่องมือสื่อสารที่มีความทันสมัย สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงได้ในระยะไกลโดยกรมแพทย์ ทหารบกควรก�ำหนดและมอบหมายให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างชัดเจน 1.5 จัดท�ำข้อตกลงและประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานเอกชน และรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องในการะดม ทรัพยากร เช่น การลดการจัดเก็บยาและเวชภัณฑ์ในกองคลัง เวชภัณฑ์ของกรมแพทย์ แต ่ใช้วิธีการสั่งซื้อและจัดเก็บ ผ ่านบริษัทยา โดยก�ำหนดรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จ�ำเป็น ระยะเวลาในการจัดส่ง และวิธีการจัดส่งเป็นข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงานเมื่อเกิดภัยพิบัติ 1.6 พัฒนาหลักสูตรชุด M-MERT ให้มีองค์ ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับ และทันสมัยอยู่เสมอ เนื้อหาในหลักสูตรควรเพิ่มเติมด้านหลัก การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บทางยุทธวิธี(TCCC:Tacticalcombat casualty care) วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อทางศาสนา ที่เป็นหลักปฏิบัติสากลกฎหมายระหว่างประเทศตามหลักสิทธิ มนุษยชน ควรมีการปรับปรุงหลักสูตรเฉพาะสาขาวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล นายสิบพยาบาล ตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่แตกต่างกัน ระบุระยะเวลาการฝึกอบรมตามเกณฑ์ที่ก�ำหนด มีมาตรฐาน มีใบประกาศนียบัตรรับรองหลักสูตรและมอบเป็น หลักฐานให้แก่ผู้ที่ผ่านการประเมินในการอบรมหรือฝึกซ้อม 2. ข้อเสนอแนะระดับหน่วยงาน 2.1 การปฏิบัติงานของชุด M-MERT ใน ต่างประเทศ ต้องมีศักยภาพในการปฏิบัติงานที่หลากหลาย ไม ่เพียงแต ่บทบาทของ MERT เท ่านั้น แต ่รวมถึงการจัด ชุดแพทย์เคลื่อนที่และการปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนร่วมด้วย เนื่องจากการปฏิบัติงานในต ่างประเทศ มีข้อจ�ำกัดด้านงบ ประมาณ ทรัพยากรและก�ำลังพล จึงต้องมีการบริหารจัดการ ที่เป็นระบบ มีการบูรณาการหลายหน้าที่ ยืดหยุ่น และปรับตัว ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม 2.2 ผู้บริหารโรงพยาบาลตระหนักถึงส�ำคัญกับ การจัดตั้งชุด M-MERT โดยการจัดท�ำแผนปฏิบัติการด้านภัย พิบัติของโรงพยาบาลที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนของ กรมแพทย์ทหารบก กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม 2.3 มีการเสนอความต้องการงบประมาณใน การจัดหาสิ่งอุปกรณ์ถาวร อุปกรณ์สายแพทย์ อุปกรณ์ใน การด�ำรงชีพของชุด M-MERT ของโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการ ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัยและการฝึกซ้อมภายในหน่วย มี การตรวจสอบความพร้อมใช้ของเครื่องมืออย่างสม�่ำเสมอ 12 (93-104) AW-��������� ���������������.indd 102 4/11/61 BE 10:26 AM